วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เผยความสุขคนไทยปี57ต่ำกว่าปี56

กรมสุขภาพจิตเผยความสุขคนไทยปี 57 อยู่ที่ 32.06 จากเต็ม 45 ต่ำกว่าปี 56 ในไตรมาส 2 ช่วงการเมืองเดือดความสุขต่ำสุด

ที่กรมสุขภาพ นพ.เจษฎา โชคดำรงสุข อธิบดีกรมสุขภาพจิต แถลงข่าวผลการสำรวจความสุขคนไทยปี 2557 ว่า วันที่ 20 มีนาคมของทุกปี องค์การสหประชาชาติ(UN)กำหนดให้เป็นวันความสุขสากล(The International Day of Happiness) เพื่อกระตุ้นให้ประเทศสมาชิกหันมามีทบทวนทิศทางการพัฒนาประเทศให้ประชากรมีความสุขมากยิ่งขึ้น จากรายงานความสุขโลกปี 2556 พบว่าประเทศเดนมาร์กมีความสุขเป็นอันดับ 1 ของโลก ประเทศไทยมีความสุขอยู่ลำดับที่ 36 ของโลก และอยู่ในลำดับที่ 2 ของอาเซียนรองจากประเทศสิงคโปร์ ทั้งนี้ จากความร่วมมือระหว่างกรมสุขภาพจิต สำนักงานสถิติแห่งชาติ(สสช.) สถาบันวิจัยประชากรและสังคมและสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.) ในการสำรวจข้อมูลความสุขคนไทยมาอย่างต่อเนื่องมีสุขภาพกายและสุขภาพจิตดี มีเวลาทำกิจกรรมร่วมกันในครอบครัวและมีรายได้เพียงพอ ไม่มีหนี้สิน โดยเฉพาะหนี้นอกระบบ ยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อความสุขของคนไทย

“แนวทางสร้างสุขมี 3 วิธีสร้างสุข ได้แก่ 1.ให้เวลา หมายถึง การให้เวลาทำกิจกรรมความสุขร่วมกับสมาชิกในครอบครัว 2.ขยับกาย หมายถึง การออกกำลังกายเป็นประจำ อย่างน้อย 30 นาที่ สัปดาห์ละ 3 ครั้ง จะช่วยให้รู้สึกสดชื่น แจ่มใส มีสมาธิ และ3.กระจายสิ่งดี หมายถึง การมองหาโอกาสในการมอบสิ่งดีๆให้กับผู้อื่น”นพ.เจษฎากล่าว

น.ส.รัจนา เนตรแสงทิพย์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร กล่าวว่า ในการสำรวจความสุขคนไทยปี 2557 โดยการผนวกแบบประเมินความสุขคนไทยจำนวน 15 ข้อของกรมสุขภาพจิต เข้ากับการสำรวจต่างๆของสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยเลือกเก็บข้อมูลเป็นรายไตรมาส ตั้งแต่ต้นปี เพื่อติดตามการเปลี่ยนแปลงระดับความสุขคนไทยตลอดปี โดยมีคะแนนเต็ม 45 คะแนน หากต่ำกว่า 27 คะแนนถือว่ามีความสุขน้อยหรือเสี่ยงมีปัญหาสุขภาพจิต 27-34 คะแนน ความสุขระดับปานกลาง และ 34 คะแนนขึ้นไป มีความสุขระดับมาก ซึ่งภาพรวมปี 2557 ความสุขคนไทยอยู่ที่ 32.31 คะแนน มีความสุขระดับปานกลาง แต่ต่ำกว่าปี 2556 ที่อยู่ที่ 33.35 คะแนน โดยเพศชายมีความสุขมากกว่าเพศหญิง หากวิเคราะห์รายไตรมาสในปี 2557 พบว่า ไตรมาสที่ 1 มีความสุขอยู่ที่ 33.14 คะแนน ,ไตรมาสที่ 2 เก็บช่วงวันที่ 1-12 พฤษภาคม 2557 เป็นการย้อนถามไป 1 เดือนก่อนหน้าคือเดือนเมษายน เป็นช่วงที่การเมืองประเทศกำลังร้อนแรง ความสุขอยู่ที่ 31.30 คะแนน ไตรมาสที่ 3 ความสุขอยู่ที่ 31.48 และไตรมาส 4 อยู่ที่ 32.31 จะ เห็นได้ว่าไตรมาสที่ 3 และ 4 ซึ่งเป็นช่วงเวลาหลังการรัฐประหารความสุขค่อยๆเพิ่มขึ้นแบบช้าๆ

เมื่อจำแนกรายภาค พบว่า ภาคใต้ความสุขสูงที่สุดอยู่ที่ 32.63 ภาค รองลงมาภาคเหนือ 32.59 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 32.47 กรุงเทพฯ 32.16 และภาคกลาง 31.83 โดยจังหวัดที่มีความสุขสูงที่สุด 5 อันดับ ได้แก่ จ.สิงห์บุรี 35.67 บึงกาฬ 34.27 ลำพูน 34.08 พิจิตร 33.88 และแพร่ 33.55 ส่วนจังหวัดที่มีความสุขต่ำสุด 5 อันดับ ได้แก่ จ.ชลบุรี 29.31 จ.สมุทราปราการ 29.41 จ.สุโขทัย 29.64 จ.แม่ฮ่องสอน 29.97 และจ.สระแก้ว 30.06 ส่วนกรุงเทพมหานครอยู่ลำดับที่ 44 มีความสุขอยู่ที่ 31.80

น.ส.รัจนา กล่าวอีกว่า เมื่อพิจารณาความสุขคนไทย อายุ 60 ปีขึ้นไป พบว่า ผู้สูงอายุที่ทำงาน มีเงินออม มีการอ่านหนังสือ มีความสุขมากกว่าไม่ทำงาน ไม่มีเงินออมและไม่อ่านหนังสือ นอกจากนี้ ยังพบว่า การให้เวลาของสมาชิกในครอบครัวอย่างเพียงพอจะมีความสุขมากกว่าให้เวลาไม่เพียงพอ หากเป็นผู้ที่มีเพื่อน/หน่วยงานในชุมชนคอยช่วยเหลือจะมีความสุขมากกว่าคนที่ไม่ค่อยมีเพื่อน/หน่วยงานในชุมชนคอยช่วยเหลือ ส่วนการกระจายรายได้ พบว่า ผู้ที่มีรายได้น้อย ต่ำสุดที่ 1,553 บาทต่อเดือนแต่มีความสุขอยู่ที่ 32.53 ซึ่งเป็นความสุขระดับปานกลางไม่ต่างจากกลุ่มที่มีรายได้มากกว่า อาจสะท้อนว่าคนไทยแม้จะมีรายได้น้อยแต่ก็มีความสุขจึงน่าจะมีปัจจัยอื่นในการสร้างความสุข

“ ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสุขมีทั้งเรื่องความมั่นคงปลอดภัยในชุมชน การมีเพื่อน/หน่วยงานในชุมชนคอยช่วยเหลือ การมีที่อยู่อาศัยที่มั่นคง ความสามารถดูแลตัวเองได้ การมีสวัสดิการด้านรักษาพยาบาล และอื่นๆ ซึ่งเป็นการสะท้อนว่าความสุขไม่ได้เกิดจากปัจจัยใดปัจจัยหนึ่ง แต่เกิดจากหลายปัจจัยประกอบกัน”น.ส.รัจนากล่าว

นพ.ประเวช ตันติพิวัฒนสกุล นายแพทย์ทรงคุณวุฒิ กรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากการที่กรมได้สอบถามเรื่องการเมืองและความสุขสำรวจเดือนตุลาคม 2557 จำนวน 34,000 ราย โดยข้อคำถาม สามารถพูดคุยเรื่องการเมืองในชุมชนได้ พบว่า กรุงเทพฯ พูดคุยไม่ได้เลยหรือน้อยมาก 58.5 % พูดคุยได้มาก/มากที่สุด 41.5 % ภาคกลาง น้อย/น้อยที่สุด 41.4 % มาก/มากที่สุด 58.6 % ภาคเหนือ น้อย/น้อยที่สุด 28.6 % มาก/มากที่สุด 71.4 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้อย/น้อยที่สุด 27.8 % มาก/มากที่สุด 72.2 % ภาคใต้ น้อย/น้อยที่สุด 28.1 % มาก/มากที่สุด 71.9 % และข้อคำถามว่าเห็นว่าคนไทยมีความสุขมากขึ้น กรุงเทพฯ เห็นว่าไม่เลย/น้อยมาก 29.3 % มาก/มากที่สุด 70.7 % ภาคกลาง น้อย/น้อยมาก 17.9 % มาก/มากที่สุด 82.1 % ภาคเหนือ น้อย/น้อยที่สุด 9.9 % มาก/มากที่สุด 90.1 % ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ น้อย/น้อยที่สุด 19.2 % มาก/มากที่สุด 79.8 % และใต้ น้อย/น้อยที่สุด 23.3 % และมาก/มากที่สุด 76.7 %

“จะเห็นว่าพื้นที่กรุงเทพฯและภาคกลางในเรื่องการพูดคุยเรื่องการเมืองได้และเห็นว่าความสุขเพิ่มขึ้นจะสู้ภาคอื่นๆไม่ได้ และครึ่งปีหลังปี 2557 คะแนนความสุขค่อยๆไต่ขึ้น โดยภาคเหนือเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน แต่วิจัยชินนี้ไม่สามารถบอกได้ว่าเพราะอะไร แต่หากตั้งสมมติฐาน อาจเพราะมีการขยับตัวขึ้นจากการมีรายได้จากการท่องเที่ยว ส่วนความเป็นชุมชนที่แน่นแฟ้นจะเกี่ยวข้องด้วยหรือไต้องลงไปเจาะลึก ส่วนประเด็นทางการเมือง จะเห็นว่าพื้นที่ที่เป็นโจทย์การเมือง ไม่ได้ส่งผลต่อความสุขเสมอไปต้องมีปัจจัยอื่นควบคู่ด้วย”นพ.ประเวชกล่าว

ขอบคุณภาพ http://pr.moph.go.th