"บิ๊กกองปราบ" ซัดคนร้ายจิตวิปริต เร่งไล่ล่าหลังก่อเหตุข่มขืนหญิงสูงวัยต่อเนื่อง มีผู้ตกเป็นเหยื่อแล้ว9คดี
จากกรณีคนร้ายบุกเข้าไปข่มขืนผู้หญิงวัย 72 ปี ในพื้นที่รับผิดชอบ สภ.นครชัยศรี จ.นครปฐม ซึ่งถือเป็นผู้เสียหายในคดีข่มขืนรายที่ 10 ในพื้นที่ จ.นครปฐม และ จ.สมุทรสงคราม ซึ่งตำรวจเชื่อว่า คนร้ายอาจเป็นคนเดียวกัน เนื่องจากมีพฤติการณ์การก่อเหตุที่ใกล้เคียงกัน
โดยก่อนหน้าจะลงมือก่อเหตุบุกข่มขืนหญิงวัย 72 ปี รายนี้ คนร้ายเพิ่งบุกเข้าไปข่มขืนผู้เสียหายรายที่ 9 เป็นหญิงวัย 39 ปี ในบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ สภ.พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวมีกันอยู่ 2 คนคือ ผู้เสียหายและมารดาอายุประมาณ 70 ปี โดยคนร้ายปีนรั้วพังประตูบ้านมุ่งหน้าไปที่ชั้นบนเพื่อหามารดาของผู้เสียหายที่นอนอยู่เพียงคนเดียวหมายจะข่มขืน แต่จังหวะนั้นเหยื่อวัย 39 ปี เข้ามาเห็นพอดี คนร้ายจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาทำร้ายผู้เสียหายแล้วลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ ก่อนจะหลบหนีไป
ภายหลังผลตรวจดีเอ็นเอผู้เสียหายจาก รพ.ตำรวจ ยืนยันว่า ดีเอ็นเอของคนร้ายตรงกับดีเอ็นเอของผู้ต้องหาที่เคยก่อเหตุข่มขืนหญิงชรามาอย่างต่อเนื่องถึง 8 คดี ตั้งแต่ปี 53-57 ในพื้นที่ จ.นครปฐม สมุทรสงคราม และสมุทรสาคร โดยผู้เสียหาย 2 ใน 8 ราย ถูกคนร้ายข่มขืนและทำร้ายจนเสียชีวิตนั้น
ความคืบหน้า เมื่อวันที่ 26 มกราคม ที่กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) พ.ต.อ.อัคราเดช พิมลศรี รรท.ผบก.ป.กล่าวว่า คดีนี้ พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ผบ.ตร.ได้สั่งการให้ พล.ต.ต.ฐิติราช หนองหารพิทักษ์ รรท.ผบช.ก.ดำเนินการช่วยตำรวจภูธรภาค 7 ในการเร่งติดตามตัวคนร้าย ตนจึงได้สั่งการให้ตำรวจกองปราบจัดชุดสืบสวนจำนวน 9 ชุด ที่มีรองผู้บังคับการ จำนวน 5 คน และมีนายตำรวจระดับผู้กำกับการ ลงพื้นที่ตรวจสอบเพื่อเร่งรัดติดตามคดีนี้แล้ว
พ.ต.อ.อัคราเดช กล่าวต่อว่า ตอนนี้จะเน้นไปที่การตรวจสอบดีเอ็นเอของคนร้าย ซึ่งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ปี 2553 จนถึงปัจจุบัน จำนวน 9 คดีนั้น ยืนยันว่าเป็นของคนร้ายรายเดียวกัน และแม้ว่าขณะนี้ตำรวจจะสามารถตีวงแคบพื้นที่ที่ของคนร้ายกบดานได้แล้ว แต่ยังไม่สามารถนำไปสู่การขออนุมัติศาลเพื่ออกหมายจับได้ ทั้งนี้พฤติกรรมคนร้ายรายนี้จะคอยติดตามเหยื่อเป็นเวลาหลายวัน ก่อนลงมือก่อเหตุ เชื่อว่าคนร้ายเป็นคนที่มีจิตใจวิปริตและไม่มีอาชีพเป็นหลักแหล่ง ส่วนภาพสเก็ตซ์ของคนร้ายที่ออกมานั้น เป็นภาพสเก็ตซ์ของคนร้ายในคดีที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ แต่เจ้าหน้าที่เชื่อว่าน่าจะเป็นคนร้ายคนเดียวกันกับคดีล่าสุด ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะมีการประชุมชุดใหญ่ร่วมกัน ทั้งกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 และกองปราบปราม ในวันที่ 28 ม.ค.นี้ เวลา 14.00 น. ที่ สภ.นครไชยศรี







