วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มหันตภัยในเทศกาลสงกรานต์

คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สจล. เตือนระวังอันตรายถึงชีวิต จากมหันตภัยไฟดูดในเทศกาลสงกรานต์

ห้วงเวลาของการเฉลิมฉลองสงกรานต์ ปี 2558 กับวันหยุดยาวที่รัฐบาลประกาศเป็นวันหยุดราชการต่อเนื่องกับวันเสาร์-อาทิตย์ เริ่มตั้งแต่วันที่ 11 -15 เมษายน 2558 กำลังจะเริ่มขึ้น บรรยากาศแห่งความสุขสนุกสนาน ผู้คนได้เดินทางท่องเที่ยวพักผ่อน หลายคนได้กลับไปเยี่ยมบ้านในต่างจังหวัด แต่ในอีกมุมหนึ่งสงกรานต์ยังแฝงไว้ด้วยอันตรายถึงชีวิต จากมหันตภัยไฟดูด


ดร.คมสัน มาลีสี คณบดี คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวว่า ใกล้เทศกาลฉลองปีใหม่ไทย 2558 สะดุดตากับป้ายโฆษณาที่เชิญชวนผู้คน ให้มาร่วมงานเทศกาลสงกรานต์ พร้อมกับชวนเล่นน้ำสงกรานต์ผ่านอุโมงค์น้ำ ปาร์ตี้โฟม ที่กำลังเป็นที่นิยมในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด นับเป็นเรื่องน่าห่วงใยกับความเสี่ยงต่อการเกิดโศกนาฎกรรมจากไฟฟ้ารั่ว หรือลัดวงจรในเครื่องเล่นประเภทนี้เป็นอย่างยิ่ง
ความปลอดภัยในชีวิตของประชาชนเป็นสิ่งแรกที่ผู้จัดงานต้องคำนึงถึง ผู้ประกอบการหรือเจ้าหน้าที่ซึ่งเลินเล่อ ขาดจิตสำนึก หรือขาดความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับระบบไฟฟ้าที่ต่อร่วมกับการใช้น้ำ อาจ มีส่วนก่อให้เกิดภัยอันตรายอย่างใหญ่หลวงได้ ผู้ประกอบการบางท่านอาจไม่ทราบว่าระบบไฟฟ้าเหล่านี้ที่ต้องมีความเข้มงวดพิเศษที่จะต้องมีระบบป้องกันและตัดวงจรเมื่อเกิดกระแสไฟรั่วหรือลัดวงจร หรือทราบ แต่ไม่ได้มีระบบป้องกันติดตั้งก็เป็นได้ ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมามีเหตุร้ายจากโศกนาฎกรรมหลายครั้งที่ผู้ประกอบการและผู้จัดงานต้องป้องกันแก้ไขให้ประชาชนได้รับความปลอดภัย


ดร. วีระเชษฐ์ ขันเงิน อาจารย์ภาควิชาวิศวกรรมไฟฟ้า คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) กล่าวเสริมว่า โดยทั่วไปร่างกายของคนเรามีความต้าน ทานอยู่ระหว่าง 1,000 โอห์ม ถึง 4,000 โอห์ม ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ปัจจัยที่มีผลมาก คือ สภาพร่างกายที่เปียกชุ่มน้ำและความเค็มที่ปนเปื้อนจะมีผลทำให้ความต้านทานไฟฟ้าของร่างกายลดต่ำลงอย่างมาก หากร่างกายมีส่วนสัมผัสกระแสไฟฟ้าที่อาจเกิดจากกรณีไฟรั่ว มีผลทำให้กระแสไฟฟ้าผ่านร่างกายได้สูง ย่อมมีผลและเป็นอันตรายต่อร่างกาย ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับ


1. ขนาดของกระแสว่ามากน้อยเท่าไร กระแสมากอันตรายมาก หากกระแสที่ไหลผ่านร่างกายมากกว่า 25 mA (มิลลิแอมป์) ควรจะต้องตัดไฟก่อนที่ร่างกายจะได้รับอันตราย
2. ชนิดของกระแส หากเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (เช่น จากไฟบ้าน 220 โวลต์ 50 Hz) จะมีผลเทียบเป็นสองเท่าของกระแสตรง (เช่น จากไฟจากแบตเตอรี) กรณีกระแสจากไฟบ้านผ่านร่างกาย 25 mA (มิลลิแอมป์)
จะมีผลใกล้เคียงกับกระแสไฟฟ้าจากแบตเตอรีขนาด 50 mA (มิลลิแอมป์)
3. เส้นทางที่กระแสไฟฟ้าผ่านร่างกาย ปกติเส้นทางที่กระแสไฟฟ้าผ่านร่างกายจะผ่านไปในเส้นทางที่มีความต้านทานต่ำที่สุด กระแสไฟฟ้าที่ผ่านสมองหรือหัวใจ เป็นเส้นทางที่อันตรายมากที่สุด
4. ระยะเวลาที่ร่างกายถูกกระแสไฟฟ้าผ่าน ยิ่งนานยิ่งมีผลอันตรายต่อร่างกายมากเท่านั้น
5. ความแข็งแรงและสมบูรณ์ของร่างกาย ร่างกายที่อ่อนเพลียหรืออ่อนแอจะทำให้เกิดผลอันตรายได้รุนแรงขึ้น ระดับอันตรายมีผลตั้งแต่แค่รู้สึกจนกระทั่งถึงแก่ชีวิต และอาจเกิดติดต่อกันเป็นจำนวนมากๆได้หาก
มีการสัมผัสกัน ทั้งโดยตรงและโดยอ้อม


ข้อแนะนำในการตรวจสอบ


1. ระบบไฟฟ้าจะต้องออกแบบโดยวิศวกรไฟฟ้า หรือช่างไฟฟ้าที่มีความรู้ความเข้าใจอย่างแท้จริง การออกแบบต้องมีระบบป้องกันไฟฟ้ารั่วและลัดวงจร รวมทั้งติดตั้งระบบความปลอดภัยจากสายดิน หรือการ
แยกกราวนด์ด้วยหม้อแปลงไฟฟ้า อุปกรณ์ทุกชนิดต้องมีสภาพดี ไม่มีการเสื่อม แตกหัก หรือหมดสภาพ เช่น สายไฟไม่แตก หรือเปลือย งดการติดตั้งในพื้นที่ที่ไม่เหมาะสม โครงโลหะ พื้นดินหรือแช่น้ำ เป็นต้น
2. ผู้จัดงานต้องมีการตรวจสอบการทำงานของระบบและเครื่องมือว่ามีความพร้อมต่อการใช้งาน และจะต้องมีการทดสอบการทำงานจริง
3. ผู้จัดงานต้องมีเจ้าหน้าที่ที่เข้าใจการทำงานกำกับดูแลงานไฟฟ้าอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา สามารถตัดระบบไฟทั้งแบบอัตโนมัติและใช้คนตัดได้ทันที
4.ผู้จัดงานต้องเจ้าหน้าที่ซึ่งมีความรู้และได้รับการฝึกในการปฐมพยาบาลที่ถูกต้อง ต้องทำทันทีในการช่วยผู้ถูกกระแสไฟฟ้าดูดออกมา ขณะนำผู้ป่วยส่งโรงพยาบาลก็จะต้องทำการปฐมพยาบาลตามขั้นตอน
ตลอดเวลา จนกระทั่งถึงมือแพทย์