วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

สธ.เผยอาการชายป่วย'เมอร์ส'ไม่ทรุด

สธ.เผยอาการชายตะวันออกกลางป่วยเมอร์สไม่ทรุด ญาติ 3 คนยังไม่ปรากฏติดเชื้อ แต่ 2 คนเริ่มมีอาการไอ-ไข้ต่ำๆ ติดตาม 141 คนใกล้ชิด

ที่กระทรวงสาธารณสุข ศ.นพ.รัชตะ รัชตะนาวิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข(รมว.สธ.) พร้อมด้วย นพ.วชิระ เพ็งจันทร์ รองปลัดกระทรวงสาธารณสุข นพ.โสภณ เมฆธน อธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีคร. นพ.ศุภมิตร์ ชุณสุทธิวัฒน์ ผู้ทรงคุณวุฒิ กรมคร. พญ.นฤมล สวรรค์ปัญญาเลิศ ที่ปรึกษากรมการแพทย์ นพ.ธนะรักษ์ ผลิพัฒน์ ผู้อำนวยการสำนักระบาดวิทยา กรมคร. และดร.ริชาร์ด บราว์น รักษาการณ์ผู้แทนองค์การอนามัยโลก ประจำประเทศไทย ร่วมกันแถลงความคืบหน้ากรณีโรคทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือโรคเมอร์สที่พบผู้ป่วยรายแรกในประเทศไทย

ศ.นพ.รัชตะ กล่าวว่า อาการของชาย วัย 75 ปีชาวตะวันออกกลางที่ป่วยโรคเมอร์สและรักษาตัวอยู่ ในสถาบันบำราศนาดูร ขณะนี้อาการดีขึ้นเล็กน้อยและอาการไม่ทรุด ในการให้การรักษาจะเป็นแบบประคับประคอง และรักษาตามอาการ เนื่องจากโรคนี้ยังไม่มียาเฉพาะรักษา ส่วนญาติของผู้ป่วยรายนี้ 3 คน อยู่ในห้องแยกโรคที่สถาบันบำราศฯเช่นกัน โดยลูกชาย เริ่มมีอาการไอ และน้องชายเริ่มมีอาการไข้ต่ำๆ ได้มีการเก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจทางห้องปฏิบัติการแล้ว ทั้งนี้ หากญาติผู้ป่วยรายแรกจะติดเชื้อเช่นกันก็ไม่มีอะไรน่าห่วงมากเพราะอยู่ในห้องแยกโรคอยู่แล้ว

ศ.นพ.รัชตะ กล่าวอีกว่า สธ.ได้มีการติดตามตัวผู้สัมผัสผู้ป่วยรายแรกเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน โดยเป็นกลุ่มเสี่ยงสูง จำนวน 66 คน ได้แก่ 1.กลุ่มครอบครัวผู้ป่วยรายแรก 3 คน 2.กลุ่มเจ้าหน้าที่สาธารณสุขที่ให้การดูแลใกล้ชิด 47 คน ซึ่งอยู่ในระบบติดตัวของรพ.แล้ว และ3.กลุ่มผู้โดยสารในเครื่องบินลำเดียวกันที่นั่งในแถวที่ 2 หน้า-หลังผู้ป่วย จำนวน 21 คน ในจำนวนนี้ หักญาติออกไป 3 คนและผู้โดยสารที่เดินทางออกนอกประเทศไทยไปแล้ว 2 คน เหลือกลุ่มนี้ 16 คนในจำนวนนี้เป็นคนไทย 1 คนชาวบุรีรัมย์ซึ่งอยู่ระหว่างการติดตามตัวมาเข้าระบบสังเกตอาการของรพ. ส่วนกลุ่มเสี่ยงน้อย ขณะนี้มีจำนวน 75 คน แยกเป็น กลุ่มผู้โดยสารสายการบินเดียวกับผู้ป่วย 67 คน คนขับแท็กซี่ 2 คน และพนักงานโรงแรม 6 คน โดยต้องเฝ้าระวังติดตามอาการอย่างน้อย 14 วัน หยุดงานอยู่กับบ้าน มีเจ้าหน้าที่โทรศัพท์ไปสอบถามอาการทุกวัน ไม่จำเป็นต้องเข้ามารับการสังเกตอาการที่รพ. ทั้งนี้ ข่าวลือว่าพบผู้ป่วยที่จ.เชียงใหม่เป็นผู้เดินทางมาจากเกาหลีใต้นั้น ผลการตรวจครั้งแรกเป็นลบ รอตรวจยืนยันอีกครั้ง

ศ.นพ.รัชตะ กล่าวด้วยว่า มาตรการเฝ้าระวังและควบคุมโรคเพิ่มเติม ได้มีการประสานความร่วมมือไปยังกระทรวงการต่างประเทศ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย และกรุงเทพมหานครในการดำเนินการร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้การติดเชื้อแพร่ออกไป นอกจากนี้ องค์การอนามัยโลกประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้จะส่งผู้เชี่ยวชาญด้านการควบคุมโรคติดเชื้ออุบัติใหม่มาช่วยเพื่อทำให้ระบบเข้มแข็งขึ้น รวมถึง ประสาน 37 สายการบินที่เดินทางมาจากประเทศตะวันออกกลางและเกาหลีใต้ในการประกาศให้ผู้โดยสารทราบก่อนเครื่องลงว่าระหว่างพำนักอยู่ในประเทศไทย หากมีอาการไข้ ไอ และหายใจลำบากให้รับไปพบแพทย์ในรพ.และแจ้งประวัติการเดินทาง อีกทั้ง ได้จัดทำเอกสารแผ่นพับแจกผู้โดยสารที่เดินทางมากับสายการบินดังกล่าวทุกคน เพื่อให้เข้าใจการปฏิบัติตัวระหว่างอยู่ในประเทศไทยและการติดต่อกรณีมีอาการป่วย ซึ่งมี 3 ภาษา คือ อาหรับ อังกฤษและไทย

“บริบทของประเทศไทยและเกาหลีใต้แตกต่างกัน โดยไทยโอกาสแพร่ระบาดวงกว้างแบบเกาหลีใต้น้อยกว่า เพราะผู้ป่วยรายแรกเมื่อเข้ารับการรักษาที่รพ.เอกชนแรกได้แยกตัวเข้าห้องแยกโรคทันที่ต่างจากเกาหลีใต้ที่กว่าจะวินิจฉัยโรคได้ผู้ป่วยเดินทางไปรับการรักษาสถานพยาบาลถึง 5 แห่งโอกาสแพร่เชื้อสูง และประเทศไทยก็สามารถตรวจวินิจฉัยได้เร็วและกระบวนการติดตามผู้สัมผัสก็เกิดขึ้นเร็ว ขณะที่เกาหลีใต้ใช้เวลาถึง 9 วัน อย่างไรก็ตาม การระบาดในเกาหลีใต้ยังไม่ระบาดออกนอกโรงพยาบาลสู่ชุมชนแต่อย่างใด”ศ.นพ.รัชตะกล่าว

ดร.ริชาร์ด กล่าวว่า จากการประเมินมาตรการเฝ้าระวังป้องกันโรคของประเทศไทยอยู่ในเกณฑ์ดีมาก มีความเข้มแข็ง อย่างไรก็ตาม เป็นธรรมดาที่เมื่อมีผู้ป่วยโรคใหม่เกิดขึ้นประชาชนจะวิตกกังวล แต่ประเทศไทยได้มีการฝ้าระวังและติดตามตัวผู้ที่สัมผัสผู้ป่วยได้จำนวนมากและรวดเร็วจะช่วยให้การป้องกันและควบคุมการแพร่เชื้อทำได้ดี

ก่อนหน้านั้น พญ.จริยา แสงสัจจา ผอ.สถาบันบำราศนราดูร กล่าวว่า ว่า จากการรับตัวชายชาวโอมาน ที่ป่วยเป็นโรคระบบทางเดินหายใจตะวันออกกลาง หรือเมอร์ส ตั้งแต่เมื่อเช้าวันที่ 18มิ.ย.ที่ผ่านมา อาการล่าสุดตอนนี้ผู้ป่วยยังมีอาการปอดบวม ไม่มีไข้ แต่หายใจเองไม่ได้ ยังต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ ส่วนครอบครัวของผู้ป่วยอีก 3 คนนั้นถือเป็นผู้สัมผัสโรคใกล้ชิดก็ได้มีการส่งตัวมาอยู่ในห้องแยกโรคของสถาบันบำราศฯ ได้เก็บตัวอย่างเชื้อส่งตรวจที่ห้องปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ และศูนย์ปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยเรียบร้อยแล้ว

“ขณะนี้ได้มีการประสานไปยังสถานทูตโอมาน ให้ส่งล่ามมาช่วยแปลภาษาให้ ซึ่งแม้ว่าครอบครัวนี้จะพูดภาษาอังกฤษได้นิดหน่อย แต่ก็อยากจะพูดภาษาของตัวเอง ตอนนี้สภาพจิตใจจึงถือว่าดีขึ้นมาก คลายความกังวลลงไปมาก เพราะรู้สึกได้รับการดูแลเอาใจใส่จากประเทศไทยและสถานทูตของตัวเอง ทั้งนี้ สถาบันบำราศนราดูรเป็นต้นแบบของห้องแยกโรคความดันเป็นลบที่มีมาตรฐาน ซึ่งเชื้อโรคไม่สามารถหลุดรอดออกมาข้างนอกอย่างแน่นอน อีกทั้งยังมีการกันผู้ป่วยทั่วไปไม่ให้เข้าไปใกล้บริเวณห้องแยกโรคอยู่แล้ว”พญ.จริยากล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่สถาบันบำราศนราดูร ยังเปิดให้บริการตามปกติ มีการแจกหน้ากากอนามัยให้กับผู้มารับบริการ พร้อมเจลล้างมือ ขณะที่บริเวณห้องผู้ป่วยยังเงียบสงบ เนื่องจากแพทย์และเจ้าหน้าที่จะเข้าไปดูผู้ป่วยเป็นระยะๆ ทั้งนี้ ผู้ป่วยคนอื่นๆที่สถาบันบำราศนราดูรยังเข้ารับการรักษาตามปกติ เนื่องจากเชื่อมั่นในระบบการป้องกันที่สถาบันมีประสบการณ์การดูแลผู้ป่วยตั้งแต่โรคซาร์ส ไข้หวัดนก และไข้หวัดใหญ่ 2009 มาแล้ว