วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

LASIK อิสระแห่งการมองเห็น

การมีสายตาปกติ ปราศจากการใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ เป็นสุดยอดปรารถนาของผู้ที่มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น, ยาว และเอียง

การมีสายตาปกติ ปราศจากการใส่แว่นสายตาหรือคอนแทคเลนส์ เป็นสุดยอดปรารถนาของผู้ที่มีปัญหาเรื่องสายตาสั้น, ยาว และเอียง โรงพยาบาลวิภาวดีจึงเล็งเห็นความสำคัญ จัดตั้งเป็น Advanced LASIK Center ขึ้นที่ชั้น 3 อาคาร 4 โดยมีจักษุแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระจกตา และเครื่องมือที่ทันสมัย พร้อมได้รับการรับรองด้วยระบบคุณภาพมาตรฐานระดับโลก JCI, ISO 9001-2000 และ HA เพื่อรองรับผู้ที่ต้องการแก้ไขปัญหาสายตาผิดปกติให้กลับมามีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
พญ.ฐิดานันท์ รัตนธรรม จักษุแพทย์ สาขากระจกตาและการแก้ไขสายตาด้วยแสงเลเซอร์ ประจำ Advanced LASIK Center โรงพยาบาลวิภาวดี เปิดเผยว่า “ด้วยนโนบายของผู้บริหารของโรงพยาบาลวิภาวดี ที่ต้องการเห็นคนไทยมีสุขภาพและชีวิตที่ดีขึ้น จึงได้จัดตั้ง Advanced LASIK Center ตั้งแต่ปี 2545 การทำเลสิคเป็นวิธีการแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยแสงเลเซอร์ เริ่มมีมาตั้งแต่ทศวรรษที่ 80 โดยใช้แสงเลเซอร์ไปปรับแต่งความโค้งของกระจกตาโดยตรง ไม่มีขั้นตอนการเปิดผิวกระจกตา เรียกว่าวิธี PRK ซึ่งยังคงใช้เรื่อยมาจนถึงปัจจุบัน และในราวทศวรรษที่ 90 ได้มีการค้นพบวิธีการรักษาอีกวิธีหนึ่ง โดยมีขั้นตอนการเปิดผิวกระจกตาก่อนใช้แสงเลเซอร์ปรับความโค้งกระจกตา เรียกว่าวิธี LASIK ซึ่งทั้งวิธี PRK และ LASIK มีข้อดีและข้อจำกัด จึงเหมาะกับสภาพสายตาของแต่ละบุคคลแตกต่างกันออกไป โดยแสงเลเซอร์ที่ใช้รักษาสายตานี้ เรียกว่า Eximer Laser เป็นแสงอุลตร้าไวโอเล็ต (193 nanometre) และเป็นแสงที่เย็น แสงเลเซอร์ชนิดนี้ใช้ปรับแต่งพื้นผิวกระจกตาเท่านั้น จึงมีผลเฉพาะบริเวณผิวกระจกตา ไม่สามารถเข้าไปภายในลูกตาได้ มีความแม่นยำมาก ซึ่งมีเฉพาะในเครื่องเลเซอร์รุ่น MEL 80 เท่านั้น
สำหรับขั้นตอนการทำเลสิค จะต้องนัดตรวจประเมินสภาพสายตาอย่างละเอียดก่อน ใช้เวลานานประมาณ 3 ชั่วโมง ผู้ที่ใส่คอนแทคเลนส์ชนิดนิ่ม ต้องถอดก่อนนัดตรวจ 3-5 วัน ส่วนคอนแทคเลนส์ชนิดแข็ง ต้องถอดก่อน 7 วัน ในส่วนหนึ่งของการตรวจจะหยอดยาขยายม่านตา เพื่อตรวจจอประสาทตา จึงทำให้การมองใกล้พร่ามัวหลังตรวจ เป็นเวลาประมาณ 4 - 6 ชั่วโมง และสู้แสงจ้าไม่ได้ ควรเตรียมแว่นกันแดด, นำญาติหรือเพื่อนมาด้วย และไม่ควรขับรถกลับด้วยตนเอง หลังจากทราบผลประเมินสภาพสายตาแล้ว แพทย์จะให้คำแนะนำเรื่องวิธีการรักษาสายตาด้วยเลเซอร์ในแบบที่เหมาะสมเฉพาะบุคคล
ทาง Advanced LASIK Center เลือกใช้เครื่องมือที่ทันสมัยจากประเทศเยอรมัน จึงมั่นใจด้วยระบบการตรวจวิเคราะห์ Wavefront Guided Laser and CRS Master ที่ใช้ตรวจประมวลผลสภาพสายตาที่มีลักษณะเฉพาะของแต่ละคน และสร้างโปรไฟล Super Saving Tissue ชนิดที่ช่วยประหยัดผิวกระจกตา ทั้งยังปลอดภัยด้วยระบบสแกนรายละเอียดม่านตา Oculign IR ในการจดจำลายม่านตา และระบบติดตามการกลอกตา Fast Eye Tracker System ได้รวดเร็วถึง 1050 Hz พร้อมทั้งระบบ CCA Plus Technology สามารถดูดละอองควันและกลิ่นเหนือบริเวณยิงเลเซอร์ ลดโอกาสเกิดการอักเสบ นอกจากนี้ยังติดตั้งระบบ Air Shower Link ในการกำจัดฝุ่นละอองที่มีขนาดเล็กกว่า 0.1 ไมครอน ซึ่งสามารถกำจัดเชื้อแบคทีเรียได้ อีกทั้งยังรวดเร็ว ใช้เวลาในการยิงเลเซอร์เพียง 5-10 วินาทีเท่านั้น ช่วยลดช่วงระยะเวลาตื่นเต้นกังวลให้น้อยลงได้ การดูแลรักษาดวงตาคู่สำคัญอยู่ภายใต้ทีมจักษุแพทย์ทางด้านศัลยกรรมกระจกตาและแก้ไขภาวะสายตาผิดปกติด้วยแสงเลเซอร์ที่มีประสบการณ์สูงจากต่างประเทศ และบุคลากรที่มีคุณภาพ มีความรู้ความชำนาญแบบมืออาชีพ ได้รับการอบรมเรื่องการดูแลรักษามาเป็นอย่างดี ให้บริการที่ ได้มาตรฐานถูกต้องตามหลักวิชาการ หลังจากรักษาด้วยเลเซอร์เสร็จแล้ว สามารถกลับบ้านได้ และแพทย์จะนัดมาตรวจติดตามหลังการรักษาเป็นระยะจนครบ 1 ปี
ด้าน ตั๊ก-บริบูรณ์ จันทร์เรือง เปิดเผยว่า “ผมมีปัญหาสายตา คือ สายตาสั้น และเอียง ต้องใส่คอนแทคเลนส์ตลอด และด้วยงานที่ทำอยู่ ต้องเจอแสงไฟและแสงแฟลชเป็นประจำ ทำให้เกิดอาการเคืองตา ตาแห้ง แสบตา จนรู้สึกว่าถ้าเป็นแบบนี้ต่อไปคงไม่ดีแน่ๆ จึงตัดสินใจหาข้อมูลเรื่องการทำเลสิคในอินเตอร์เน็ตด้วยตัวเอง และโชคดีที่มีพี่ในวงการแนะนำให้รู้จักกับ Advanced LASIK Center โรงพยาบาลวิภาวดี ผมจึงรีบมาพบแพทย์เพื่อขอคำแนะนำในการรักษาทันที เพราะเชื่อมั่นในศูนย์ฯที่ตั้งอยู่ในโรงพยาบาลที่มีมาตรฐาน มีทีมแพทย์เฉพาะทาง ใช้เวลาในการรักษาไม่นาน ปัจจุบันเลิกใส่คอนแทคเลนส์ถาวร ได้สายตาที่ปกติกลับมา ไม่มีปัญหาเรื่องตาแห้ง หรือเคืองตาอีกต่อไป มองหน้าลูกสาวและภรรยาที่รักได้อย่างชัดเจนขึ้นครับ”