วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

จับวินจยย.ฆ่าญาติแย่งคุมวิน

"สืบฯทองหล่อ" จับวินจยย.เมาแทงญาติดับคาวงเหล้า ปมแย่งกันคุมวิน

ที่ สน.ทองหล่อ เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 26 มกราคม พ.ต.อ.ขจรพงศ์ จิตต์ภาคภูมิ ผกก.สน.ทองหล่อ เปิดเผยว่า พ.ต.ท.วิชัย ณรงค์ รอง ผกก.สส. พ.ต.ต.ภานุภัทร กิตติพันธ์ สว.สส. ร่วมกันนำกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน สน.ทองหล่อ ทำการจับกุมตัวนายปวริศร์ หรือเบิร์ด เรืองอุดมรัตน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาฆ่าคนตาย พร้อมของกลางเสื้อผ้าที่เปลื้อนคราบเลือด โดยสามารถจับกุมตัวได้ภายใน รพ.คามิลเลี่ยน แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กทม. เมื่อกลางดึกที่ผ่านมา

พ.ต.อ.ขจรพงศ์ กล่าวต่อว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องมาจากเมื่อเวลาประมาณ 23.30 น. วันที่ 25 มกราคม ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งว่ามีเหตุทะเลาะวิวาท ภายในบ้านเลขที่ 716 ริมถนนรถไฟสายปากน้ำ แขวงพระโขนง เขตคลองเตย กทม. จึงไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบกองเลือดขนาดใหญ่ทราบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 2 รายทางญาติได้นำตัวส่ง รพ.ไปแล้ว ก่อนรุดไปตรวจสอบที่ห้องฉุกเฉิน รพ.เทพธารินทร์ พบว่า คณะแพทย์ได้ทำการช่วยกันยื้อชีวิตนายนพดล ศิริวงศ์ อายุ 30 ปี ถูกแทงเข้าที่หน้าอก 1 แผล และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ส่วนนายปวริศร์ เรืองอุดมรัตน์ ผู้ก่อเหตุได้รับบาดเจ็บถูกแทงบริเวณใบหน้า และมือข้างซ้าย ทำการรักษาตัวที่ รพ.คามิลเลี่ยน และพยายามหลบหนีออกจาก รพ. แต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนได้นำกำลังสามารถจับกุมตัวได้นำตัวมาสอบสวน ที่ สน.ทองหล่อ

จากการสอบสวน นายปวริศร์ ให้การยอมรับสารภาพว่า ตนและผู้ตายเป็นญาติกัน และมีอาชีพขับ จยย.วิน รับจ้างบริเวณปากซอยสุขุมวิท 50 เช่นกัน ก่อนเกิดเหตุตนและผู้ตายได้นั่งดื่มสุรากันอยู่ที่เกิดเหตุ เกิดมีปากเสียงทะเลาะกันเรื่องการดูแลวิน จยย. จนมีการชกต่อย จากนั้นผู้ตายได้วิ่งเข้าไปภายไปในบ้านของตนเอง ตนเกรงว่านายนพดล จะไปนำอาวุธมาทำร้าย จึงวิ่งเข้าในบ้านและถืออาวุธมีดไว้เพื่อป้องกันตัว จนกระทั้ง นายนพดล วิ่งถือมีด ตรงเข้ามาหาและใช้อาวุธมีดแทงเข้าที่บริเวณใบหน้า และมือข้างซ้ายตน จึงใช้อาวุธมีดแทงสวนเข้าไปบริเวณหน้าอกของนายนพดล จำนวน 1 ครั้ง และมีญาตินำตัวบุคคลทั้งสองส่ง โรงพยาบาลก่อนเสียชีวิตดังกล่าว

"อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อต้องทำการสอบปากคำอย่างละเอียดอีกครั้ง รวมทั้งรอผลทางนิติวิทยาศาสตร์ เบื้องต้นทางเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา "ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา" ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป"พ.ต.อ.ขจรพงศ์ กล่าว