กทม.เล็งผุดศูนย์ "รีไซเคิลขยะ" แปรรูปปุ๋ย-เชื้อเพลิง-ไฟฟ้า ตั้งเป้าลดปริมาณขยะใน 20 ปี
ที่ห้องรัตนโกสินทร์ ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร(กทม.) ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯกทม. เป็นประธานแถลงข่าวโครงการศึกษาพัฒนาระบบการจัดการขยะเป็นการจัดการทรัพยากรที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตามนโยบายลดและคัดแยกขยะมูลฝอยที่ต้นทาง ของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า ขณะนี้กรุงเทพฯ มีขยะต้องกำจัดเฉลี่ย 9,900 ตันต่อวัน มีศูนย์กำจัดขยะ 3 แห่ง ที่ศูนย์กำจัดขยะหนองแขม อ่อนนุช และสายไหม โดยขยะส่วนใหญ่ถูกนำไปฝังกลบร้อยละ 88 และนำไปเพื่อผลิตปุ๋ยอินทรีย์ประมาณร้อยละ 12 แต่ยังมีขยะอื่นที่ใช้ประโยชน์ได้หากคัดแยกและรวบรวมไปกำจัดที่ระบบกำจัด โดยพบว่าขยะมูลฝอยที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยสามารถแบ่งออกตามลักษณะการใช้ประโยชน์ได้ 3 กลุ่มประกอบด้วย 1.ประเภทรีไซเคิล หรือของขายได้ ร้อยละ 14.28 2.ประเภทหมักทำปุ๋ย เช่น เศษอาหาร กิ่งไม้ใบไม้ ซึ่งทำปุ๋ยหรือแก๊สชีวภาพได้ ร้อยละ 48.29 และ3.ประเภทฝังกลบ เช่น ขยะทั่วไป นำไปเป็นเชื้อเพลิงผลิตกระแสไฟฟ้า ประมาณร้อยละ 37.43
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวว่า กทม.กำหนดนโยบายมหานครสีเขียว ตั้งแต่จัดเก็บ ขนถ่าย จนถึงเปลี่ยนขยะให้เป็นพลังงานไฟฟ้าด้วยเทคโนโลยีทันสมัยและสะอาด กำหนดเป้าหมายในแผนพัฒนากรุงเทพฯ 20 ระหว่างปี พ.ศ.2556-2575 จะลดปริมาณขยะร้อยละ 20 จากปริมาณจากขยะปี 2556 เฉลี่ย 9,900 ตันต่อวัน และนำขยะไปบำบัดเพื่อลดปริมาณขยะฝังกลบให้ได้ร้อยละ 47 จากทั้งหมดร้อยละ 88 โดยเพิ่มระบบบำบัดขยะเพื่อนำไปใช้ประโยชน์ให้มากขึ้น ได้แก่ 1.โรงงานหมักปุ๋ยที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยอ่อนนุช ขนาด 600 ตัน และมีแผนก่อสร้างโรงงานกำจัดขยะขนาด 600 ตัน จะทำให้กรุงเทพฯมีโรงงานกำจัดขยะอินทรีย์โดยเทคโนโลยีหมักทำปุ๋ยเป็น 2,400 ตัน จาก 1,200 ตัน ในปัจจุบัน สามารถนำขยะอินทรีย์กลับมาใช้ประโยชน์ในรูปของปุ๋ยหมักและรีไซเคิลได้
2.ก่อสร้างโรงงานเตาเผาพลังงานความร้อนผลิตกระแสไฟฟ้าขนาด 300 ตันที่ศูนย์กำจัดมูลฝอยหนองแขม โดยนำขยะที่เผาได้เป็นเชื้อเพลิง เช่น พลาสติก เศษผ้า เศษหนัง ยาง และนำพลังงานความร้อนเข้าสู่กระบวนการผลิตกระแสไฟฟ้า คาดว่าจะดำเนินการได้เดือน มิ.ย.2558 เนื่องจากอยู่ระหว่างการศึกษา คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567
ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ เมื่อระบบบำบัดขยะดังกล่าวเสร็จเรียบร้อย กรุงเทพฯจะมีระบบรองรับการคัดแยกขยะไปใช้ประโยชน์ได้มากขึ้น จึงจะต้องเพิ่มประสิทธิภาพการแยกทิ้ง แยกเก็บและแยกกำจัด เพื่อนำขยะไปบำบัดโดยนำไปใช้ประโยชน์ในรูปของปุ๋ยหมัก ก๊าซชีวภาพ และพลังงานไฟฟ้า กทม.จึงได้จ้างที่ปรึกษาศึกษาและพัฒนาระบบการจัดการขยะเป็นการจัดการทรัพยากร กำหนดกรอบแนวคิดจากการจัดการขยะเป็นการจัดการทรัพยากร และกำหนดมาตราการ ทั้งมาตรการทางกฎหมาย มาตรการทางเศรษฐศาสตร์ มาตรการทางสังคม ซึ่งต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อขยายผลให้ครอบคลุมทั้ง 50 เขต โดยให้สำนักงานเขตสวนหลวงเป็นเขตนำร่อง มีอาคารปลอดขยะ และสำนักงานปลอดขยะ สำนักงานปลอดขยะ เป็นต้น









