คสรท.ยืนยันขอขึ้นค่าจ้างเป็นวันละ360บ. โอด300บ.ไม่พอกิน วอนเปิดเวทีให้ชี้แจงเหตุผลพร้อมร่วมกับภาครัฐ-นายจ้างสรุปตัวเลขที่ทั้งสองฝ่ายอยู่ได้
น.ส.วิไลวรรณ แซ่เตีย ประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย(คสรท.) กล่าวถึงกรณีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนโดยอยากให้คงค่าจ้างขั้นต่ำไว้ที่วันละ 300 บาทก่อน เนื่องจากการปรับค่าจ้างที่ผ่านมามีผลทำให้แรงงานต่างด้าวทะลักเข้ามาทำงานในประเทศ และเกรงว่าหากปรับขึ้นค่าจ้างสูงกว่าวันละ 300 บาทจะยิ่งกระทบต่อภาวะเศรษฐกิจและการลงทุนของประเทศแต่กลับเอื้อประโยชน์ให้แรงงานต่างด้าวเพิ่มมากขึ้นว่า คสรท.และเครือข่ายแรงงานยังคงยืนยันเรียกร้องให้รัฐบาลและคณะกรรมการค่าจ้าง (บอร์ดค่าจ้าง) พิจารณาปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2559 โดยควรอยู่ที่วันละ 360 บาทเท่ากันทั่วประเทศ เนื่องจากบอร์ดค่าจ้างได้เคยมีมติเมื่อมีการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำเป็นวันละ 300 บาทให้คงค่าจ้างในอัตรานี้ไว้เป็นเวลา 3 ปีตั้งแต่ปี 2556-2558 และจะมีการพิจารณาปรับค่าจ้างในปี 2559 รวมทั้งขณะนี้รัฐบาลเตรียมที่จะปรับขึ้นเงินเดือนให้แก่ข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ ดังนั้น ควรปรับขึ้นค่าจ้างให้แรงงานทั่วประเทศเช่นกัน
ประธานคสรท. กล่าวอีกว่า ส่วนอัตราค่าจ้างขั้นต่ำในปี 2559 ที่เครือข่ายแรงงานเรียกร้องให้ควรอยู่ที่วันละ 360 บาทนั้น เป็นการอ้างอิงจากผลสำรวจค่าครองชีพแรงงานในกรุงเทพฯและจังหวัดปริมณฑลของคสรท. ซึ่งพบว่าแรงงาน 1 คนมีค่าใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร ค่าเดินทาง ค่าน้ำ ค่าไฟฟ้า ค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภครวมแล้ววันละ 360 บาท ซึ่งปัจจุบันแม้ค่าน้ำมันลดลง แต่ค่าครองชีพสูง ทำให้ค่าจ้างวันละ 300 บาทไม่พอใช้จ่าย ทุกวันนี้แรงงานต้องทำโอที จึงจะมีเงินพอใช้จ่ายเลี้ยงตนเองและครอบครัว
“อยากให้รัฐบาลและบอร์ดค่าจ้างให้โอกาสแรงงานโดยเปิดเวทีให้ได้ชี้แจงถึงที่มาที่ไปของการเรียกร้องปรับขึ้นค่าจ้างโดยควรอยู่ที่วันละ 360 บาทเท่ากันทั่วประเทศ แต่จะสามารถปรับอัตราค่าจ้างขั้นต่ำได้ตามอัตรานี้หรือไม่ก็ขึ้นอยู่กับทุกฝ่ายทั้งภาครัฐ นายจ้างและลูกจ้าง จะต้องมาหารือกันว่าจะปรับขึ้นค่าจ้างในอัตราเท่าใด จึงทำให้ทั้งนายจ้างและลูกจ้างสามารถอยู่รอดได้ รวมทั้งควรใช้โอกาสที่มีฐานค่าจ้างขั้นต่ำวันละ 300 บาทเท่ากันทั่วประเทศมาจัดทำโครงสร้างค่าจ้างโดยแยกเป็นค่าจ้างแรกเข้าสำหรับแรงงานเข้าใหม่ซึ่งก็คือค่าจ้างขั้นต่ำ และค่าจ้างประจำปีโดยแรงงานเก่าที่ทำงานมานานหลายปีควรได้รับการปรับขึ้นค่าจ้างตามอายุงาน ประสบการณ์และความสามารถผลิตงานของแต่ละคน คสรท.และเครือข่ายจะขอเข้าพบรมว.แรงงานและปลัดกระทรวงแรงงานเพื่อหารือในเรื่องนี้ภายในเดือนมิ.ย.นี้”น.ส.วิไลวรรณ กล่าว
ประธานคสรท. กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีที่นายกรัฐมนตรีมองว่าแรงงานต่างด้าวได้รับประโยชน์จากการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำด้วยนั้น ตามกฎหมายคุ้มครองแรงงานพ.ศ.2541 กำหนดให้แรงงานไทยและต่างด้าวต้องได้รับค่าจ้างและสวัสดิการต่างๆตามที่กฎหมายกำหนดโดยเท่าเทียมกัน เมื่อนายจ้างเลือกที่จะจ้างแรงงานต่างด้าวก็ต้องจ่ายค่าจ้างตามที่กฎหมายกำหนด ไม่สามารถเลือกปฏิบัติได้และต้องยอมรับว่าแรงงานต่างด้าวเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปลายปีนี้จะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน(เออีซี)แล้ว จะมีแรงงานต่างชาติเข้ามาทำงานในไทยเพิ่มขึ้นก็ต้องให้การดูแลคุ้มครองตามกฎหมายด้วยเช่นกัน






