วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เร่งย้ายปลา'ห้างนิวเวิลด์'ส่งศูนย์วิจัยฯดูแล

"กรมประมง" เร่งย้ายปลา "ห้างนิวเวิลด์" 3 พันตัว ส่งให้ศูนย์วิจัยฯ "ปทุมธานี-สมุทรปราการ-อยุธยา" ดูแลต่อ

นายวีระ วัชรกรโยธิน ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสมุทรปราการ กล่าวถึงการย้ายฝูงปลาที่ห้างสรรพสินค้านิวเวิลด์ ย่านบางลำภู ว่า ก่อนหน้านี้สำนักงานเขตพระนครได้ประสานมายังกรมประมงฯ เพื่อขอความช่วยเหลือเรื่องการโยกย้ายปลา กรมประมงฯจึงได้มอบหมายมายังศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดสมุทรปราการ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดปทุมธานี และสถาบันวิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดอยุธยาให้มาดำเนินการ โดยสาเหตุ ที่ต้องรีบมาเพราะเป็นห่วงเรื่องน้ำภายในอาคารที่จะแห้ง และมีอากาศที่หนาวเย็นลง รวมถึงเรื่องอาหารที่จะส่งผลต่อสุขภาพของปลา สุดท้ายจึงได้ข้อสรุปในวันที่ 11-13 ม.ค.จะต้องดำเนินการให้แล้วเสร็จ

นายวีระ กล่าวต่อว่า ส่วนขั้นตอนย้ายปลาออกจากห้างนิวเวิลด์นั้น เริ่มต้นจะใช้อวนจับปลามากั้นพื้นที่โดยรอบ แล้วค่อยๆลดวงให้แคบ ก่อนนำสวิงมาตักปลาตัวใหญ่ๆ แล้วนำออกไปใส่ยังกะบะเติมน้ำในรถกระบะ 6 ล้อที่รออยู่ด้านนอก ขณะเดียวกันก็จะทำการระบายน้ำภายในอาคารออกไปด้วย ซึ่งปลาที่นี่มีอยู่ประมาณ 3 พันกว่าตัว กว่า 80 เปอร์เซ็นต์เป็นปลานิลแดงกับปลานิลดำ ที่เหลือก็เป็นพวกปลาดุก ปลาสวาย ส่วนปลาคาร์ฟมีน้อยมาก ทั้งนี้ ต้องพยายามตีวงเอาปลาใหญ่ออกก่อน แต่ก็มีปัญหาเพราะพื้นที่เป็นอาคารที่มีเสาบังอวน และในบางจุดเข้าหายาก อย่างไรก็ตาม ก่อนที่จะทำการระบายน้ำออกจากอาคารทั้งหมดจะพยายามโยกย้ายปลาออกให้ได้มากที่สุด

"ปลาที่ได้ทั้งหมดจะถูกนำไปทำการพักฟื้นยังศูนย์วิจัยที่จ.สมุทรปราการ จ.ปทุมธานี และจ.พระนครศรีอยุธยา อีกประมาณ 3 สัปดาห์ จากนั้นจะทำการคัดเลือกปลาที่เหมาะจะเป็นพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ต่อไป ส่วนที่เหลือจะนำไปปล่อยยังอ่างเก็บน้ำ และแหล่งน้ำธรรมชาติทั่วไปอย่าง คลอง แม่น้ำ เป็นต้น"นายวีระ กล่าว

ด้านนายสมหมาย ชื่นฟัก หรือลุงโย่ง ผู้ดูแลปลาที่ถูกนำคนมาปล่อยทิ้งไว้มาตั้งแต่ปี 2547 กล่าวว่า จากการพูดคุยกับเจ้าหน้าที่กรมประมงฯ ถึงแนวทางการดำเนินงานหลังจากนี้ เมื่อทราบว่าจะนำไปพักฟื้นก่อนปล่อยลงสู่แหล่งธรรมชาติก็รู้สึกดี เพราะน่าจะดีกว่าที่อยู่ที่นี่ แต่ก็รู้สึกใจหายเหมือนกันเพราะมีความผูกพันกับปลาเหล่านี้มานานนับสิบปี

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับห้างสรรพสินค้าห้างนิวเวิลด์แห่งเป็นของนายแก้ว ผูกทวนทอง เจ้าของกิจการบริษัทแก้วฟ้าพลาซ่า จำกัด ซึ่งก่อสร้างมาตั้งแต่ปี พ.ศ.2525 โดยก่อสร้างเป็นตึก 11 ชั้น แต่ได้รับอนุญาตให้ก่อสร้างจากกทม.เพียง 4 ชั้น ซึ่งถือเป็นการก่อสร้างผิดแบบ ศาลฎีกาจึงได้พิพากษาให้ห้างทำการรื้อถอนชั้น 5-11 ออกไป ซึ่งกทม.ได้ปิดประกาศให้รื้อถอนอาคารเมื่อปี 2540 สมัยที่นายพิจิตต รัตตกุล เป็นผู้ว่าฯกทม. โดยทาง กทม.ได้ทำการรื้อถอนอาคารเอง และต้องทำการเรียกเก็บเงินค่ารื้อถอนอาคารจากเจ้าของประมาณ 10 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ