"พาณิชย์" เผย โรงสีกว่า 200 แห่ง แห่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ 3% ซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาเก็บไว้รอขาย
"พาณิชย์" เผย โรงสีกว่า 200 แห่ง แห่เข้าร่วมโครงการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ 3% ซื้อข้าวเปลือกจากชาวนาราคานำตลาด มาเก็บไว้รอขายราคาดี คาดจะเริ่มซื้อข้าวได้เร็วๆ นี้ เชื่อดันราคาข้าวในตลาดขึ้นได้แน่
นายบุณยฤทธิ์ กัลยาณมิตร อธิบดีกรมการค้าภายใน เปิดเผยถึงความคืบหน้าโครงการชดเชยดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตรา 3% ให้โรงสีเพื่อนำเงินไปซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรในราคานำตลาดตันละ 100-200 บาทมาเก็บไว้ในสต็อกก่อนนำออกขายในช่วงข้าวราคาดี
ซึ่งเป็นแผนดันราคาข้าวเปลือกของรัฐบาลว่า ขณะนี้ มีโรงสีแจ้งความประสงค์ขอเข้าร่วมโครงการแล้ว กว่า 200 ราย คิดเป็นข้าวเปลือกที่จะเก็บไว้ในสต็อกประมาณ 6 ล้านตัน จากเป้าหมายเพียง 2 ล้านตัน คิดเป็นเงินชดเชยดอกเบี้ยประมาณ 900 ล้านบาท
อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการระดับจังหวัด ที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการนโยบายและบริหารจัดการข้าว (นบข.) อยู่ระหว่างการตรวจสอบประวัติ และข้อมูลด้านการเงินของโรงสีเหล่านั้นว่ามีประวัติดี ไม่เคยมีปัญหาทุจริต มีธุรกรรมทางการเงินกับธนาคารพาณิชย์ใด มีฐานะการเงินที่สามารถซื้อข้าวเปลือกมาเก็บไว้ในปริมาณเท่าไร เป็นต้น เพื่อให้เกิดความโปร่งใสในการดำเนินงาน
”เมื่อตรวจสอบข้อมูลทั้งหมดแล้วก็ให้ประสานมายังกรมฯ เพื่อพิจารณาอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการได้ คาดว่า น่าจะอนุมัติโรงสีเข้าร่วมโครงการ และโรงสีเริ่มซื้อข้าวเปลือกจากเกษตรกรได้ในเร็วๆ นี้ ซึ่งขั้นตอนการชดเชยดอกเบี้ยไม่มีอะไรยุ่งยาก เพียงแค่โรงสีเอาหลักฐานการซื้อข้าวเปลือกมาแสดงกับรัฐ และกับธนาคารพาณิชย์ เพื่อขอชดเชยดอกเบี้ยได้แล้ว” นายบุณยฤทธิ์ กล่าว
ทั้งนี้ คาดว่าการดำเนินการดังกล่าว น่าจะทำให้ราคาข้าวเปลือกในประเทศปรับตัวสูงขึ้นได้ เพราะโรงสีต้องแย่งกันซื้อเพื่อมาเก็บไว้ก่อน เป็นการดึงผลผลิตออกจากตลาดมากถึง 6 ล้านตัน ประกอบกับ ขณะนี้หมดฤดูฝนแล้ว เกษตรกรสามารถตากข้าวให้แห้งก่อนนำมาขายให้กับโรงสีได้ นอกจากนี้ รัฐยังมีโครงการช่วยเหลือเกษตรกรเพื่อชะลอการขายข้าวเปลือกหลายโครงการ เช่น การจำนำข้าวเปลือกที่ยุ้งฉางของเกษตรกรภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
ส่วนเกษตรกรภาคกลาง ที่ไม่มียุ้งฉางของตนเองก็สามารถนำข้าวเปลือกมาขายให้กับกลุ่มสหกรณ์การเกษตรในพื้นที่ในราคานำตลาดได้ โดยรัฐมีโครงการเพิ่มมูลค่าสินค้าข้าว วงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท ซึ่งกลุ่มสหกรณ์การเกษตรเหล่านี้สามารถเข้าร่วมโครงการ เพื่อนำเงินไปซื้อข้าวจากเกษตรกรและนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่มีมูลค่าเพิ่มได้
สำหรับราคาข้าวเปลือกล่าสุดเมื่อวันที่ 18 พ.ย.2557 โดยกรมการค้าภายใน ความชื้น 15%ข้าวเปลือกหอมมะลิ ตันละ 11,650-12,550 บาท ข้าวเปลือกเจ้า ตันละ 7,900-8,100 บาท ข้าวเปลือกเหนียว ตันละ 9,000-10,500 บาท ซึ่งยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายของกระทรวงพาณิชย์ ที่ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 15,000-16,000 บาท ข้าวเปลือกเจ้าไม่ต่ำกว่าตันละ 8,500 บาท
สถานการณ์ราคาข้าวเปลือกยังห่างจากเป้าหมายที่รัฐบาลต้องการอยู่มาก โดยต้องการให้ข้าวหอมมะลิ ซึ่งเพาะปลูกมากในภาคอีสานราคาอยู่ที่ 1.5 หมื่นบาท โดยก่อนหน้านี้รัฐบาลได้ออกมาตรการปล่อยสินเชื่อผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตรหรือธ.ก.ส.จำนำข้าวไว้ที่ยุ้งฉาง เพื่อลดปริมาณข้าวที่จะออกสู่ตลาดพร้อมกัน ซึ่งจะทำให้ราคาตกต่ำลง






