วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

พบเต่าตนุเพศผู้ตายเป็นตัวที่3ในรอบ1เดือน

พบเต่าตนุเพศผู้ในทะเลตรัง ตายเป็นตัวที่ 3 ในรอบ 1 เดือน ผ่าซากพิสูจน์ คาดสำลักน้ำจนเกิดการติดเชื้อ

ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากนายวิทยา มากนคร เจ้าหน้าที่ช่างเครื่องเรือผู้อำนวยการศูนย์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่6 พบเต่าตนุลอยตายที่บริเวณหัวแหลมพร้าว เกาะมุกสิวาไลย์บีชรีสอร์ท ระหว่างแหลมหยงหลำ ระยะห่างประมาณ 800 เมตร ซึ่งนายสมหมาย รักแหลม อายุ 49 ปี ทำอาชีพประมงได้เป็นผู้พบเห็น และนำซากเต่าตนุกลับมายัง บ้านน้ำราบ ม.4 ต.บางสัก อ.กันตัง จ.ตรัง

ทางนายหลงเฝี๊ยะ บางสัก ประธานชมรมประมงพื้นบ้านน้ำราบ จึงทำการแจ้งมายังศูนย์กรมทรัพยากรฯ เพื่อนำซากเต่าตนุกลับมาทำการตรวจสอบที่ศูนย์ทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งที่6 จ.ตรัง โดยมีทีมสัตวแพทย์จากสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งทะเลอันดามัน จำนวน 2 คน ประกอบด้วย สัตวแพทย์หญิง ราชาวดี จันทรา และสัตวแพทย์หญิง ชวัญญา เจียกวธัญญู นายสัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก ร่วมทำการผ่าพิสูจน์หาสาเหตุการตาย

ทั้งนี้พบเป็นเต่าตนุ เพศผู้อายุประมาณ 20-30 ปี น้ำหนักประมาณ 73 กิโลกรัม ยาว 84 เซนติเมตร กว้าง 63 เซนติเมตร ซึ่งตายมาแล้วประมาณ 6 ชั่วโมง โดยสภาพทั่วไปจากการผ่าพิสูจน์ พบไขมันสะสมมีสีเขียวเยี่ยวม้า ซึ่งเป็นไขมันที่สมบูรณ์มาก และยังเป็นพ่อพันธุ์เต่าที่หายากในปัจจุบัน เนื่องจากเกิดสภาวะโลกร้อนจึงทำให้เหลือพ่อพันธุ์เต่าน้อยมาก ส่วนใหญ่จะพบแต่เพศเมีย

จากการผ่าชันสูตร พบว่ามีแผลตรงแขนข้างขวา ข้างใต้มีรอยช้ำเล็กน้อย ภายในหลอดลมมีการอักเสบ ทั้งระบบทางเดินหายใจและระบบทางเดินอาหาร เนื่องจากพบหลอดเลือดใหม่มาเลี้ยงที่ส่วนบริเวณดังกล่าวมาก ในส่วนของกระเพาะพักและกระเพาะหลักพบหญ้าคาทะเล และใบมะกรูด เป็นสีเขียวสด ซึ่งสังเกตได้ว่าเต่าตัวนี้เพิ่งกินอาหารไปแต่ไม่พบสิ่งแปลกปลอมอื่นๆแต่อย่างใดในชั้นกระเพาะดังกล่าว

สัตวแพทย์หญิง ราชาวดี จันทรา นายสัตวแพทย์ประจำกลุ่มสัตว์ทะเลหายาก สถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเล กล่าวว่า เต่าตนุตัวแรกที่พบบริเวณหาดหยงหลำ และได้ทำการผ่าชันสูตรเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ผลออกมาแล้วว่า มีการกระทบกระแทก เพราะสภาพร่างกายเกิดการบอบช้ำทั่วร่าง มีการคั่งเลือด ทั้งปอด ทั้งอวัยวะภายในหลายส่วน กล้ามเนื้ออกที่ช้ำมากบวมน้ำมาก ในส่วนอัณฑะพบเลือดคั่งในลักษณะที่มีเลือดไปหล่อเลี้ยงอวัยวะเพศอย่างเต็มที่ แสดงให้เห็นว่าเป็นเต่าตนุเพศผู้ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์ที่สมบูรณ์ที่สุด

สัตวแพทย์หญิงราชาวดี กล่าวอีกว่า สำหรับเต่าตนุตัวนี้ถือเป็นตัวที่ 3 ที่ตายลงในเดือนมกราคมของปีนี้ในทะเลตรังของปีนี้ และเกิดขึ้นในบริเวณใกล้เคียง และพบซากล่าสุด สภาพภายนอกมีร่างกายที่สมบูรณ์ดี เพราะดูจากคุณภาพไขมันที่สะสม แต่พบมีรอยรัดภายนอกที่ทำให้กล้ามเนื้อช้ำ อาจจะทำให้เต่าตัวนี้ว่ายน้ำหากินไปติดอะไรสักอย่าง ที่ทำให้เกิดรอยช้ำ และรอยแผลเป็นที่แขน แต่ไม่ได้ลึกมาก จึงคาดว่าอาจจะทำให้เกิดการสำลักน้ำ ซึ่งเมื่อเกิดการสำนักน้ำสิ่งที่จะพบคือ จะทำให้ระบบทางเดินหายใจมีการติดเชื้อ จากน้ำที่สำลักเข้าไป

ทั้งนี้ ทางสัตวแพทย์ได้เก็บชิ้นส่วนเนื้อต่างๆ ไปทำการตรวจอย่างละเอียดอีกครั้งที่ศูนย์กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอันดามัน จ.ภูเก็ตต่อไป ส่วนบริเวณปากไม่บาดแผลใดๆ