วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชายวัย68หึงโหดยิงสาวดับก่อนยิงตัวตายตาม

หึงโหดเคลียร์ปัญหาหัวใจแม่ค้าสาวหน้าตาดีไม่ลงตัว ชายวัย68ชักปืนยิงหัวดับคาห้องนอนก่อนยิงตัวตายหนีความผิด

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 4 ก.พ.พ.ต.อ.กชพล แก่นทรัพย์ ผกก.สภ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง พ.ต.ต.อิศราวุศ เต็มสวัสดิ์ สว.สสฯ ,ร.ต.อ.ณัฐวุฒิ เพ็ชรตา พนักงานสอบสวนเวร เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ห้างฉัตร เจ้าหน้าที่ตำรวจศูนย์พิสูจน์หลักฐาน 5 ลำปาง พร้อมแพทย์ รพ.ห้างฉัตร และกู้ภัยจามเทวี เดินทางตรวจสอบที่บ้านเลขที่ 212/1 หมู่ 3 บ้านแม่ฮาว ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง เพื่อร่วมกันชันสูตรพลิกศพผู้เสียชีวิต หลังรับแจ้งว่ามีเหตุยิงกันตายภายในบ้าน

ที่บ้านเกิดเหตุในห้องนอน พบศพนายต้น ตุ้ยวงค์ อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 422 หมู่ 9 ต.ห้างฉัตร อ.ห้างฉัตร จ.ลำปาง และนางทิพวรรณ ตันวรรณ อายุ 46 ปี เจ้าของบ้านหลังที่เกิดเหตุ นอนเสียชีวิตอยู่บนเตียงนอนโ ดยนางทิพวรรณ สภาพศพนอนคว่ำหน้า ส่วนนายต้น นอนหงายมือข้างขวาถืออาวุธปืนลูกซองสั้นไทยประดิษฐ์ไว้จนแน่น เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้เก็บไว้เป็นหลักฐาน

จากชันสูตรพบว่านายต้นถูกยิงด้วยลูกซองสั้นเข้าขมับด้านขวา ส่วนนางทิพวรรณ ถูกยิงด้วยปืนชนิดเดียวกัน เข้าที่ต้นคอหลังทะลุหน้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการตรวจสอบที่เกิดเหตุอย่างละเอียด

สอบสวนเบื้องต้น ทราบว่านายต้น ได้มาแอบชอบและติดพันนางทิพวรรณ ซึ่งเป็นแม่ค้าขายกับข้าวในตลาดสวดในตัว อ.ห้างฉัตร ที่หย่าร้างกับสามีมานานหลายปี แต่เป็นคนหน้าตาดีมักจะมีผู้ชายมาติดพันตลอด ก่อนที่จะมาพบศพ สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 3 ก.พ.ญาติได้พากันออกตามหาตัวนายต้น หลังหายตัวออกจากบ้าน จนกระทั่งวันนี้ ญาติจึงตัดใจ มาตามหาที่บ้านของนางทิพวรรณ ปรากฏว่าพบรถจักรยานยนต์ของนายต้น จอดอยู่ที่บ้านของนางทิพวรรณ จึงตะโกนเรียกแต่ไม่มีใครตอบรับประตูหน้าต่างบ้านล็อกทั้งหมด เกรงว่าจะเกิดเรื่องไม่ดีจึงตัดสินใจแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจสายตรวจเข้ามาตรวจสอบก่อนจะร่วมกับชาวบ้านช่วยกันงัดหน้าต่างห้องนอนพอหน้าต่างเปิดพบทั้งสองคนถูกยิงกลายเป็นศพดังกล่าว

จากการสันนิษฐานของเจ้าหน้าที่คาดว่าสาเหตุน่าจะมาจากนายต้น เกิดความหึงหวงนางทิพวรรณ จึงขับจักรยานยนต์มาหานางทิพวรรณที่บ้านเพื่อเคลียร์ปัญหาแต่ตกลงกันไม่ได้ ทำให้นายต้นใช้อาวุธปืนลูกซองยิงนางทิพวรรณก่อน และได้ใช้อาวุธปืนกระบอกเดียวกันจ่อที่ขมับตัวเองตายเพื่อหนีความผิดซึ่งทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะได้ทำการสืบสวนสอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป