ทำความรู้จักตัวตนใหม่ของ 'ชัญญ่า ทามาดะ' ที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อช่วยเหลือเหล่าน้องหมาน้องแมว
สาวลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่นที่เป็นข่าวฉาวเมื่อหลายปีก่อนในเรื่องรักๆ ใคร่ๆ กับคนดัง แต่ในปัจจุบัน "ชัญญ่า ทามาดะ" เป็นที่รู้จักกับงานช่วยเหลือหมาแมวจากกิจกรรมที่เธอลงมือร่วมด้วยช่วยกับกลุ่มคนรักสัตว์หลายๆ กลุ่ม รวมทั้งมูลนิธิอย่าง Soi Dog ในการดูแลเจ้าขนฟูไร้บ้าน แม้เธอจะประกาศตัวไม่ใช่ดารานักแสดง มีงานถ่ายแบบบ้างประปราย แต่ล่าสุดได้มาร่วมออกหน้าจอในบทบาทพิธีกรรายการ "Family มีหาง" ทางช่อง NOW26
๐ งานพิธีกรรายการ Family มีหาง มีที่มาอย่างไร?
อยากทำรายการแนวหมาๆ แมวๆ มานานแล้ว แต่ได้แค่คิด ไม่มีทีมงานและไม่รู้จะทำยังไง จนกระทั่งพี่คนหนึ่งชวนให้มาทำพิธีกร ชัญญ่าก็เลยบอกว่า ลงหุ้นด้วยเลยได้ไหม ลงทุนทำรายการด้วยกันเลย เพราะเราอยากทำแต่ไม่มีโปรดิวเซอร์ และตัวเองก็ยังต้องเรียนอยู่ ไม่มีเวลาทุ่มทั้งหมด พอสบโอกาส ทีมงานครบ แบบเราตื่นเช้าออกไปถ่ายรายการได้เลยก็รับงานนี้ค่ะ
๐หน้าที่ในรายการเป็นพิธีกร ต้องทำอะไรบ้าง?
ก็ต้องเตรียมตัวมา แต่เราเป็นคนรักสัตว์อยู่แล้ว ก็อยากให้ได้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์จริงๆ กับคนดู เราก็อยากจะแชร์ความรู้ในฐานะที่เจอหมาทุกวัน และเคยทำงานช่วยหมาจรจัด หมาถูกทารุณอะไรพวกนี้มาพอสมควร เราจะมีสคริปต์ร่างไว้ แต่ส่วนใหญ่พอถ่ายจริงจะพูดสด จากความรู้ที่มีอยู่
๐อะไรที่ทำให้เข้ามาคลุกคลีเรื่องนี้เต็มตัว?
เริ่มต้นเลย ไม่ได้อินมากนะ คุณแม่ซื้อหมาให้ตัวแรก พันธุ์พุดเดิ้ลทอยสีดำตัวเล็ก ตอนเราประมาณอายุ 10 ขวบนิดๆ ยังไม่ได้รู้สึกรักมันมากมาย แค่คิดเบสิกๆ ว่าหมาน่ารักอยากเลี้ยง จนหมามันตะกายขึ้นไปตามหาเราบนชั้นสองของบ้านแล้วตกลงมาตาย ชัญญ่าจึงเริ่มรู้สึกอิน รู้สึกหลงใหลกับความรักของสัตว์เลี้ยงที่มีให้กับมนุษย์ ซึ่งหาไม่ได้ในมนุษย์น่ะ จากนั้นก็ซื้อหมามาเลี้ยงแต่ก็ยังไม่เข้าใจลึกซึ้งมาก จนกระทั่งช่วงกรุงเทพฯน้ำท่วม ได้ลงพื้นที่ไปช่วยหมาที่ติดอยู่ในน้ำท่วม ทำให้เรารู้สึกเปลี่ยน
ตอนหลังไปเจอหมาที่ไม่มีเจ้าของตามข้างถนนมีเยอะเหมือนกัน ชัญญ่าก็เลยไม่ได้ซื้อหมามาเลี้ยงนานมากแล้วค่ะ เพราะรู้สึกว่า สัตว์(เลี้ยง)ที่ซื่อสัตย์กับเจ้าของแบบนี้ ไม่น่าจะถูกทิ้งไว้ข้างถนน จริงๆ ชัญญ่าไม่สนับสนุนการเพาะพันธุ์ให้มันมากขึ้นหรือขายสัตว์เลี้ยง เพราะทุกวันนี้ก็มีเยอะอยู่แล้วที่ไม่ได้มีเจ้าของและไม่ถูกเลี้ยง
๐ฟีดแบคกับการเป็นคนรักหมาแมว?
มันก็มีนะ พอเห็นเราช่วยหมาแมว มีคนมาโพสต์ขอยืมตังค์ บอกว่าที่บ้านมีปัญหาช่วยซื้อที่ดินให้หน่อยได้ไหม เราก็อืม มันไม่ใช่นะ (หัวเราะ) ไม่ได้ร่ำรวยขนาดนั้น แค่อยากช่วยสัตว์เล็กๆ ที่ช่วยตัวเองไม่ได้เท่านั้นเอง
๐ส่วนตัวสัมพันธ์กับหมาแมวใกล้ชิดมากไหม?
ชัญญ่าก็พยายามให้ความรักกับสัตว์เลี้ยงตามข้างถนนด้วย คือบางทีเล่นกับมันจนแม่ว่า ทำไมต้องไปใกล้ชิดมันขนาดนั้น มันสกปรกนะ แต่เวลาเราเอาอาหารไปให้ เรารู้ว่า มันต้องการให้ลูบหัวแสดงความรักเหมือนกัน มีจุดประจำที่ชัญญ่าเอาอาหารไปให้แถวๆ บ้านที่สุขุมวิท และก็เอาเงินไปฝากให้ป้าที่ดูแลหมาแมวแถวนั้น ส่วนแถวละแวกบ้านก็ช่วยจับหมาไปทำหมัน เพราะหมาจรจัดที่อยู่ตามถนนมีเยอะ ช่วยลดปริมาณลงจะลดอัตราการถูกรถชนรถทับอะไรแบบนี้ไปด้วย
ชัญญาทำจนกระทั่งทางมูลนิธิ Soi Dog เห็นงานเราก็มาช่วย ส่วนตัวชัญญาก็ยังไม่พร้อมจะตั้งมูลนิธิเองหรอกเพราะต้องเรียนและเราก็ไม่ได้เป็นคนมีชื่อเสียงขนาดนั้น แต่ดีใจมากเดี๋ยวนี้คนสนใจสัตว์เยอะขึ้น มีคนส่งข่าวทางเฟซบุ๊ค ให้ช่วยหมาแมวนั่นนี่เยอะขึ้น
๐ในรายการแฟมิลี่มีหาง มีช่วงอะไรบ้าง?
มีกิจกรรมที่เกี่ยวกับสัตว์ทั้งหมดเลย ไม่ใช่แค่หมาแมวด้วยค่ะ ก็มีเรื่องแนวแบบพาหมาแมวเที่ยวยังไง มีช่วงไปดูหมาดาราหรือเน็ตไอดอล และช่วง CSR ที่สะท้อนให้เห็นคนที่ดูแลหมาว่าหลายคนไม่ได้มีเงินหรือรายได้สูงมาก แต่เขาก็อุทิศตัวดูแลหมาแมว หรือพาไปเยี่ยมบ้านพักพิงที่อนุบาลหมาเล็กที่ยังไม่มีบ้าน
๐นอกจากพิธีกร ชัญญ่าทำงานอื่นอีกไหม?
ตอนนี้เรียนอยู่ที่คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย (หลักสูตรนานาชาติ) ก็มีทำธุรกิจร้านอาหาร และรับจัดอีเวนต์ จัดโปรดักชั่น อย่างงานสงกรานต์ที่อาร์ซีเอในช่วงต้นปี หรือวันเสาร์ที่ 22 พ.ย.ที่ผ่านมาก็มีงาน Waterzonic แนวคอนเสิร์ตดีเจเฟสติวัลที่รวมกับธีมแบบเล่นน้ำสงกรานต์ เพราะเห็นคนไทยชอบเล่นกัน งานแสดงนี่ชัญญ่าแสดงไม่เป็นเลย (หัวเราะ) แต่ก็อยากเล่นหนังเหมือนกัน ถ้าได้บทที่เหมือนตัวเองก็อาจจะพอเล่นได้ แต่ถ้าเล่นละครเป็นอาชีพเลยคงไม่ไหว เพราะแสดงไม่เป็น เคยไปแคสติ้งตอนเด็กๆ แล้วไม่รอดน่ะ (หัวเราะ) ชัญญ่าคงไม่ยึดแสดงเป็นงานหลัก แต่ถ้ามีงานที่เราทำได้ ให้คนดูดูได้มีเรื่องดีๆ บ้างก็อยากทำนะ
๐เห็นว่าชอบออกกำลังกาย เล่นอะไรบ้าง?
ฟิตเนสไม่ไปไม่ชอบเลย จะให้ไปวิ่งในลู่เป็นชั่วโมงไม่ไหวอึดอัด ถ้าจะวิ่งก็ไปวิ่งที่สวนดีกว่า และก็ชอบทำกิจกรรมมากกว่า อย่างตอนนี้ก็ไปเรียนต่อสู้ป้องกันตัว ยิงปืน ตีกอล์ฟ เรียนถ่ายภาพ
๐เรียนต่อสู้ป้องกันตัวนี่คืออะไร?
สาเหตุที่ไปเรียนเพราะความชอบของตัวเอง และตอนเด็กๆ เห็นเพื่อนตัวเล็กถูกแกล้งก็เลยไปเรียน ชัญญ่าพูดกับตัวเองไว้เสมอว่าจะไม่มีวันยอมให้คนมารังแก พอเรียนแล้วก็ติด(ใจ) และก็เริ่มมาเรียนจริงๆ จังๆ เมื่อปีที่แล้ว ปกติเรียนป้องกันตัวก็เหมือนต่อสู้ทั่วไป มีต่อยมวย แต่พอดีปีที่แล้วรู้จักครูโจ้ ซึ่งเก่งเรื่องศิลปะป้องกันตัวและเขาก็ไปสอนให้ทหารที่ค่ายด้วย เห็นแล้วมันเท่น่าหลงใหล
ประเทศไทยทุกวันนี้ก็น่ากลัวขึ้นเยอะ เราก็ควรที่จะเรียนรู้ไว้ ตอนนี้ชัญญ่าก็ลงเรียนไปหลายคลาส ไปเรียนคนเดียวเลย เพราะขี้เกียจรอเพื่อน เพราะถ้ารอก็เดี๋ยวคนโน้นไม่ว่างคนนี้ไม่ว่าง ฉะนั้น ไปเรียนคนเดียวเลยดีกว่า การเรียนก็มีทั้งเรียนต่อสู้มือเปล่า มือเปล่ากับปืน มือเปล่ากับมีด ก็เรียนมาใช้ได้พอสมควร แต่ยังไงเราก็เป็นผู้หญิงแรงน้อยกว่าผู้ชายอยู่แล้วคงสู้ผู้ชายไม่ไหว แต่ก็เรียนรู้ไว้ เป็นเรื่องที่ดี อย่างน้อยเราจะได้รู้ทิศทางว่าเขาจะเข้ามาทางไหน จะได้สามารถรับมือได้
ครูไม่ได้สอนแค่การป้องกันตัวแต่จะสอนวิธีมองคนที่เข้ามาทำร้ายเราด้วย สอนเรื่องจิตวิทยาด้วย สอนแม้กระทั่งไปเจอคนบ้า เราไม่ต้องทำร้ายเขา ก็จะมีท่าล็อกที่ทำให้เขาไม่สามารถทำร้ายเราได้และเราก็ไม่ได้ทำร้ายเขา
การเรียนตรงนี้เหมือนเป็นการออกกำลังกายด้วยนะ กล้ามขึ้นเลย มันจะมีการล็อกกันไปล็อกกันมาเหมือนปล้ำกัน ผู้หญิงเรียนน้อยมาก ชัญญ่าไปเรียนก็ต้องจับคู่สู้กับผู้ชาย เหนื่อยแต่ทำให้ตัวเองบ้าพลังขึ้นเยอะมีแรง เมื่อก่อนเดินขึ้นบันไดเหนื่อยแต่ตอนนี้ฟิตกว่าเดิม
ส่วนตีกอล์ฟเนี่ย ตอนนี้กำลังอิน เพราะเพื่อนผู้ชายไปซื้อของตีกอล์ฟ เราไปด้วยไปเห็นอุปกรณ์กอล์ฟผู้หญิงน่ารักมาก ไม้กอล์ฟสีชมพู เราก็ซื้อมาเลย คืออุปกรณ์ชนะเลิศค่ะแต่ตีไม่เป็น(หัวเราะ) ก็เลยต้องไปเรียนจริงๆ จังๆ กับโปร ตอนนี้พร้อมออกรอบแล้วไม่กลัวดำค่ะ เพราะเป็นคนที่ดำแล้วก็จะกลับมาขาวเหมือนเดิม
๐ออกกำลังกายหลายสิ่ง มันเยอะไปไหม?
ก็จะไม่ทำให้ตัวเองเหนื่อยจนเกินไป ที่สำคัญเลยก็คือการนอน ชัญญ่าว่ามันเป็นยาที่ดีที่สุดเหมือนชาร์จแบต โทรศัพท์แบตหมดก็ต้องชาร์จ จะเป็นไข้ ปวดหัว พอได้นอนหลับตื่นขึ้นมาก็จะดี ชัญญ่าจะนอนประมาณวันละ 6 - 7 ชั่วโมง แต่ถ้าเหนื่อยมากจริงๆ นอนยาวเลย 12 ชั่วโมง จะหลับแบบไม่สนใจโลก
๐ต้องดูแลเรื่องการกินด้วยหรือเปล่า?
ชัญญ่าไม่เชื่อในการไดเอ็ท โอเคเราไม่กินก็ลดได้ แต่หน้าจะไม่สวยจะทรมานมาก เคยไดเอ็ทมาแล้วรู้สึกว่ามันแย่ที่สุดในชีวิต ไม่มีความสุขที่สุดในชีวิตเลย ออกไปเจอเพื่อนข้างนอกเพื่อนกินก็กินไรไม่ได้ทรมาน เคยหนักสุด 58 กิโลกรัม ลดลง 10 กิโลกรัม ตอนนี้เหลือ 47 กิโลกรัม (สูง 160 เซนติเมตร) กว่าจะลดลงมาได้ขนาดนี้มันทรมานมากๆ เข็ดเลย ก็บอกกับตัวเองว่า จะไม่มีวันกลับไปอ้วนแบบนั้นอีกแล้ว
ก็ต้องควบคุมตัวเอง ก็ต้องบอกตัวเองว่า การกินมันมีอยู่ 2 แบบอยู่เพื่อกิน กับ กินเพื่ออยู่ เราเอาแค่กินให้อยู่รอดก็พอ เมื่อก่อนเปิดเมนูมาสั่งกินทุกอย่างแต่ตอนนี้กินให้อิ่มพอ และคนเรามีเวลาหิวกับอยาก เวลาอยากห้ามกิน ให้กินเวลาหิว แค่นี้ก็ควบคุมตัวเองได้แล้ว
๐เรื่องสวยๆ งามๆ ล่ะ ใส่ใจแค่ไหน?
ไม่เน้นใช้ครีมราคาแพง ถามว่าครีม(ราคา)เป็นหมื่นมีไหม มีค่ะแต่ไม่จำเป็น ใช้แค่อันละไม่กี่ร้อยบาทก็พอ แต่ชัญญ่าจะเน้นการดูแลผิวหน้าที่คลินิก ไปทำเลเซอร์ที่คลินิกเพราะมันลงลึกถึงผิวหน้าดีกว่า ไม่ทาครีมกระปุกเป็นหมื่น ครีมแพงหรือไม่แพงมันอยู่ที่แบรนด์มั้ง ให้ซื้อขวดเป็นหมื่นเอาเงินไปทำหน้าดีกว่าค่ะ
ติดตามเรื่องราวของเหล่าสี่ขาขนฟูกับ ชัญญ่า ทามาดะ ได้ในรายการ Family มีหาง ทางทีวีดิจิทัลช่อง NOW26 ทุกวันเสาร์ 14.30-15.00 น.









