วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

'สตง.'ลุยสอบทุจริตจ่ายชาวนาไร่ละพันบาท

"สตง." จับมือ3องค์กรปูพรมสอบจ่ายเงินชาวนาไร่ละพันบาท หลังพบมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกินจริง

"สตง." จับมือ3องค์กรปูพรมสอบจ่ายเงินชาวนาไร่ละพันบาท หลังพบมีการขึ้นทะเบียนเกษตรกรเกินจริง มีการแจ้งพื้นที่เท็จ ซอยที่ดินให้เครือญาติรับสิทธิ เป็นจุดเสี่ยงให้เกิดทุจริต คาดรู้ผลใน 1 เดือน ก่อนส่งข้อมูลนายกฯ-ภาคีเครือข่ายองค์กรต่อต้าน ข้องใจจัดซื้อหัวรถจักรของรฟท.

นายพิศิษฐ์ ลีลาวชิโรภาส ผู้ว่าการตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบการจ่ายเงินช่วยเหลือชาวนาไร่ละ 1,000 บาท ไม่เกิน 15 ไร่ รวมวงเงิน 4 หมื่นล้านบาท ในระยะ 3 เดือน (ต.ค.-ธ.ค.) พบว่า ใช้ฐานข้อมูลการขึ้นทะเบียนเกษตรกรชุดเดียวกับที่ใช้ในโครงการประกันรายได้เกษตรกร ส่วนหนึ่งไม่ถูกต้อง ข้อมูลไม่เป็นปัจจุบัน เช่น เกษตรกรแจ้งพื้นที่เพาะปลูกเกินความจริง ไม่มีพื้นที่เพาะปลูกจริง มีการแบ่งที่ดินให้ญาติหรือพี่น้องถือครองเพื่อให้อยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด

"สตง.เห็นว่าฐานข้อมูลที่ใช้เป็นจุดเสี่ยงให้เกิดการทุจริต ในขั้นตอนการขึ้นทะเบียนเกษตรกร และการรับรองพื้นที่ จึงได้ทำหนังสือถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีเพื่อพิจารณาสั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนดแนวทางหลักเกณฑ์และวิธีดำเนินการที่สามารถตรวจสอบได้อย่างรอบคอบ เพื่อป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้น" นายพิศิษฐ์ กล่าว

โดยตั้งแต่สัปดาห์นี้ สตง. และสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในภาครัฐ (ป.ป.ท.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) และกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จะลงพื้นที่ตรวจสอบ

ในส่วนของดีเอสไอ รับผิดชอบตรวจสอบพื้นที่ภาคอีสาน ปปท.รับผิดชอบตรวจสอบภาคเหนือและภาคใต้ ส่วนสตง.รับผิดชอบการตรวจสอบในพื้นที่ภาคกลาง ตะวันออกและภาคใต้ตอนบนรวม 26 จังหวัด ซึ่งจะตรวจสอบว่า มีการทุจริตเกิดขึ้นหรือไม่ ทั้งในส่วนของชาวนา และเจ้าหน้าที่ เช่น มีการซอยพื้นที่นาให้ไม่เกิน 15 ไร่ หรือ มีการเรียกรับเงินจากการเซ็นเอกสารของเจ้าหน้าที่รัฐจุดละ 50 บาท ตามที่มีการร้องเรียนหรือไม่ คาดใช้เวลา 1 เดือน จากนั้นจะรายงานภาคีเครือข่ายองค์กรต่อต้าน การทุจริตแห่งชาติ และนายกรัฐมนตรี เพื่อดำเนินการต่อไป

นายพิศิษฐ์ กล่าวว่าการตรวจสอบครั้งนี้ จะนำระบบจีพีเอสเข้ามาช่วยว่าเป็นพื้นที่ปลูกข้าวจริงหรือไม่ เจ้าของเป็นใคร มีการคัดกรองพื้นที่ตรวจสอบ แยกเป็นพื้นที่ที่มีความสุ่มเสี่ยง โดยใช้ฐานข้อมูลเดิมจากการเข้าไปตรวจสอบโครงการจ่ายเงินประกันราคาข้าวของรัฐบาลที่ผ่านมา เพราะลักษณะการดำเนินการใกล้เคียงกัน

นายพิศิษฐ์ กล่าวอีกว่า สตง.ได้เดินหน้าตรวจสอบอีกหลายโครงการ เช่น การจัดซื้อหัวรถจักรของการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้ ส่งหนังสือถึง พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมแล้ว เพื่อขอให้ตรวจสอบการประกวดราคาที่ดำเนินการช่วงที่ผ่านมา สตง.ตั้งข้อสังเกตว่าบริษัทที่ได้ทั้งชื่อและประวัติบริษัทไม่เกี่ยวข้องกับธุรกิจด้านเครื่องกล หรือจัดหาหัวรถจักรแต่อย่างใด รวมทั้งฐานะการเงินก็มีปัญหา จึงขอให้มีการตรวจสอบเพื่อป้องกันปัญหาไม่ให้มีการลงนามในสัญญาที่อาจจะนำมาซึ่งความเสียหายแก่ภาครัฐได้

นอกจากนี้ ยังได้ส่งหนังสือไปถึง พล.อ.อ.ประจิน ขอให้ทบทวนการดำเนินโครงการก่อสร้างทางคู่ในเส้นทางรถไฟสายชายฝั่งทะเลตะวันออก ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-แก่งคอย สัญญาที่ 1 งานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ ช่วงฉะเชิงเทรา-คลองสิบเก้า-วิหารแดง และช่วงบุใหญ่-แก่งคอย พร้อมทางคู่เลี่ยงเมือง 3 แห่ง วงเงิน 402 ล้านบาท เนื่องจากราคากลางสูงเกินไป