"นพ.รัชตะ" สั่งติดตาม 66 คน หลังเสี่ยงสูงสัมผัสไวรัสเมอร์ส และอีก 75 คน ที่สัมผัสน้อย ด้าน WHO ชมระบบตรวจคัดกรองไทยดีมาก
นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รมว.สาธารณสุข แถลงภายหลังการประชุมวอร์รูมติดตามสถานการณ์โรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือเมอร์ส หลังจากพบผู้ติดป่วยรายแรกในประเทศไทย ซึ่งเป็นชายชาวโอมาน อายุ 75 ปี เมื่อวันที่ 18 มิ.ย.ที่ผ่านมา ว่า สำหรับคนที่ใกล้ชิดและต้องเฝ้าติดตาม แบ่งเป็นผู้โดยสารที่เดินทางมาด้วย 106 คน แต่เป็นผู้โดยสารเปลี่ยนเครื่องบิน 6 คน และลูกเรือ 12 คน ซึ่งออกนอกประเทศแล้ว จะเหลืออยู่ในประเทศไทย 88 คน โดยในจำนวนนี้เป็นกลุ่มเสี่ยงสูง 21 คน แต่พบภายหลังว่าออกนอกประเทศไปแล้ว 2 คน จะเหลือ 19 คน
ดังนั้น ผู้โดยสารที่เหลือในประเทศไทยมี 67 คน ซึ่งเป็นชาวต่างชาติ โดยสรุปคือกลุ่มที่ต้องติดตามเพราะมีโอกาสสัมผัสโรคนั้น แบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มเสี่ยงน้อยที่ต้องติดตามอาการแต่ไม่ต้องกักตัว มี 75 คน แบ่งเป็นผู้โดยสารสายการบินเดียวกัน 67 คน คนขับแท็กซี่ 2 คน และพนักงานโรงแรม 6 คน และ 2.กลุ่มเสี่ยงสูงที่ต้องติดตามอาการอย่างใกล้ชิด ซึ่งต้องถูกกักตัวและเฝ้าระวังที่โรงพยาบาล มี 66 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้โดยสารในสายการบินสองแถวหน้าและสองแถวหลัง อีก 19 คนซึ่งรวมญาติของผู้ป่วย 3 คนแล้ว และกลุ่มเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลเอกชน 47 คน
“ผู้ป่วยตอนนี้อาการทรงตัว ส่วนลูกชายมีอาการไข้ น้องชายมีอาการไอ ซึ่งทั้งหมดอยู่ในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศนราดูรเรียบร้อยแล้ว และส่งเชื้อตรวจแล้วคาดว่าผลจะออกในช่วงเย็นวันนี้”นพ.รัชตะ กล่าว
นอกจากนี้ได้ประสาน 37 สายการบินจากประเทศในตะวันออกกลางและประเทศเกาหลีใต้ที่เดินทางเข้ามาในประเทศไทย เพื่อให้ทำความเข้าใจกับผู้โดยสารตั้งแต่อยู่บนเครื่องบิน พร้อมทั้งแจกคู่มือการปฏิบัติตัว 3 ภาษา ให้ผู้โดยสารทราบว่าหากมีอาการไข้ ไอ จาม แล้วต้องปฏิบัติตัวอย่างไร หรือต้องไปพบแพทย์ที่ไหน
ด้านนายริชาร์ด บราวน์ รักษาผู้แทนองค์การอนามัยโลกประจำประเทศไทย กล่าวว่า ประเทศไทยถือว่ามีระบบการตรวจคัดกรองและเฝ้าระวังโรคติดต่ออันตรายอยู่ในเกณฑ์ดีมาก จนสามารถพบผู้ป่วยได้เร็ว และสามารถนำเข้าสู่ระบบคัดแยกตั้งแต่ก่อนโรคจะแสดงอาการและแพร่เชื้อ อย่างไรก็ตามองค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ จะส่งผู้ควบคุมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่มาดูแลระบบการควบคุมโรคให้เข้มแข็งขึ้นด้วย









