วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โผล่จอ"ดาวเทียม-เคเบิ้ล"ผิดกม.

(รายงาน) เฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพ โผล่จอ"ดาวเทียม-เคเบิ้ล"ผิด ก.ม.100%

มูลนิธิเพื่อผู้บริโภค ร่วมกับเครือข่ายองค์กรผู้บริโภค 10 จังหวัด เสนอผลการเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมาย ครั้งที่ 2 ซึ่งเป็นการเฝ้าระวังโฆษณาทางสื่อโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ลทีวี ระหว่างเดือน ต.ค.ถึง ธ.ค.57 พบว่าเกือบ 100% ของโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพล้วนเข้าข่ายผิดกฎหมาย เนื้อหาบ่งบอกถึงการลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ขาว-สวย-ใส และรักษา-บำบัด-ป้องกันสารพัดโรคตั้งแต่ศีรษะจรดเท้า


นายพชร แกล้วกล้า ผู้ประสานงานโครงการสร้างเครือข่ายผู้บริโภคในกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ กล่าวระหว่างการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 13 ก.พ.ที่ผ่านมาว่า ในจำนวนโทรทัศน์ดาวเทียมและเคเบิ้ล 18 ช่อง พบ 17 ช่องที่โฆษณาผิดกฎหมาย และเป็นช่องที่คณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) เคยสั่งปรับไปแล้ว 5 ช่อง ได้แก่ สถานีโทรทัศน์ไทยมุสลิม (TMTV), ทีวีมุสลิมไทยแลนด์, มีคุณทีวี, เอชพลัส (H+) และช่อง 8 (8 Channel : ดิจิทัลทีวี)
ส่วนช่องที่เหลือก็พบโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายจำนวน 85 ผลิตภัณฑ์ แต่ไม่เคยถูก กสทช.สั่งปรับ


ในส่วนของผู้แทนเครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันตก พบว่าการเฝ้าระวังโฆษณาผลิตภัณฑ์สุขภาพผิดกฎหมายจำนวน 95 ผลิตภัณฑ์ แบ่งเป็นอาหาร 55 รายการ เป็นกลุ่มโฆษณาว่ารักษา บำบัด บรรเทา และป้องกันโรคได้ กลุ่มเครื่องสำอาง 29 รายการ แบ่งย่อยออกเป็น 2 กลุ่มคือ โฆษณาว่าทำให้ ขาว สวย ดูอ่อนเยาว์ กับกลุ่มรักษาได้ เช่น สิว ฝ้า ทำให้ผมดกดำ เป็นต้น และผลิตภัณฑ์ยาจำนวน 11 รายการ สามารถแบ่งได้ 2 กลุ่ม คือ ยารักษาสารพัดโรค กับยาลดความอ้วน


น.ส.สิรินนา เพชรรัตน์ ผู้แทนเครือข่ายผู้บริโภคภาคใต้ กล่าวเสริมว่า วิธีการโฆษณาที่ผิดกฎหมายมีหลายรูปแบบ ได้แก่ 1.รูปแบบโฆษณาแฝงโดยวางผลิตภัณฑ์ไว้ส่วนใดส่วนหนึ่งของรายการ 2.สัมภาษณ์กลุ่มบุคคลที่มีชื่อเสียง ผู้ประกอบวิชาชีพ หรือผู้ป่วย 3.เปิดสปอตในรายการ และแนะนำเพิ่มเติมโดยพิธีกร 4.ให้ข้อมูลกล่าวอ้างเชิงวิชาการ เช่น การพิสูจน์ ส่วนประกอบของวัตถุดิบว่าสามารถรักษาโรคได้


ดังนั้นผู้บริโภคต้องระวังและมีสติอย่างมากขณะรับชมรายการหรือโฆษณาประเภทนี้ เพราะโฆษณาต่างๆ เหล่านี้ทำให้ผู้บริโภคได้รับข้อมูลที่เป็นเท็จ เกินจริง บางกลุ่มขาดการรักษาที่เหมาะสม อาจถึงขั้นเสียเงินเสียทอง จนสุดท้ายเสียชีวิต


น.ส.สิรินนา กล่าวต่อว่า ในเทศกาลวาเลนไทน์ การมอบสิ่งดีๆ ให้คนรักถือเป็นเรื่องที่ดี แต่คำพูดของโฆษณาบางกลุ่มที่บอกว่า "ดูแลคนที่คุณรักด้วย..." ทางเครือข่ายอยากให้ข้อมูลผู้บริโภคว่าควรพิจารณาก่อนเลือกซื้อสินค้ากลุ่มอาหาร ยา และผลิตภัณฑ์สุขภาพอย่างน้อย 3 ข้อ คือ


1.สังเกตเลขอนุญาต เช่น ด้านอาหาร คือ ฆอ. .../... , ด้านยา คือ ฆท. .../... , เครื่องมือแพทย์ คือ ฆท. ..../... ส่วนเครื่องสำอางไม่ต้องมีเลขอนุญาตโฆษณา แต่ต้องไม่โฆษณาเกินจริง เป็นเท็จ ซึ่งจะมีความผิดตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) คุ้มครองผู้บริโภค


2.พิจารณาเนื้อหาว่าโฆษณาตรงกับผลิตภัณฑ์หรือไม่ และ 3.เนื้อหาโฆษณาโอ้อวดสรรพคุณเกินจริงหรือไม่
น.ส.จินตนา ศรีนุเดช สมาคมผู้บริโภคจังหวัดขอนแก่น ผู้แทนเครือข่ายผู้บริโภคภาคตะวันออกเฉียงเหนือ กล่าวว่า จากปัญหาที่พบในการเฝ้าระวัง เครือข่ายองค์กรผู้บริโภคขอเสนอแนวทางในการกำกับดูแลและมาตรการเพื่อการคุ้มครองผู้บริโภค ดังนี้ 1.ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องบังคับใช้กฎหมาย สั่งระงับโฆษณา เช่น สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) มีอำนวจตรวจสอบและออกคำสั่งให้ระงับการโฆษณาที่ฝ่าฝืนกฎหมายกับเจ้าของผลิตภัณฑ์ ผู้โฆษณาได้ทันที


ขณะที่ผู้รับผิดชอบสื่อโฆษณา ได้แก่ กสทช. มีอำนาจโดยตรงในการตรวจสอบและออกคำสั่งให้ระงับการดำเนินการลงโทษขั้นสูงสุดกับผู้ประกอบการที่มีการกระทำความผิดซ้ำซาก


2.ปรับปรุงบทกำหนดโทษ ให้เพิ่มบทกำหนดโทษสำหรับผู้กระทำผิดตาม พ.ร.บ.อาหาร และ พ.ร.บ.ยา ให้โทษรุนแรงเพิ่มขึ้น 3.เร่งรัดการจัดทำระบบฐานข้อมูลการอนุญาตโฆษณาอาหาร และเปิดให้สาธารณะเข้าถึงได้ เพื่อใช้ในการตรวจสอบว่าโฆษณานั้นได้รับอนุญาตหรือไม่ รวมถึงการแสดงข้อมูลโฆษณาต่างๆ ที่ผิดกฎหมาย และการดำเนินคดีสิ้นสุดแล้ว เพื่อประโยชน์ในการให้ความรู้แก่ผู้บริโภค


4.กสทช.ควรดำเนินการหรือส่งเสริมให้เกิดการดูแลกันเองที่มีประสิทธิภาพของผู้ประกอบการสื่อโทรทัศน์ ทั้งทีวีดาวเทียม เคเบิ้ลทีวี และดิจิทัลทีวี


น.ส.จินตนา กล่าวอีกว่า เครือข่ายแต่ละพื้นที่ได้ดำเนินการส่งข้อมูลการเฝ้าระวังนี้ให้กับ กสทช. อย. และนายแพทย์สาธารณสุขจังหวัดของแต่ละจังหวัด ส่วนกลางจะดำเนินการขอยื่นหนังสือเป็นทางการกับสำนักงาน กสทช. และเลขาธิการ อย.เพื่อดำเนินการบังคับใช้กฎหมายอย่างเด็ดขาดต่อไป