ปิดฉากรับสมัครผู้ประกันตนตามมาตรา 40 "ผู้สูงอายุ" แห่สมัครมาตรา402ล้านคน สปส.ยันไม่ขยายเวลาเพิ่ม
ปิดฉากรับสมัครผู้ประกันตนตาม "มาตรา 40" เผยตั้งแต่ 9 ธ.ค.56-7 ธ.ค.57 ทั่วประเทศ "ผู้สูงอายุ" แห่สมัครกว่า 2 ล้านคน เฉพาะทางเลือกที่ 3 กว่า 1.5 แสนคน พบอายุมากสุด 106 ปี สปส.ยันไม่ขยายเวลาเพิ่ม ด้านผู้ประกันตนค้านยุบรวมกับกองทุนการออมแห่งชาติ หวั่นสิทธิประโยชน์ลดลง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานนี้(8 ธ.ค.) เป็นวันสุดท้ายที่เปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปี สมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 โดยบริเวณชั้น 1 ของสำนักงานประกันสังคมเขตพื้นที่ 3 อาคารสำนักงานประกันสังคม กระทรวงแรงงาน เขตห้วยขวาง กทม. ตั้งแต่ช่วงเช้ามีประชาชนผู้สนใจเดินทางมาสอบถามรายละเอียดและสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 จำนวนมาก โดยหลายคนเดินทางมารอตั้งแต่เวลา 04.00 น. ขณะที่เจ้าหน้าที่ได้แจกบัตรคิวไปแล้วกว่า 1,000 ใบ ขณะเดียวกันตั้งแต่เวลา 08.30 -09.30 น. มีผู้ประกันตนรอชำระเงินสมทบกว่า 3,300 คน
สำหรับรายละเอียดการสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนตามมาตรา 40 นั้น แยกเป็น 5 ทางเลือกได้แก่ 1.จ่ายเงินสมทบ 100 บาท/เดือน โดยจ่ายเอง 70 บาท และรัฐจ่ายสมทบ 30 บาท ให้ความคุ้มครองในกรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย 2.จ่ายเงินสมทบ 150 บาท/เดือนโดยจ่ายเอง 100 บาท และรัฐจ่ายสมทบ 50 บาท ให้ความคุ้มครองในกรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย ชราภาพ
ทางเลือกที่ 3 จ่ายสมทบ 200 บาท/เดือนโดยจ่ายเอง 100 บาท รัฐสมทบ 100 บาท ให้ความคุ้มครองกรณีชราภาพ 4.เป็นทางเลือกที่ 1 และทางเลือก 3 (1+3) จ่ายเงินสมทบ 300 บาท/เดือน โดยจ่ายเอง 170 บาท และรัฐสนับสนุน 130 บาท ให้ความคุ้มครองในกรณีประสบอันตราย เจ็บ ป่วย ทุพพลภาพ ตาย และชราภาพ และ 5.เป็นทางเลือกที่ 2 และทางเลือก 3 (2+3) จ่ายเงินสมทบ 350 บาท/เดือนโดยจ่ายเอง 200 บาท และรัฐสนับสนุน 150 บาท ให้ความคุ้มครองในกรณีประสบอันตราย/เจ็บป่วย ทุพพลภาพ ตาย และชราภาพ
ทั้งนี้ ผู้ที่อายุเกิน 65 ปีขึ้นไปสมัครได้แค่ทางเลือกที่ 3 เท่านั้น และกรณีชราภาพจะได้รับเงินบำนาญก็ต่อเมื่อส่งเงินสมทบเกิน 420 เดือน หรือเป็นเวลา 35 ปี หากส่งไม่ถึงกำหนดเวลาดังกล่าวก็จะได้รับเป็นเงินบำเหน็จชราภาพโดยจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อออกจากการเป็นผู้ประกันตน ส่วนผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 33 และได้รับเงินบำเหน็จไปแล้ว
รวมทั้งผู้ที่เคยเป็นผู้ประกันตนมาตรา 39 และหยุดส่งเงินสมทบสามารถสมัครเข้าเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ได้ นอกจากนี้ หากสมัครภายในวันที่ 8 ธ.ค.นี้ ยังสามารถจ่ายเงินสมทบย้อนหลังได้ถึงเดือนพ.ค.2555 หรือ 32 เดือน
นางเซี่ยมกี่ นิลทองคำ ผู้อำนวยการสำนักเสริมสร้างความมั่นคงแรงงานนอกระบบ สำนักงานประกันสังคม(สปส.) กล่าวว่า ตั้งแต่วันที่ 9 ธ.ค. 2556-7 ธ.ค.2557 ทั่วประเทศมีผู้สมัครทั้งหมดกว่า 2 ล้านคน ซึ่งในจำนวนนี้มีผู้สมัครมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 กว่า 1.5 แสนคน โดยเฉพาะในช่วงวันที่ 1-7 ธ.ค.มีผู้สมัครกว่า 1 แสนคน ในจำนวนนี้เป็นหญิงสูงอายุ ที่มีอายุมากถึง 106 ปี อยู่ จ.อุทัยธานี ซึ่งสมัครมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3
ทั้งนี้เป้าหมายของมาตรา 40 ต้องการส่งเสริมให้ผู้สูงอายุออมเงินไว้ใช้จ่ายในยามจำเป็น โดยผู้สูงอายุที่มีอายุเกิน 65 ปี สามารถสมัครประกันสังคมมาตรา 40 ได้เฉพาะทางเลือกที่ 3 เท่านั้น ส่วนที่มีอายุเกิน 60 ปีจนถึง 65 ปีสมัครได้ทางเลือกที่ 1-5 ทั้งนี้ จะไม่มีการขยายเวลารับสมัครผู้สูงอายุที่มีเกิน 60 ปีเข้าเป็นผู้ประกันสังคมมาตรา 40 อีก
นางจรีรัตน์ ศิลารมณ์ วัย 74 ปี ซึ่งมาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 กล่าวว่า มาสมัครเพราะต้องการออมเงินไว้ใช้จ่าย เช่น ค่าอาหาร ค่ายา และค่ารถ เนื่องจากต้องไปพบแพทย์ และพบปะกับเพื่อนๆ ซึ่งมีค่าใช้จ่ายอยู่ที่เดือนละ 4-5,000 บาท แม้ลูกจะให้เงินไว้ใช้จ่าย แต่ก็อยากออมเงินเองบ้าง ส่วนการยุบมาตรา 40 ไปรวมกับกองทุนเงินออมแห่งชาติ ไม่เห็นด้วย และอยากให้คงกองทุนในส่วนมาตรา 40 ไว้เช่นเดิม โดยเฉพาะทางเลือกที่ 3 เนื่องจากเกรงสิทธิประโยชน์ลดลง
นางสมหมาย เสมบุญหล่อ วัย 77 ปีที่เดินถือไม้เท้ามารอคิวมาสมัครเป็นผู้ประกันตนมาตรา 40 ทางเลือกที่ 3 กล่าวว่า มาสมัครเพราะจะได้เงินสะสมไว้ใช้ยามจำเป็น ทุกวันนี้ป้าอยู่กับบ้านเฉยๆเพราะกระดูกข้อเท่าเสื่อมเดินไม่ถนัด ซึ่งการจ่ายเงินสมทบเดือนละ 100 บาทจะนำเงินเบี้ยยังชีพผู้สูงอายุมาจ่าย โดยเงินที่เก็บสะสมจะนำมาเป็นค่าใช้จ่ายยามฉุกเฉิน









