พาณิชย์ขู่ฟันพวกฉวยโอกาสขึ้นราคาสินค้า ชี้ผลศึกษาไม่พบต้นทุนเพิ่ม ยันเอาจริง ส่งจนท.ลงพื้นที่ตรวจราคาถี่ขึ้
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยว่า ขณะนี้กรมฯ ได้ทำการศึกษาต้นทุนในการผลิตสินค้าต่างๆ พบว่าต้นทุนในการผลิตส่วนใหญ่ไม่ได้ปรับเพิ่มขึ้น มีแต่ทรงตัวและลดลง หากผู้ผลิต ผู้ประกอบการรายใดขึ้นราคาสินค้าในช่วงนี้ จะถือเป็นการฉวยโอกาสเอาเปรียบประชาชน กรมฯ จะดำเนินการตามกฎหมายตั้งแต่ขั้นเบาสุดไปจนถึงหนักสุด คือ เริ่มจากปรับและมีโทษจำคุก เพราะถือเป็นการซ้ำเติมประชาชน และขณะนี้เศรษฐกิจกำลังอยู่ในช่วงฟื้นตัว ก็อยากให้ร่วมมือกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
“ขอความร่วมมือกัน อย่าซ้ำเติมเศรษฐกิจ เพราะต้นทุนไม่ได้สูงขึ้น เราวิเคราะห์ต้นทุนตลอด ไม่พบสัญญาณวัตถุดิบรายการใดผิดปกติ ถ้าไม่เชื่อกัน เราจะดำเนินการกฎหมาย เริ่มตั้งแต่ว่ากล่าวตักเตือน ไปจนถึงการปรับตามกฎหมาย หรือถ้าให้แรง ก็มีโทษถึงจำคุก อย่าให้ถึงขั้นต้องบังคับใช้กฎหมายอย่างแรง”นายบุณยฤทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ กรมฯ จะเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบ โดยได้จัดให้มีสายตรวจออกตรวจสอบราคาสินค้าเป็นประจำทุกวันๆ ละ 10 สาย ในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ส่วนในต่างจังหวัด ก็มีค้าภายในจังหวัดออกตรวจสอบ และจะเพิ่มการตรวจสอบแบบจู่โจมมากขึ้น โดยเฉพาะร้านค้าหรือผู้ประกอบการที่ได้รับการร้องเรียนว่ามีการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาสินค้าจนเกินควร ขอเตือนไว้ว่าตรงไหนแพง ระวังให้ดี กรมฯ จะเข้าไปตรวจสอบให้หมด
จากการวิเคราะห์ต้นทุน โดยเฉพาะอาหารปรุงสำเร็จ พบว่า วัตถุดิบในการผลิตอาหารส่วนใหญ่ทรงตัวและปรับลดลง เช่น น้ำมันพืช ราคาขณะนี้ 38-39 บาทต่อขวดลิตร น้ำมันถั่วเหลือง ราคาทรงตัวที่ 55 บาทต่อขวด ขณะที่เนื้อสุกร ไข่ไก่ ก็มีราคาลดลง รวมถึงผักสดต่างๆ ทำให้กรมฯ ไม่ต้องประกาศราคาแนะนำ โดยเฉพาะเนื้อสุกร ส่วนราคาก๊าซหุงต้ม แม้จะปรับเพิ่มขึ้น แต่เมื่อวิเคราะห์ลงไปแล้ว ก็พบว่า กระทบต้นทุนเพียงแค่จานละไม่กี่สตางค์ จึงไม่ควรใช้เป็นเหตุผลในการปรับขึ้นราคา
สำหรับต้นทุนสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ พบว่า ส่วนใหญ่ทรงตัว และราคาลดลง โดยเฉพาะต้นทุนน้ำมันดีเซล ที่เป็นต้นทุนหลักในการขนส่ง ราคาก็ลดลงอยู่ที่ลิตรละ 29.39 บาท จึงไม่มีแรงกดดันต่อต้นทุนการขนส่งและกระทบต่อต้นทุนสินค้า









