"ประยุทธ์"ชื่นชมโครงการ"ผูกปิ่นโตข้าว-ฟาร์มบ้านชัดเจน" แนะก.เกษตรฯ ปราชญ์ชาวบ้าน ช่วยกันเผยแพร่ความรู้
พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติว่า สวัสดี “ปีใหม่” ครับ พี่น้องประชาชนที่รักทุกคน ช่วงเทศกาลปีใหม่นี้ หลายท่านคงยังอยู่ระหว่างการเฉลิมฉลองกับครอบครัวและญาติมิตรเป็นช่วงแห่งความสุข ตลอดห้วงระยะเวลาที่ผ่านมารัฐบาลมุ่งมั่นทุ่มเทและพยายามอย่างเต็มที่จะแก้ปัญหาความเดือดร้อนต่าง ๆ ให้กับพี่น้องประชาชน รวมทั้งการวางรากฐานที่สำคัญเพื่อให้เกิดการพัฒนาประเทศไปสู่ความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน ในห้วงเวลานี้ หลาย ๆ คนมีความสุขกับเทศกาลปีใหม่ แต่ขอให้ส่งกำลังใจให้กับพี่น้องบางพื้นที่ ที่ประสบปัญหาความเดือดร้อน ทั้งปัญหาน้ำท่วมในหลายจังหวัดภาคใต้ ปัญหาภัยหนาวในภาคเหนือและภาคอีสาน ปัญหาสินค้าเกษตรราคาตกต่ำ ความเดือดร้อนของพี่น้องชาวสวนยาง และอื่น ๆ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งเดินหน้าแก้ไขให้อยู่ สำหรับพี่น้องประชาชนคนไทยหลายท่านก็มีน้ำใจ ช่วยเหลือสังคม แสดงความมีน้ำใจด้วยการให้กำลังใจ ให้รอยยิ้ม ซึ่งหนึ่งในนั้นที่ตนอยากจะกล่าวถึงอีกครั้งและขอให้พวกเราทุกคนได้ยึดถือเป็นแบบอย่าง ได้แก่ โครงการ “ผูกปิ่นโตข้าว” ตามที่ตนได้เคยกล่าวไว้ในรายการ “คืนความสุขฯ” เมื่อเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ซึ่งผมคิดว่าเป็นโครงการจิตอาสาที่คืนความสุขให้กับพี่น้องชาวเกษตรกรจริง ๆ เป็นโครงการที่ได้รับแรงบันดาลใจจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน้นความพอเพียง เน้นความเป็นชุมชนที่เข้มแข็ง เน้นความเสียสละเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเป็นโครงการที่สามารถเข้าถึงประชาชนคนไทยทุกคนที่ต้องการจะเห็นข้าวไทยกลับมามีเอกลักษณ์ มีคุณภาพ สะอาดและปลอดภัยสำหรับการบริโภคอีกครั้งหนึ่ง
"โครงการนี้ เป็นกลไกเชื่อมระหว่างครอบครัวคนในเมืองกับครอบครัวชาวนาที่ปลูกข้าวอินทรีย์ หรือข้าวปลอดสารโดยตรง ซึ่งได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ มาเป็นลำดับ ทั้งนี้ทางโครงการกำลังพยายามจะขยายขอบเขตของความร่วมมือนี้ให้ครอบคลุมถึงธุรกิจต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น บริษัทห้างร้าน ร้านอาหาร โรงแรม โรงเรียน หรือหน่วยงานราชการใด ๆ ที่ต้องการสนับสนุนส่งเสริมพี่น้องชาวนา และข้าวไทยควบคู่ไปกับการพัฒนาสุขภาพของบุคลากรให้แข็งแรง ทางโครงการได้เล่าให้ผมฟังว่าเมื่อชาวนาเลิกใช้ปุ๋ยเคมี และหันมาใช้สารธรรมชาติในการกำจัดศัตรูพืช พวกเขาพบว่าที่ดินทำกินของเขาสามารถรองรับการปลูกพืชและเลี้ยงสัตว์อื่น ๆ ได้อีก ถือว่าเป็นการสร้างรายได้เสริมไปอีกทางหนึ่ง " พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า อีกตัวอย่างที่ตนอยากนำมาเล่าให้ฟังอีกตัวอย่างหนึ่ง คือฟาร์ม “บ้านชัดเจน” ที่จังหวัดพิจิตร ของคุณชัชชนะ ปรารถนารักษ์ หรือ “คุณชัดเจน” และครอบครัวเริ่มจากการทำนาบนพื้นที่ 50 ไร่ จากเดิมเป็นพื้นที่นาที่พึ่งสารเคมี แต่หลังจากที่ได้ศึกษาค้นคว้าเรื่องการทำนาอินทรีย์อย่างจริงจัง จึงกลับมาคิดใหม่เรื่องการผลิตและเริ่มลงมือทำแบบอินทรีย์อย่างเต็มตัวตั้งแต่ปี 2553 เป็นต้นมา
สำหรับคุณชัดเจนถือเป็นเกษตรกรที่มีวิสัยทัศน์ในเรื่องของการลดต้นทุน และการเพิ่มมูลค่าการทำนาแบบไม่ฝืนธรรมชาติทำให้สามารถประหยัดต้นทุนได้มาก พี่น้องชาวนาคงทราบดีว่าการทำนาแบบเคมีนั้นใช้ต้นทุนสูงไร่ละ 6,000 ถึง 7,000 บาท ในขณะที่ทำนาอินทรีย์ใช้ต้นทุนเพียง 2,000 ถึง 3,000 บาท เรียกว่าประหยัดไป 50-60% ในส่วนของการเพิ่มมูลค่านั้นข้าวทุกสายพันธุ์ที่ทางฟาร์มเลือกปลูกจะเป็นข้าวคุณภาพ มีราคาจำหน่ายในท้องตลาดสูง เป็นที่ต้องการของผู้บริโภคจำนวนมากที่ใส่ใจในสุขภาพ
นอกจากจะผลิตข้าวอินทรีย์ของตัวเองแล้ว ทางฟาร์มยังต่อยอดไปถึงกลุ่มเกษตรกรอื่น ๆ ที่มีแนวคิดจะลดต้นทุนการผลิตข้าว โดยการจัดอบรมกลุ่มเกษตรกร ทั้งที่อยู่ในจังหวัดพิจิตร และจากจังหวัดอื่น ๆ โดยไม่คิดค่าสอน ถือเป็นการช่วยกันในการสร้างชุมชมที่เข้มแข็งให้สามารถพึ่งพาซึ่งกันละกันได้ คนไทยหากมีความสามัคคีกันแบบนี้ คนอื่นก็ไม่สามารถจะมาทำร้ายหรือเอาเปรียบเราได้อีกต่อไป
นอกจากข้าวแล้วยังมีผลผลิตอื่น ๆ อีก เช่น ชาใบข้าว ปัจจุบันทางฟาร์มกำลังอยู่ระหว่างการศึกษา ทดลอง และรวบรวมข้อมูลวิธีการเลี้ยงผึ้งชันโรง หรือผึ้งจิ๋วจากศูนย์ศึกษาการพัฒนาอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งผึ้งชันโรงนี้ถือเป็นสุดยอดแมลงผสมเกสรพืช เลี้ยงได้ในนาอินทรีย์เท่านั้น ผลิตภัณฑ์จากชันโรงเป็นที่ต้องการของตลาด ที่มีราคาสูงกว่าน้ำผึ้งทั่วไปหลายเท่า นับเป็นการเพิ่มรายได้ที่ดี นอกจากนี้ทางโครงการและฟาร์มชัดเจนนี้ได้นำเทคโนโลยีการสื่อสาร หรือโซเชียลมีเดียมาใช้ประโยชน์ในการประชาสัมพันธ์ จัดตั้งกลุ่มเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความคิดเห็นระหว่างชาวนากับคนกรุงอีกด้วย ผมทราบมาว่าหลายครอบครัวคนในเมืองได้เดินทางไปเยี่ยมเยือนชาวนาที่ปลูกข้าวอินทรีย์ให้เขา พาลูกหลานไปเรียนรู้วิถีชีวิตชาวนาไทยจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกันไปตอนนี้เลย
" ผมขอแสดงความชื่นชมโครงการผูกปิ่นโตข้าว โครงการฟาร์มบ้านชัดเจน และอีกหลาย ๆ โครงการดี ๆ เหล่านี้ ที่จะผสมผสานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ภูมิปัญญาชาวบ้าน และการผลิตการตลาดสมัยใหม่ ร่วมกับเทคโนโลยีได้อย่างลงตัว ช่วยส่งเสริมพี่น้องเกษตรกรของไทยให้แข่งขันได้ในตลาดโลก เราต้องอย่าลืมว่าการเกษตรอินทรีย์นั้น สามารถประยุกต์ใช้ได้หลากหลาย ทั้งการทำนา การปลูกพืชผักผลไม้ ดอกไม้หรือแม้แต่การทำโคนม ก็สามารถพัฒนาตามแนวทางเกษตรอินทรีย์มาประยุกต์ใช้ ซึ่งจะช่วยลดต้นทุน เพิ่มประสิทธิภาพ และเป็นการผลิตตามความต้องการของตลาดในปัจจุบัน ซึ่งมุ่งเน้นในเรื่องสุขภาพอีกด้วย " นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวต่อไปว่า จากภาคการเกษตรของเรามีผลิตผลมากมายที่น่าส่งเสริม เช่น กล้วยไม้ของเรานั้น ถือเป็นเอกลักษณ์ สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมายาวนาน นานาชาติต่างชื่นชมถึงความสวยงามของกล้วยไม้พันธุ์ไทย ปัจจุบันได้มีการพัฒนาให้มีหลากหลายพันธุ์และสีสัน อย่างเช่น พันธุ์ “ชมพูนครินทร์” พันธุ์ “รักตสิริน” พันธุ์ “ม่วงราชกุมารี” หรือ พันธุ์ “โสมสวลี” ที่ได้รับพระราชทานชื่อจากพระบรมวงศานุวงศ์ สวยงามมาก ผมก็ได้สั่งการในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ให้ดูแลช่วยเหลือเกษตรกรที่ปลูกกล้วยไม้ ดอกไม้ ในเรื่องของการเปิดตลาดกลางกล้วยไม้ ดอกไม้ ส่งเสริมให้ระบบสหกรณ์เข้ามาช่วยเหลือเกษตรกร และจะให้มีการเปิดตลาดกล้วยไม้ ดอกไม้ ในบริเวณทำเนียบรัฐบาล โดยรอบ หรือในพื้นที่ที่เหมาะสม ในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ และอาจจะจัดทำเป็นสัปดาห์รณรงค์กล้วยไม้ ดอกไม้ ของไทยด้วย
ทั้งนี้ เพื่อเปิดการตลาดให้มากขึ้น สร้างความนิยม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคนไทยด้วยกัน ได้อุดหนุนกันเอง และมีชื่อเสียงไปถึงต่างประเทศด้วย จะได้มีผลในเรื่องของการส่งออก จะเพิ่มรายได้ให้ประเทศอีกเป็นจำนวนมาก
ทั้งนี้ ต้องขอฝากกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ รวมไปถึงขอความร่วมมือจากเกษตรกรพี่น้องปราชญ์ชาวบ้าน และปราชญ์ชุมชน ช่วยกัน ร่วมกันเผยแพร่ความรู้ ในเรื่องของการเพาะปลูกพืชเหล่านี้ ให้แก่เกษตรกรในชุมชนตนเอง เพื่อยกระดับการทำการเกษตรของประเทศเราด้วย ต้องเป็นเกษตรสมัยใหม่ เกษตรอินทรีย์






