วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งดับไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา เกิดเหตุกลางดึกชาวบ้านหนีอลหม่าน

จนท.เร่งดับไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา สถานการณ์ล่าสุดสามารถล้อมเพลิงอยู่ในวงจำกัด หลังเกิดเหตุกลางดึก คนงานและชาวบ้านหนีอลหม่าน


เมื่อเวลา 02.30 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ 2558 ร.ต.อ.วัชระพล ออนเป็ง ร้อยเวร สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีเหตุไฟไหม้บ่อขยะ นรินทร์เนรมิต ซึ่งตั้งอยู่กลางซอยยัวซ่า หมู่ 4 ตำบลท้ายบ้านใหม่ อำเภอเมือง สมุทรปราการ หลังรับแจงจึงพร้อมด้วย พล.ต.ต.ธนา ชูวงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ พ.ต.อ.ต่อพงษ์ ตันตระวาณิชย์ ผกก.และรถดับเพลิงเทศบาลตำบลบางปู และเทศบาลใกล้เคียงกว่า 20 คันเดินทางตรวจสอบที่เกิดเหตุ


ในที่เกิดเหตุพบว่า เป็นบ่อขยะเก่าขนาดใหญ่พื้นที่ประมาณ 100 ไร่ จุดที่เกิดเหตุอยู่บริเวณขอบบ่อด้านหลัง ได้พบเพลิงกำลังลุกไหม้กองขยะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นถุงพลาสติกก่อนลุกลามขยายเป็นวงกว้างกินพื้นที่ไปประมาณ 5 ไร่ กลุ่มควันสีดำจำนวนมาก พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า คนงานและชาวบ้านในละแวกใกล้เคียงต่างพากันขนข้างของหนีตายกันอลหม่าน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงได้ช่วยกันระดมฉีดน้ำสกัดเพลิงอยู่นานกว่า 2 ชั่วโมง จึงสามารถควบคุมเพลิงไม่ให้ลุกไหม้ และอยู่ในวงจำกัดได้ ไม่ให้ลุกลามไปที่อื่น แต่ยังคงมีเปลวไฟลุกไหม้ขึ้นมาเป็นระยะระยะในบางจุด เนื่องจากด้านล่างของกองขยะมีก๊าสมีเทรนจำนวนมาก ที่พวยพุ่งขึ้นมา ขณะเดียวกันทางด้านเจ้าของบ่อขยะดังกล่าว ได้นำรถแบคโคมาทำการตัดกองขยะแยกออกจากกัน ป้องกันไม่ให้ไฟลุกลามไปลุกไหม้ที่อื่น


เวลาผ่านไปหลายชั่วโมง กระทั่งเวลา 08.00 น.ของวันเดียวกัน เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ สามารถดับเปลวไฟได้มากกว่า 80 เปอร์เซ็นต์ กลุ่มควันที่เคยเป็นสีดำทะมึนกลับกลายเป็นควันที่ขาว


ขณะเดียวกัน พล.ต.ต.ธนา ชูวงษ์ ผบก.ภ.จว.สมุทรปราการ ได้สั่งการให้ขอรถดับเพลิงมาเพิ่มอีกกว่า 10 คัน เนื่องจากในจุดที่เกิดเหตุ มีแหล่งน้ำธรรมชาติไม่เพียงพอ จึงทำให้การดับเพลิงในครั้งนี้ เป็นไปอย่างล่าช้า และจากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุได้พบว่า เพลิงได้ลุกไหม้เพิงพักคนงานวอดไปจำนวน 3 ห้อง และรถจักรยานยนต์อีก 1 คัน


จากการสอบสวน นายสมพงษ์ นรินทร์สุขสันติ อายุ 61 ปี เจ้าของบ่อขยะดังกล่าว ได้เล่าว่า บ่อขยะแห่งนี้ ปิดทำการมาหลายปีแล้ว แต่รอบ ๆ บ่อปล่อยให้ลูกน้องเก่า ที่เคยทำงานอยู่ด้วยกันในบ่อขยะให้ปลูกบ้านพักอาศัย และประกอบอาชีพขายถุงพลาสติกเก่า เท่าที่สอบถามคนงาน ได้ทราบว่า เหตุเกิดตั้งแต่ประมาณเที่ยงคืน ซึ่งในขณะนั้นคนงานที่พักอาศัยอยู่ริมขอบบ่อได้นอนหลับกันหมดแล้ว
"คนงานบอกว่า มาสะดุ้งตื่นตอนที่ไฟลุกลามเข้ามาใกล้ ได้พยายามช่วยกันเอาถังเคมี และน้ำมาช่วยกันดับแล้ว แต่เอาไว้อยู่ จึงแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ดังกล่าว ส่วนสาเหตุคาดว่า น่าจะเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร เนื่องจากที่ตู้คอนโทรนไฟฟ้าที่ติดตั้งอยู่ที่เสาไฟมีหนูเข้าไปกัดสายไฟและเกิดการช็อตขึ้นบ่อยครั้ง" นายสมพงษ์ กล่าว


อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถที่จะระบุสาเหตุการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ได้ ซึ่งจะต้องรอการสอบสวนพยานที่อยู่ในที่เกิดเหตุ และผลการตรวจสอบจากเจ้าหน้าที่วิทยาการ จึงจะสามารถระบุได้ว่า การเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ เกิดจากอะไร

จนท.เร่งดับไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา

เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 13 กุมภาพันธ์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ยังคงเร่งดับไฟพื้นที่ไฟไหม้บ่อขยะแพรกษา ซอยแพรกษา 8 ถ.แพรกษา ซึ่งจุดเกิดเหตุเป็นพื้นที่คาบเกี่ยวระหว่าง ต.แพรกษา กับ ต.บางปู อ.เมือง จ.สมุทรปราการ โดยได้เกิดเหตุเพลิงใหม้ตั้งแต่ช่วงเวลาประมาณ 01.00 น.เศษที่ผ่านมา สถานการณ์ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถล้อมเพลิงอยู่ในวงจำกัด เพลิงได้ไหม้พื้นที่ไปประมาณ 3-4 ไร่ แต่ยังคงมีแสงเพลิงประปลายอยู่บริเวณขอบกองขยะซึ่งเป็นลักษณะปากเหวลึกประมาณ 10 เมตร และยังคงมีกลุ่มควันสีขาวหนาแน่น ประกอบกับมีกระแสลมค่อนข้างแรง โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมรถดับเพลิงจากที่ต่างๆ ใน จ.สมุทรปราการ เข้าทำการดับไฟดังกล่าวทั้ง 2 ด้าน จากด้าน ต.แพรกษาและด้าน ต.บางปู ขณะเดียวกันรถแบคโฮก็ได้ทำแนวป้องกันไฟโดยรอบบริเวณ


ต่อมาเวลา 10.30 น. เจ้าหน้าที่ได้ขอสนับสนุนรถแบคโฮเพื่อทำการขุดคุ้ยขยะขึ้นมาจากด้านล่างเพื่อทำการดับไฟ เพราะไฟได้ไหม้ลงไปข้างล่างลึกหลายเมตร เจ้าหน้าที่ดับเพลิงที่ฉีดน้ำดับไฟเข้าไม่ถึง และกลุ่มควันยังคงหนาแน่น รัศมีในการมองเห็นประมาณ 5 เมตร โดยการดับเพลิงดังกล่าวมีอุปสรรคเรื่องน้ำ เนื่องจากรถดับเพลิงต้องคอยออกไปเติมน้ำที่ประปาหัวแดงที่อยู่ด้านนอกใกล้เคียงปากซอยแพรกษา 8 ห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 2 กิโลเมตร เพราะบ่อน้ำใกล้เคียงจุดเกิดเหตุเป็นบ่อปลา ทางเจ้าของบ่อไม่อนุญาตให้เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสูบน้ำจากบ่อดังกล่าว เพราะเกรงจะส่งผลกระทบต่อปลาที่เลี้ยงไว้ในบ่อ


ด้านนายมงคล คงบำรุง รองนายก อบต.แพรกษา กล่าวว่า จุดเกิดเหตุเป็นที่ดินของเอกชน เป็นบ่อดินเก่า ก่อนจะมีคนนำขยะมาทิ้งจนกลายเป็นบ่อขยะ แต่ได้ปิดบ่อไปนานกว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งทางเจ้าของที่ได้แบ่งให้ชาวบ้านมาเช่าพื้นที่ดังกล่าว เพื่อแยกขยะที่เป็นขยะรีไซเคิลไปขาย โดยมีการเข้ามาเช่าพื้นที่หลายเจ้าหลายจุดกระจายไปทั่ว เบื้องต้นยังไม่ทราบว่าต้นเพลิงเกิดขึ้นจากอะไร และเกิดตรงจุดไหน ตอนนี้ต้องเร่งดับเพลิงให้ได้ก่อน เพราะควันที่หนาแน่นประกอบกันลมที่พัดมาทำให้ควันลอยกินพื้นที่ไปค่อนข้างไกล แต่โชคดีพื้นที่เกิดเหตุไม่มีบ้านเรือนประชาชน มีเพียงเพิงพักที่ปลูกขึ้นพักอาศัยชั่วคราวสำหรับชาวบ้านที่มาเช่าที่เก็บขยะขาย ที่เกิดเหตุยังไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต
นายมงคล กล่าวต่อว่า วันนี้(13 ก.พ.) ทางจังหวัด โดยรองผู้ว่าราชการ จ.สมุทรปราการ ได้กำหนดลงตรวจพื้นที่บ่อขยะเก่าทุกแห่ง เพราะมีคำสั่งให้ปิดหมด ซึ่งจะสามารถนำขยะไปทิ้งได้ที่บ่อขยะแพรกษาใหม่เท่านั้น โดยตรงนั้นได้ตั้งเป็นโรงไฟฟ้า และนำขยะดังกล่าวไปแปลงสภาพเป็นพลังงานไฟฟ้า แต่ก็มาเกิดเหตุไฟไหม้ที่บ่อขยะในจุดนี้ก่อน


ขณะที่นางเพชร พิมพ์ศรี อายุ 56 ปี ชาวบ้าน ต.แพรกษา กล่าวว่า ตนมีอาชีพรับจ้างเก็บขยะตรงนี้ให้นายทุนที่มาเช่าที่คัดแยกขยะนำของเก่าไปขาย ส่วนใหญ่จะเก็บพลาสติก ได้ค่าจ้างกิโลกรัมละ 1 บาท รายได้ต่อวันตกวันละ 150 - 200 บาท พอได้มีเงินซื้อข้าวกิน โดยทำอยู่ตรงนี้มานานหลายปีแล้ว ส่วนนายทุนที่เช่าที่จากเจ้าของจะจ่ายค่าเช่าประมาณเดือนละ 3,000 -4,000 บาท เมื่อเกิดเหตุไฟไหม้แบบนี้ก็หนักใจว่าจะหางานที่ไหนทำกิน


ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า ยังคงมีชาวบ้านที่รับจ้างเก็บขยะรวมทั้งนายทุนรายย่อยที่มาเช่าพื้นที่เกิดเหตุเก็บขยะขาย ยังคงฝ่ากลุ่มควันเข้าไปเก็บขยะจำพวกเศษเหล็กที่พอจะนำไปขายได้ เนื่องจากมีความเสียดายหากปล่อยให้เจ้าหน้าที่ดำเนินการจนเสร็จสิ้นหลังไฟดับ เกรงว่าพื้นที่จะถูกสั่งปิดจนเข้าไปเก็บของเก่าที่พอจะนำไปขายไม่ได้