"จักรมณฑ์" เผย6ยุทธศาสตร์อุตสาหกรรม ปี2559 เน้นพัฒนาเอสเอ็มอี พุ่งเป้าอุตสาหกรรมอาหาร ผลักดันนิคมฯฮาลาล
และตั้งนิคมฯเอสเอ็มอี ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้
นายจักรมณฑ์ ผาสุกวนิช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า ขณะนี้กระทรวงอุตสาหกรรมได้เตรียมวางกรอบงบประมาณปี 2559 ที่จะเน้นการดำเนินงานให้สอดคล้องนโยบายหลักของรัฐบาล โดยคาดว่าจะมีตัวเลขสูงกว่างบประมาณปี 2558 ที่มีจำนวน 5,857 ล้านบาท เพียงเล็กน้อย
ในแผนการทำงานในปีงบประมาณ 2559 จะประกอบด้วยยุทธศาสตร์ 6 ด้าน ได้แก่ 1.ยกระดับผู้ประกอบการอุตสาหกรรมขนาดกลางและขนาดย่อม(เอสเอ็มอี) ซึ่งที่ผ่านมารัฐบาลก็ให้ความสำคัญมาโดยตลอด แต่ในปี 2559 จะเน้นการทำงานเชิงรุกเพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมมากขึ้น กำหนดเป้าหมายรายอุตสาหกรรม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมอาหาร จะผลักดันโครงการไทยแลนด์ฟู้ดวัลเล่ย์อย่างต่อเนื่อง หลังจากได้ดำเนินงานมาแล้วก่อนหน้านี้ ซึ่งจะเน้นขยายเครือข่ายให้ครอบคลุมทุกภูมิภาคทั่วประเทศ รวมทั้งจะผลักดันนิคมอุตสาหกรรมอาหารฮาลาลและนิคมอุตสาหกรรมเอสเอ็มอีในภาคใต้ เพื่อให้เกิดการจ้างงานมากขึ้น
"ในสัปดาห์นี้จะเดินทางไปยัง จ.นราธิวาศ เพื่อร่วมหารือกับผู้ว่าราชการจังหวัด และผู้ว่าการการนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (กนอ.) ในการนำร่องตั้งนิคมอุตสาหกรรมสำหรับเอสเอ็มอีให้เป็นรูปธรรม หลังจากนั้นจะขยายไปยัง จ.ปัตตานี และ จ.ยะลา ต่อไป เพื่อเพิ่มสร้างงานเพิ่มรายได้ ลดความเหลือมล้ำ ซึ่งจะช่วยลดความขัดแย้งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้" นายจักรมณฑ์ กล่าว
ยุทธศาสตร์ที่ 2.การพัฒนาสิ่งแวดล้อม โดยจะเน้นในเรื่องการกำจัดขยะอุตสาหกรรม โดยเฉพาะขยะอุตสาหกรรมมีพิษ ซึ่งในปี 2558 ได้ตั้งเป้านำกากอุตสาหกรรมมีพิษเข้าระบบการกำจัดที่ถูกต้องให้ได้อย่างน้อย 1.5 ล้านตัน และสำหรับปี 2559 จะเพิ่มความเข้มงวดมากขึ้น ซึ่งได้สั่งการให้กรมโรงงานอุตสาหกรรม (กรอ.) จัดทำเป็นแผนงานระยะยาว เพื่อรองรับการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมในอนาคต
ยุทธศาสตร์ที่ 3 ให้ความสำคัญกับการเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) และการตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษ ซึ่งทั้งสองส่วนนี้มีความเชื่อมโยงกัน เพราะเมื่อเข้าสู่เออีซีแล้วเขตเศรษฐกิจพิเศษจะเป็นประตูการค้าที่สำคัญของประเทศ และการยกระดับความร่วมมือด้านมาตรฐานร่วมกับประเทศอื่น ๆในภูมิภาค โดยเฉพาะในส่วนที่ไทยรับเป็นเจ้าภาพหลายเรื่อง เช่น ด้านมาตรฐานชิ้นส่วนยานยนต์
ยุทธศาสตร์ที่ 4 มาตรฐานสินค้า จะเน้นให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของประชาชนมากขึ้น โดยจะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจจับสินค้าอุตสาหกรรมที่ไม่ได้มาตรฐาน และเร่งออกมาตรฐานสินค้าชนิดใหม่ๆให้สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รวมทั้งยังเป็นการป้องกันสินค้าด้อยคุณภาพจากต่างชาติเข้ามาแย่งตลาดสินค้าไทย
ยุทธศาสตร์ที่ 5 การจัดสรรทรัพยากร โดยเฉพาะอุตสาหกรรมเหมืองแร่ จะให้ความสำคัญกับการเพิ่มผลประโยชน์ที่ภาครัฐและชุมชนจะได้มากขึ้น
ยุทธศาสตร์ที่ 6 การอำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของหน่วยงานภาครัฐที่จะต้องให้ความสะดวกสบายแก่ผู้ประกอบการในการออกใบอนุญาตต่างๆ แต่ในขณะเดียวกันการออกใบอนุญาตเพื่อประกอบกิจการแม้จะเน้นความรวดเร็วแต่ก็ต้องไม่บกพร่อง เพื่อไม่ให้ส่งผลกระทบต่อประชาชน และสิ่งแวดล้อม
นายจักรมณฑ์ กล่าวว่าทั้ง 6 ยุทธศาสตร์ใช้งบประมาณไม่มาก โดยเฉพาะในยุทธศาสตร์ที่ 4 - 6 แทบไม่ต้องใช้งบประมาณ เพราะเป็นการปรับปรุงระบบการทำงานภายในกระทรวง ส่วนยุทธศาสตร์ด้านอื่น เช่น เรื่องสิ่งแวดล้อม เออีซี หรือเอสเอ็มอี อาจจะต้องใช้งบในการสนับสนุน








