วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนเด็กไทยกลัวแดดเสี่ยง'กระดูกพรุน'

"หมอกระดูก"เตือนเด็กไทยนั่งหน้าคอมพ์ ไม่วิ่งเล่น แถมกลัวแดด แก่ตัวเสี่ยงกระดูกพรุนสูง

เปิดสถิติภาวะกระดูกพรุนพบในผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 1 ใน 3 ขณะที่ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปราว 1 ใน 4 แนะออกกำลังกายแบบลงน้ำหนักเท้าสม่ำเสมอ รับแสงแดดให้เพียงพอ ระบุอัตราการตายจากสะโพกหักในกระดูกพรุนเทียบเท่าอัตราการตายจากมะเร็งเต้านม

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ยุกตะนันท์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย กล่าวเมื่อวานนี้ (21 ม.ค.) ถึงการป้องกันภาวะกระดูกและมวลกล้ามเนื้อลดลงในผู้สูงวัยว่า ในส่วนของมวลกระดูกต้องพิจารณาตั้งแต่วัยเด็ก กล่าวคือ หากวัยเด็กมีการวิ่งเล่น กระโดดโลดเต้นสม่ำเสมอ รับแสดงแดดยามเช้าอย่างพอเหมาะ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมเพียงพอ ประกอบมีพันธุกรรมที่พ่อแม่มีมวลกระดูกที่ดี บุคคลนั้นก็จะมีมวลกระดูกที่ดี

โดยมวลกระดูกสูงสุดจะอยู่ในช่วงอายุ 30 ปี จากนั้นมวลกระดูกจะลดลงราว 0.3-0.5% ต่อปี และหากลดลงถึง 30% ถือว่ามีภาวะกระดูกพรุน ซึ่งกระบวนการนี้อาจใช้เวลา 60 ปี ภาวะกระดูกพรุนจึงมักพบในผู้สูงอายุ โดยพบว่าผู้หญิงอายุ 60 ปีขึ้นไปจำนวน 1 ใน 3 ขณะที่ผู้ชายอายุ 70 ปีขึ้นไปราว 1 ใน 4 มีภาวะกระดูกพรุน

การรักษาจะให้รับประทานยาที่คล้ายฮอร์โมนเพื่อลดการสูญเสียของมวลกระดูก ป้องกันกระดูกบาง และต้องลดความเสี่ยงในการที่จะทำให้กระดูกหัก โดยเฉพาะสะโพก ข้อมือและกระดูกสันหลัง

"หากสังเกตอาการ มีการล้มข้อมือหัก ตัวเตี้ย หรือหลังค่อมลง ปวดหลัง เป็นสัญญาณอันตรายแสดงว่ากระดูกเริ่มพรุน และหากกระดูกสะโพกหัก จะทำให้เดินไม่ได้ ต้องเข้ารับการผ่าตัด แต่เนื่องจากส่วนใหญ่เป็นผู้สูงอายุ จึงอาจไม่มีความพร้อมในการผ่าตัด ซึ่งอัตราตายจากการที่สะโพกของผู้ที่กระดูกพรุนในผู้สูงอายุ พอๆ กับอัตราตายจากมะเร็งเต้านม" รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ ระบุ

แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านออร์โธปิดิกส์ กล่าวต่อว่า สำหรับมวลกล้ามเนื้อในวัยผู้สูงอายุ มวลกล้ามเนื้อจะทำงานได้น้อยลง ยกของหนักไม่ค่อยได้ เนื่องจากมวลกล้ามเนื้อลดลงหรือกล้ามเนื้อถดถอย ยิ่งอายุมาก มวลกล้ามเนื้อจะลดลง โดยหากมวลกล้ามเนื้อลดลง 30% ถือว่ามีภาวะมวลกระดูกพร่อง ทำให้การทรงตัวไม่ดี หกล้มและกระดูกหักได้ การรักษาในผู้สูงอายุ อาจให้มีการยกน้ำหนักบ้างเล็กน้อย ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เช่น ปั่นจักรยาน หรือเดิน เป็นต้น

รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ กล่าวอีกว่า การป้องกันภาวะกระดูกและมวลกล้ามเนื้อลดลงควรเริ่มตั้งแต่วัยเด็ก ให้เด็กได้วิ่งเล่น ออกกำลังกาย เพื่อให้มีพัฒนาการที่ดีและสร้างความแข็งแรงของมวลกระดูกและมวลกล้ามเนื้อ ไม่ใช่นั่งแต่เฉพาะหน้าคอมพิวเตอร์ หลบอยู่ในมุมใดมุมหนึ่งของบ้านโดยไม่ได้รับแสงแดดที่เหมาะสม เพราะหากมีพฤติกรรมเช่นนี้ตั้งแต่เด็ก เมื่อสูงวัยขึ้นมีโอกาสเสี่ยงที่กระดูกพรุนสูงกว่ากลุ่มเด็กที่ได้วิ่งเล่น รับแสงแดด

ทั้งนี้ มีการศึกษาของโรงพยาบาลรามาธิบดี ที่ทำการเจาะเลือดวัดปริมาณวิตามินดี พบว่า คนอายุ 18-24 ปีต่ำที่สุด อาจเป็นเพราะวัยรุ่นไม่ถูกแดด ไม่ออกกำลังกาย ซึ่งจะมีภาวะเสี่ยงต่อการเกิดกระดูกพรุน ส่วนการป้องกันในคนที่อายุ 30 ปีขึ้นไป ควรให้ร่างกายได้รับแสงแดดสม่ำเสมอ รับประทานอาหารที่มีแคลเซียม ลดพฤติกรรมเสี่ยง เช่น สูบบุหรี่ ดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ และออกกำลังกายที่เหมาะสมเพียงพอ

นอกจากนี้ ผู้หญิงถ้ารักษาการมีประจำเดือนจนถึงอายุประมาณ 50 ปี ร่างกายจะมีฮอร์โมนนาน ช่วยส่งเสริมให้ไม่เกิดภาวะกระดูกพรุนเร็ว

"การออกกำลังกายควรเป็นแบบลงน้ำหนักเท้าแตะพื้น เช่น เดิน วิ่ง เนื่องจากแรงที่ลงน้ำหนักที่ส้นเท้าจะผ่านเชิงกราน ไปสู่กระดูกสันหลัง กระตุ้นสารในร่างกาย สร้างกระดูก ทำให้กระดูกทั่วร่างกายแข็งแรง โดยคนทั่วไปควรออกกำลังกาย 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละ 20-30 นาที ส่วนวัยเด็กควรออกกำลังกาย 5 ครั้งต่อสัปดาห์ ครั้งละอย่างน้อย 45 นาที" รศ.นพ.พงษ์ศักดิ์ กล่าว

อนึ่ง ระหว่างวันที่ 22-24 พ.ค.2558 สภากาชาดไทยร่วมกับโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จัดการประชุมวิชาการแห่งชาติด้านสูงวัยและผู้สูงอายุ ครั้งที่ 3 เฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสทรงเจริญพระชนมายุ 60 พรรษา ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย สอบถามเพิ่มเติมโทร 02-256-4455, 02-256-4466 ต่อ 13-18