"ปรีดิยาธรชี้ราคาข้าว8,000บาท/ตัน เหมาะสมอยู่ในกรอบที่รัฐบาลประเมินไว้ เชื่อมาตรการช่วยเหลือชาวนาได้ผลดี
"ปรีดิยาธร” ชี้ราคาเฉลี่ยข้าว 8,000 บาท/ตัน เหมาะสมอยู่ในกรอบที่รัฐบาลประเมินไว้ เชื่อมาตรการช่วยเหลือชาวนาได้ผลดี คาดมาตรการโซนนิ่งกำหนดพื้นที่เกษตรเสร็จ ธ.ค.นี้ เตรียมพบภาคเอกชนจีนดึงลงทุนนิคมฯยางที่สงขลา
ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรณีที่มีการระบุว่าราคาข้าวเปลือกในปัจจุบันราคาตกต่ำลงนั้นยืนยันว่าราคาข้าวเปลือกในเวลานี้เป็นไปตามปกติ โดยเฉลี่ยอยู่ที่ตันละประมาณ 8,000 บาท หรือในบางพื้นที่มีราคาตันละ 7,900-8,200 บาท ซึ่งถือว่าราคาดังกล่าวเป็นราคาที่อยู่ในเกณฑ์ที่รัฐบาลได้ตั้งไว้อยู่แล้วไม่ได้เป็นราคาตกต่ำแต่อย่างไร
“ราคาข้าวในปัจจุบัน เป็นราคาที่ดี เพราะกระทรวงพาณิชย์ได้ออกมาตรการดูแลราคาข้าวเปลือก ด้วยการให้โรงสีสามารถกู้เงินจากธนาคารพาณิชย์ เพื่อนำมาซื้อข้าวเก็บไว้ โดยรัฐบาลเข้าไปช่วยเหลือด้านดอกเบี้ยให้ในอัตรา 3% ที่ถือว่าทำได้สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ที่ 6 ล้านตัน โดยเวลานี้สามารถซื้อข้าวจากชาวนาได้มากกว่า 6 ล้านตัน ขณะที่ราคาที่ชาวนาได้รับ ก็เป็นราคาตลาดอย่างแท้จริง”ม.ร.ว.ปรีดิยาธรกล่าว
นอกจากนี้รัฐบาลยังมีมาตรการส่งเสริมให้ชาวนามีรายได้เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งเป็นแนวทางสำคัญที่รัฐบาลจะนำมาใช้ให้ทัน ในฤดูกาลผลิตข้าวนาปี ปีการผลิต 2558/2559 โดยกำลังอยู่ระหว่างจัดทำรายละเอียดทั้งหมดร่วมกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ คาดว่าจะแล้วเสร็จในเดือนธ.ค.นี้ ซึ่งจะมีการกำหนดพื้นที่ที่เหมาะสมว่าพื้นที่ใดควรปลูกข้าว พื้นที่ใดควรปรับปรุงพันธุ์ข้าว พื้นที่ใดควรปลูกพืชอื่น หรือพื้นที่ใดควรเป็นพื้นที่เกษตรทางเลือก
สำหรับการแก้ปัญหาราคายางพารากำลังทำงานอย่างต่อเนื่องโดยในวันที่ 27 พ.ย.นี้ จะเดินทางไปประเทศจีนเพื่อร่วมประชุมด้านการค้าและอุตสาหกรรมร่วมกับหน่วยงานของจีน โดยเตรียมนำเรื่องผลิตภัณฑ์ยางแปรรูปมาหารือร่วมกันโดยเฉพาะการเชิญชวนให้ภาคเอกชนของประเทศจีนเข้ามาร่วมลงทุนในนิคมอุตสาหกรรมยางพาราของไทย ที่จังหวัดสงขลาด้วย
ส่วนมาตรการในการกระตุ้นเศรษฐกิจขณะนี้ส่วนราชการอยู่ระหว่างจัดทำมาตรการทางด้านเศรษฐกิจเพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ให้กับคนไทย โดยในเร็วๆ นี้จะเชิญสื่อมวลชนมาชี้แจงรายละเอียดรวมถึงแนวทางการดำเนินงานด้านเศรษฐกิจในปี 2558 ด้วย เพื่อสร้างความมั่นใจทางเศรษฐกิจให้กับคนไทยต่อไป
นอกจากนี้รัฐบาลยังเตรียมเชิญองค์กรขนาดใหญ่ในพื้นที่ทั่วประเทศซึ่งรวมถึงกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองมาร่วมโครงการในการปล่อยเงินกู้ให้กับผู้มีรายได้น้อยตามนโยบายการโนไฟแนนซ์ของกระทรวงการคลังด้วยคาดว่าก่อนปีใหม่จะเห็นรายละเอียดของโครงการทั้งหมดอย่างชัดเจน









