วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

คร.ชี้หวัดใหญ่ระบาดฮ่องกง ไทยไม่น่าห่วง

กรมควบคุมโรค ชี้หวัดใหญ่ระบาดฮ่องกง ไทยไม่น่าห่วง เตรียมฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่กลุ่มเสี่ยงทันพ.ค.นี้ ช่วง2เดือนแรกของปีคนไทยป่วยราว10,000ราย

นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ รองอธิบดีกรมควบคุมโรค(คร.) กล่าวถึงสถานการณ์การระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศฮ่องกง ส่งผลให้มีประชาชนเสียชีวิตแล้วกว่า 200 รายว่า ขณะนี้ ภาพรวมของสถานการณ์ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ กำลังมีการระบาดในซีกโลกเหนือ โดยพบการระบาดหลายประเทศ เช่น ฮ่องกง เป็นการระบาดของสายพันธุ์ H3N2 ถือเป็นการระบาดตามฤดูกาล? ?แต่ที่มีจำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น เป็นเพราะ?การระบาดครั้งนี้เป็นสายพันธุ์ที่มีความแตกต่างไปจากสายพันธุ์เดิม ซึ่งวัคซีนที่ประชาชนฮ่องกงฉีดไปแล้วไม่ครอบคลุม จึงทำให้มีอัตราการเสียชีวิตในกลุ่มเสี่ยง คือ ผู้มีโรคประจำตัว และผู้สูงอายุ ส่วนประเทศอินเดียเป็นการระบาดของสายพันธุ์ H1N1 หรือ ไข้หวัดใหญ่ 2009 พบการเสียชีวิตแล้วประมาณ 100 กว่าราย และพบการระบาดกระจายไปในหลายรัฐของประเทศ

นพ.โอภาส กล่าวอีกว่า การระบาดของไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาลในประเทศต่างๆ ถือว่ายังไม่น่าเป็นห่วง และยังไม่จำเป็นต้องมีการแจ้งเตือนเป็นกรณีพิเศษสำหรับการเดินทางไปยังประเทศนั้นๆ โดยสามารถใช้วิธีการป้องกันตนเองพื้นฐาน เช่น ไม่คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ และไม่ควรเข้าไปตลาดสัตว์ปีก โดยเฉพาะที่ฮ่องกง ยังพบการระบาดของโรคไข้หวัดนกสายพันธุ์H7N9 อยู่ สำหรับคำแนะนำสำหรับประชาชนในประเทศ คือ ?ไม่คลุกคลีผู้ป่วย ล้างมือบ่อยๆ ใส่หน้ากากเมื่อป่วย และหากป่วยด้วยไข้หวัดใหญ่ก็ควรหยุดเรียน หรือ หยุดงาน อย่างไรก็ตาม ???ประเทศไทยกำลังมีการสั่งซื้อวัคซีนไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล โดยจะมีกำหนดฉีดให้ประชาชนกลุ่มเสี่ยงในช่วงเดือน พ.ค.นี้ ?ซึ่งจะมีการเร่งให้ประชาชนได้รับอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้ แม้ว่าจะมีการระบาดปัจจุบันประเทศไทยก็สามารถผลิต?ยาต้านไวรัสไข้หวัดใหญ่แล้ว ถ้ามีการระบาด องค์การเภสัชกรรม?(อภ.) ก็พร้อมเพิ่มกำลังการผลิตทันที

“จากข้อมูลการเฝ้าระวังโรค ของสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค.-23 ก.พ. 58 พบผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ 10,032 ราย จาก 77 จังหวัด คิดเป็นอัตราป่วย 15.56 ต่อแสนประชากร ในจำนวนนี้เสียชีวิต 8 ราย คิดเป็นอัตราตาย 0.01 ต่อแสนประชากร สัดส่วนเพศชายต่อเพศหญิง 1 ต่อ 0.92 กลุ่มอายุที่พบมากที่สุด เรียงตามลำดับ คือ กลุ่มอายุ 10-14 ปี พบร้อยละ 13.43 กลุ่มอายุ 7-9 ปี พบร้อยละ 12.69 กลุ่มอายุ 25-34 ปี พบร้อยละ 10.95 สำหรับจังหวัดที่พบอัตราการป่วยต่อแสนประชากรสูงสุด 5 ลำดับแรก คือ เชียงใหม่ ลำปาง พระนครศรีอยุธยา พะเยา และ ลำพูน”นพ.โอภาสกล่าว