อียู เตือนไทยเร่งแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมาย หวั่นสินค้าไทยส่งไปอียูเข้าข่ายสินค้า"ไอยูยู"
ให้เวลา 6 เดือน ปรับปรุงระบบการประมงให้ได้มาตรฐานอียู ขณะที่กรมประมงจี้เรือประมงขึ้นทะเบียน พร้อมเปิดหน่วยเคลื่อนที่ 112 จุดในพื้นที่ 23 จังหวัดชายฝั่งทะเล
นายจุมพล สงวนสิน อธิบดีกรมประมง กล่าวว่า ขณะนี้กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เร่งดำเนินมาตรการป้องกันการประมงที่ผิดกฎหมาย ไม่มีการรายงาน และไม่มีการควบคุม(ไอยูยู) เนื่องจากในเดือนต.ค.2557 ผู้แทนจากสหภาพยุโรป(อียู) ได้เข้ามาตรวจสภาพการทำประมงของไทยว่า สินค้าประมงที่ไทยส่งไปอียูเข้าข่ายสินค้าไอยูยู ตามที่อียูได้กำหนดเป็นมาตรฐานไว้ตั้งแต่ปี 2553 หรือไม่ ผลปรากฏว่า อียูได้เตือนว่าไทยยังอยู่ในข่ายประเทศ ที่ไม่ให้ความร่วมมือ พร้อมให้เวลาปรับปรุงระบบการประมงก่อนที่จะออกประกาศเตือนไทยอย่างเป็นทางการเดือนก.พ.นี้
ทั้งนี้ หลังจากอียูออกประกาศเตือนสินค้าประมงไทยอย่างเป็นทางการในเดือนก.พ.นี้ ไทยจะมีเวลา 6 เดือนในการปรับระบบการประมงให้ได้ตามมาตรฐานอียู ซึ่งอียูจะประกาศผลอีกครั้งเดือนส.ค.นี้ ว่าไทยสามารถปรับมาตรฐานได้หรือไม่ โดยผลการพิจารณาอาจออกมาได้ 3 แนวทาง 1.ขยายเวลาประกาศเตือนออกไปอีก 6 เดือน เพื่อให้เวลาไทยปรับระบบของตัวเองเพิ่มเติม 2.ออกใบเหลืองให้กับไทย และ 3.ออกใบแดงให้ไทย ซึ่งหมายถึงการงดการนำเข้าสินค้าประมงจากไทยทั้งหมด จะทำให้ไทยสูญรายได้ปีละประมาณ 30,000 ล้านบาท
สำหรับมาตรการที่อียู ต้องการให้ไทยปรับปรุงการแก้ปัญหาไอยูยู แบ่งเป็น 4 ด้าน ประกอบด้วย กฎหมายด้านการประมง แผนจัดการประมงระดับชาติ การติดตั้งระบบติดตามเรือ(วีเอ็มเอส) โดยเฉพาะเรือประมงขนาดใหญ่ ที่ออกไปทำประมงในน่านน้ำต่างประเทศ การจัดทำระบบตรวจสอบย้อนกลับสินค้าประมง ที่จะต้องทำให้ทราบได้ว่า ปลาหรือสินค้าประมงที่จับมาได้ มาจากเรือลำใด ในน่านน้ำใด
นายจุมพล กล่าวว่า มาตรการที่ไทยได้ดำเนินการแล้ว เพื่อป้องกันปัญหาสินค้าไอยูยู อาจทำให้อียูห้ามนำเข้าสินค้าประมงไทยทั้งหมด ได้แก่ 1.การจัดทำร่างพระราชบัญญัติ(พ.ร.บ.) ประมง พ.ศ.... ซึ่งเข้าสู่การพิจารณาในวาระ 3 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ(สนช.)แล้ว คาดจะมีผลบังคับใช้เร็วๆ นี้ 2.คณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้กรมเจ้าท่า ออกระเบียบให้เรือขนาดใหญ่ตั้งแต่ 60 ตันกรอสขึ้นไป ต้องติดตั้งวีเอ็มเอส ขณะนี้มีเรือที่อาสามาติดตั้งแล้ว โดยไม่รอให้ภาครัฐบังคับ ประกอบด้วย เรือประมงไทยที่ทำประมงในประเทศปาปัวนิวกินี 50 ลำ เรือขนถ่ายสินค้าประมงกลางทะเล 21 ลำ และเรืออวนล้อมปลาโอ 300 - 400 ลำ
ทั้งนี้ เรื่องเร่งด่วนที่ไทยต้องดำเนินการ คือ การขึ้นทะเบียนเรือประมงให้ถูกต้อง เพราะเรือที่จะทำประมงได้ ต้องขออนุญาต 3 ด้าน คือ 1.จดทะเบียนเรือไทย 2.ขออนุญาตการใช้เรือจากกรมเจ้าท่า และ3.ขอใบอนุญาตทำประมง หรืออาชญาบัตร ที่ระบุชนิดเครื่องมือจับปลา 14 ชนิด จากกรมประมง แต่เนื่องจากขั้นตอนอาจจะมีมาก กรมประมง กรมเจ้าท่า และกรมการปกครอง จะร่วมกันไปตั้งจุดรับจดทะเบียนเคลื่อนที่ 112 จุด ในพื้นที่ 23 จังหวัดติดชายทะเลทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 12 ก.พ.-มี.ค.นี้









