อิสราเอล อาสาหนุนเทคโนโลยีบริหารจัดการน้ำทางการเกษตรกับไทย ขณะที่นิวซีแลนด์ ต้องการศึกษาอุตสาหกรรมโคนมไทย
นายอภิชาติ พงษ์ศรีหดุลชัย ผู้ช่วยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังนายซีมอน โรเด็ด เอกอัครราชทูตอิสราเอล ประจำประเทศไทย เข้าพบ ว่าได้หารือความร่วมมือด้านการเกษตร โดยอิสราเอลเป็นประเทศที่มีระบบการพัฒนาเศรษฐกิจค่อนข้างสูง เมื่อเทียบกับประเทศพัฒนาแล้ว ในโลกตะวันตก เนื่องจากอิสราเอลมีทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพ มีส่วนทำให้วงการค้นคว้าและวิจัยมีประสิทธิผลสูงตามไปด้วย
ส่งผลให้อิสราเอลมีความก้าวหน้าด้านนวัตกรรมวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี กระทรวงเกษตรฯ จึงสนใจที่จะให้ทางอิสราเอลช่วยสนับสนุนและส่งเสริมทางด้านนี้ โดยเฉพาะเทคโนโลยีด้านการบริหารจัดการน้ำทางการเกษตร ที่จะช่วยให้ผลผลิตของไทยมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น
ทั้งนี้ อิสราเอลเป็นประเทศคู่ค้าสินค้าเกษตรอันดับที่ 44 ของไทย โดยตั้งแต่ปี 2554-2556 มีสัดส่วนการค้าสินค้าเกษตร 0.32% ของมูลค่าการค้าสินค้าเกษตรของไทยกับโลก สำหรับการส่งออกปี 2557 ช่วง 9 เดือน (ม.ค.-ก.ย.) พบมีการส่งออกสินค้าไปอิสราเอลเพิ่มมากขึ้นจาก 2,560 ล้านบาท เป็น 3,328 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 768 ล้านบาท คิดเป็นอัตราการการส่งออกเพิ่มขึ้น 30%
สำหรับสินค้าส่งออกสำคัญ 10 อันดับแรก มีสัดส่วนการส่งออกรวม 81% ของมูลค่าการส่งออกสินค้าเกษตรไปอิสราเอล อาทิ ข้าว ปลาทูปรุงแต่ง ซอสและของปรุงแต่ง พืชผักผลไม้แช่อิ่มเชื่อมหรือฉาบ สับปะรดปรุงแต่ง เครื่องดื่มอื่น ๆ ไม่มีแอลกอฮอล์ ไม่ร่วมน้ำผลไม้หรือน้ำพืชผัก น้ำสับปะรด และอาหารปรุงแต่งอื่น ๆ
นายชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวหลังเอกอัครราชทูตนิวซีแลนด์ประจำประเทศไทย เข้าพบ ว่าได้หารือถึงความร่วมมือทางด้านสินค้าเกษตรระหว่างสองประเทศโดยเฉพาะเรื่องปศุสัตว์ ซึ่งทางนิวซีแลนด์สนใจจะเข้ามาศึกษาเรียนรู้อุตสาหกรรมโคนมของไทย ที่มีการเจริญเติบโตสูง และมีโอกาสในการขยายเข้าสู่ตลาดในอาเซียนเพิ่มขึ้น
นอกจากนี้ ทางนิวซีแลนด์ยังได้ให้การสนับสนุนการฝึกอบรมของกรมปศุสัตว์ เกี่ยวกับมาตรฐานการผลิตในอุตสาหกรรมโคนม จะทำให้ไทยได้พัฒนาในเรื่องเทคโนโลยี สามารถพัฒนาและยกระดับมาตรฐานการผลิตของไทยให้เพิ่มมากขึ้น
ทั้งนี้ไทยและนิวซีแลนด์ได้ดำเนินความตกลงว่าด้วยการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศไทย-นิวซีแลนด์ ส่งผลให้สถานการณ์สินค้าเกษตรระหว่างไทยกับนิวซีแลนด์เป็นไปในทิศทางที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยความตกลงดังกล่าวมีส่วนสำคัญในการยกระดับมาตรฐานการผลิตและมาตรฐานสินค้าเกษตรไทยของผู้ประกอบการ ในส่วนเกษตรกรจะได้พัฒนาคุณภาพสินค้าผ่านกลไกความร่วมมือภายใต้ความตกลง
อย่างไรก็ตาม นิวซีแลนด์พร้อมให้การสนับสนุนไทยเต็มที่ ในส่วนของไทยได้ประสานความร่วมมือกับนิวซีแลนด์ ถึงการเปิดตลาดผักและผลไม้ไทยในนิวซีแลนด์ ซึ่งไทยสามารถเปิดตลาดสินค้าเกษตร 8 ชนิด ได้แก่ ลิ้นจี่ ลำไย มังคุด มะม่วง ทุเรียนทั้งผลและชนิดแกะพู มะพร้าวอ่อน ขิง และเผือก









