ผู้ว่าฯแม่ฮ่องสอน เผยพิษหมอกควันทำการบินชะงัก 5 วัน ตั้งความหวังฝนเทียมชะล้าง
นายสุรพล พนัสอำพล ผู้ว่าแม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ปัจจุบันค่าฝุ่นละอองขนาดเล็กในอากาศ วัดได้ 280 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ลดลงกว่าเมื่อวานนี้ที่วัดได้ 303 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร แต่ยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐานอย่างต่อเนื่อง และอันตรายต่อสุขภาพของประชาชน ซึ่งก็ได้กำชับกับเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ตั้งแต่ระดับหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ ในการเฝ้าระวังไฟป่าอย่างใกล้ชิด และชี้เป้าผู้ลักลอบจุดวางเพลิง รวมทั้งเพิ่มความถี่ในการสำรวจพื้นที่จุดเสี่ยงที่จะเกิดไฟและควันมากขึ้น
สำหรับปัญหาสำคัญของจังหวัดแม่ฮ่องสอนคือ มีพื้นที่ป่ากว่า 8 ล้านไร่ กว่าร้อยละ 80 เป็นภูเขาสูงชัน การเข้าระงับเหตุเพลิงไหม้ในป่าเป็นไปได้ยากลำบาก บางพื้นที่ไม่สามารถใช้กำลังคนเข้าไปได้ จึงต้องขอกำลังอุปกรณ์และยุทโธปกรณ์เข้ามาเสริม ไม่ว่าจะเป็นเครื่องบิน C-130 และ ฮ.ชีนุก จากกองทัพอากาศ ในการโปรยละอองน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศ ขณะที่ความร่วมมือจากภาคประชาชนโดยเฉพาะชาวบ้านในพื้นที่เริ่มมีมากขึ้น
จากการประชาสัมพันธ์และขอความร่วมมือ รวมทั้งการชี้แจงผลกระทบจากปัญหามลพิษที่เกิดขึ้น
ขณะที่การโดยสารทางอากาศยานของจังหวัดแม่ฮ่องสอน หยุดชะงักมากว่า 5 วันแล้ว เนื่องจากหมอกควันปกคลุมหนาแน่นในพื้นที่ท่าอากาศยานแม่ฮ่องสอน โดยเฉพาะลานบิน ทัศนวิสัยต่ำกว่า 1,000 เมตร จึงต้องงดการเดินทางโดยอากาศยานไปก่อนจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย ซึ่งปัจจุบันก็ได้มีการระดมกำลังรถดับเพลิงฉีดพ่นน้ำเพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นในอากาศทุกวัน ทั่วพื้นที่ตัวเมือง และได้มีการขอกรมฝนหลวง ขึ้นโปรยสารเคมีสร้างความชื้นในอากาศอย่างเร่งด่วน แต่ปัจจุบันความชื้นในอากาศยังมีไม่พอจึงยังไม่สามารถสร้างเมฆฝนได้
อย่างไรก็ตาม จังหวัดแม่ฮ่องสอน มีภูเขาล้อมรอบ และมีพื้นที่แอ่งกระทะหลายจุด ขณะที่ช่วงนี้กลับไม่มีลมพัดในที่ต่ำ และความกดอากาศสูงทำให้หมอกควันถูกขังอยู่ในพื้นที่ไม่ระบายไปไหน สิ่งที่จะบรรเทาได้จึงมีเพียงการโปรยน้ำเพิ่มความชุ่มชื้นทั้งทางบกและทางอากาศ เมื่อความชื้นในอากาศมากพอจึงอาจจะเกิดฝนชะล้างหมอกควันได้ นอกจากนั้นยังต้องมีมาตรการดับไฟเก่าและหยุดยั้งการจุดไฟใหม่ อย่างเข้มข้นต่อไป









