วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวยางแห่'รับทุน'โค่นยางหนีราคาร่วง

ชาวยางแห่ "รับทุน" โค่นยางหนีราคาร่วง สกย.หวั่นงบไม่พอเตรียมขอรัฐสนับสนุนแทน

นายประสิทธิ์ หมีดเส็น รองผู้อำนวยการสำนักงานกองทุนสงเคราะห์การทำสวนยาง(สกย.) ในฐานะรักษาการผู้อำนวยการ กล่าวว่าตั้งแต่เดือน ต.ค.-พ.ย.2557 ได้มีเกษตรกรยื่นคำขอรับทุนสงเคราะห์ปลูกทดแทนยางเก่าเข้ามาแล้วกว่า 9 หมื่นไร่ ซึ่งเกินเป้าหมายที่กำหนดไว้ 3 หมื่นไร่ต่อเดือน ทั้งนี้เป็นผลมาจากราคายางที่ตกต่ำต่อเนื่อง ทำให้เกษตรกรหันมายื่นขอรับทุนมากขึ้น โดยเกษตรกรที่ยื่นขอทุนมามากกว่า 9 หมื่นไร่นั้น ส.ก.ย. ไม่สามารถจะโค่นยางได้ทันในช่วงปีนี้เพราะเหลือเวลาไม่ถึง 2 เดือน

จากเป้าหมายการโค่นยางที่กำหนดไว้ปีละ 4 แสนไร่ คาดว่าจะสามารถดำเนินการได้เพียง 90% เนื่องจากเกษตรกรยื่นขอรับทุนในช่วงกลางปีน้อยมาก ส่วนหนึ่งเพราะเป็นช่วงปิดกรีด เกษตรกรจึงต้องการพักผ่อน แต่กลับมาเร่งช่วงปลายปี ดังนั้นเกษตรกรที่ไม่สามารถโค่นได้ทันปีนี้ ทางส.ก.ย.จะเลื่อนไปเป็นปี 2558

“ปีนี้เกษตรกรให้ความสนใจขอรับทุนเพิ่มขึ้น เพราะราคายางไม่ดี ปีที่ผ่านมากำหนดให้โค่น 3 แสนไร่ แต่ทำได้ไม่ตามเป้า ยางที่โค่นส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคใต้ มีอายุนานกว่าเมื่อเทียบกับอีสานที่เพิ่งปลูกในช่วงโครงการอีสานเขียว ประมาณปี 2533-2534 ปัจจุบันก็มีการขอรับทุนเพื่อโค่นยางเก่าบ้างแล้ว แต่มีไม่มาก อย่างที่จังหวัดศรีสะเกษ สุรินทร์ บุรีรัมย์ “นายประสิทธิ์ กล่าว

ทั้งนี้ผู้ขอรับทุนการโค่นยาง กรณีที่ต้องการปลูกยางต่อจะได้รับทุนไร่ละ1.6 หมื่นบาท กรณีเปลี่ยนไปปลูกปาล์มน้ำมัน จะได้รับทุนไร่ละ 2.6 หมื่นบาท ที่ผ่านมาเกษตรกรส่วนใหญ่ต้องการปลูกยางทดแทน เนื่องจากเป็นพื้นที่ไม่เหมาะสมกับการปลูกปาล์ม การขอรับทุนเพื่อโค่นจำนวนมาก ประกอบกับกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องการขยายเป้าหมาย โดยหวังว่าจะเป็นผลให้ราคายางปรับตัวสูงขึ้นในอนาคต

นายประสิทธิ์ กล่าวว่า ในส่วนของการบริหารงานสกย.ก็จะมีปัญหา เนื่องจากทุนที่จ่ายให้เกษตรกร เป็นรายได้จากการจัดเก็บค่าธรรมเนียมพิเศษการส่งออกยาง หรือเซส ที่เก็บได้ปีละประมาณ 6,000 ล้านบาท แต่มีการนำมาใช้เพื่อสนับสนุนการโค่นยางถึงปีละกว่า 7,000 บาท โดยปีนี้คาดว่าจะใช้ไปทั้งสิ้น 4,448.8 ล้านบาท ส่วนปี 2558 จะเพิ่มเป็น 5,000 ล้านบาท ดังนั้นเงินที่มีอยู่ในกองทุนฯจะลดลงต่อเนื่อง จากปัจจุบันเหลือเป็นเงินที่ไม่ผูกพันอยู่ประมาณ 8,000-9,000 ล้านบาท ในอนาคต สกย.จะต้องขอรับการสนับสนุนจากรัฐบาลแน่นอน

นายทวีศักดิ์ คงแย้ม ประธานคณะทำงานขับเคลื่อนแนวทางแก้ไขปัญหายางพาราทั้งระบบของ วอร์รูม สกย. กล่าวว่า ที่ผ่านมา สกย.มีนโยบายส่งเสริมการโค่นยางเก่าหรือต้นยางที่ให้ผลผลิตต่ำทุกปี แต่สำหรับปีนี้ได้เพิ่มเป้าหมายการส่งเสริมการปลูกแทนเป็น 4 แสนไร่ ภายในเวลา 7 ปี ( 2558-2560) ดังนั้นแต่ละปีสามารถลดปริมาณผลผลิตยางในตลาดได้ปีละ101,600 ตัน ที่สำคัญจำนวนพื้นที่โค่นยางเก่า จะให้การส่งเสริมปลูกแทนด้วยยางพาราพันธุ์ดี ปีละ 3 แสนไร่

เกษตรกรชาวสวนยางที่เข้าร่วมในโครงการ สกย.จะให้ความรู้การปลูกทดแทนแบบเกษตรผสมผสาน ด้วยการทำกิจกรรมทางการเกษตรควบคู่กับการปลูกยาง เช่น พืชผักสวนครัว หรือพืชอื่น หรือการเลี้ยงสัตว์ เพื่อเป็นทางเลือกในการทำการเกษตรควบคู่กับการให้ความรู้การปลูกยางพารา เพื่อให้เกษตรกรสามารถมีรายได้เลี้ยงครอบครัว ส่วนอีก 1 แสนไร่ จะเป็นการให้ทุนสงเคราะห์แก่เกษตรกรที่จะปลูกพืชอื่น ที่มีความสำคัญทางเศรษฐกิจและเหมาะสมกับพื้นที่ โดยคำนึงถึงตลาดในพื้นที่นั้นๆ

ทั้งนี้ หลังจากเปิดปีงบประมาณปี 2558 มีเจ้าของสวนยาง 6,866 ราย จากทั่วประเทศ ยื่นคำขอรับทุนสงเคราะห์ปลูกแทน คิดเป็นพื้นที่โค่นยางเก่า ประมาณ 79,164 ไร่ ส่วนใหญ่เป็นพื้นที่ในจังหวัดสุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช ที่มีการยื่นรับคำขอมากที่สุด คาดว่า ก่อนจะถึงฤดูกาลปลูกยางพารารอบใหม่ น่าจะมีเกษตรกรยื่นรับคำขอปลูกแทนใหม่ เกินกว่าเป้าหมายแน่นอน