"ปีติพงศ์"เผยพบชาวนาดื้อ เดินหน้าทำนาปรังกว่า 9.8 แสนไร่ เตือนพื้นที่ 5.6 แสนไร่เสี่ยงเกิดความเสียหาย
"ปีติพงศ์"เผยพบชาวนาดื้อ เดินหน้าทำนาปรังกว่า 9.8 แสนไร่ เตือนพื้นที่ 5.6 แสนไร่เสี่ยงเกิดความเสียหาย พร้อมเตรียมแผนป้องกันผลกระทบภัยแล้งด้านการเกษตร
หลังจากที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ประกาศห้ามทำนาปรังในเขตลุ่มเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลองไปก่อนหน้านี้ ล่าสุดนายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวว่าจากผลสำรวจพบว่าขณะนี้ยังมีการทำนาปรังอยู่รวมพื้นที่ 988,945 ไร่ ลดลงจากช่วงเดียวกันของปีก่อน ที่มีการทำนาปรัง 9 ล้านไร่ แต่คาดว่าเกษตรกรจะทำนาปรังมากขึ้น เนื่องจากยังมีน้ำไหลผ่านคลอง ซึ่งกรมชลประทานได้ปล่อยน้ำออกจากเขื่อนเพื่อวัตถุประสงค์อื่น เช่น การอุปโภคบริโภค ไล่น้ำเค็ม เป็นหลัก
อย่างไรก็ตาม ในพื้นที่ที่ยังปลูกข้าวกว่า 9 แสนไร่ พบว่าประมาณ 5.6 แสนไร่ อยู่ในพื้นที่เสี่ยงที่จะเกิดความเสียหาย เนื่องจากปลูกหลังเดือนต.ค.ที่ผ่านมา เบื้องต้นกระทรวงเกษตรฯได้ส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปให้ความรู้และสนับสนุนให้ปลูกพืชที่ใช้น้ำน้อย แต่ยังไม่มีมาตรการช่วยเหลืออื่นๆ
นายปีติพงศ์ กล่าวว่าได้ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งป้องกันและแก้ปัญหาภัยแล้งปี 2557/2558 ที่กำหนดให้งดส่งน้ำเพื่อการเพาะปลูกข้าวนาปรังในพื้นที่ลุ่มน้ำเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง โดยให้ออกประกาศแจ้งพื้นที่ที่ให้งดการส่งน้ำ งดทำนาปรังในพื้นที่จังหวัดต่างๆรวม 26 จังหวัด และให้ดำเนินงานตามโครงการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบจากภัยแล้ง โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เป็นเกษตรกรที่เคยเพาะปลูกพืชฤดูแล้ง 398,347 ราย พื้นที่ 11.97 ล้านไร่ เป็นเขตลุ่มน้ำเจ้าพระยา 345,161ราย พื้นที่ 10.70 ล้านไร่ และเขตลุ่มน้ำแม่กลอง 53,186 ราย พื้นที่ 1.27 ล้านไร่
ชาวนาแห่รับจ้างซ่อมคูคลอง
ทั้งนี้มาตรการหลักในการช่วยเหลือเกษตรกร กรมชลประทานได้จ้างแรงงานเพื่อซ่อมคูคลองในฤดูแล้ง จากเป้าหมายเกษตรกรกว่า 250,000 ราย พบตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.ที่ผ่านมา โครงการชลประทานต่างๆ ในลุ่มเจ้าพระยาได้ มีเกษตรกรมาสมัครเข้าทำงานแล้ว 17,921 คน จากแผนการจ้างงาน 35,354 คน เริ่มจ้างงานแล้ว 2,260 คน แต่ในส่วนของลุ่มน้ำแม่กลอง ขณะนี้ยังอยู่ในช่วงการส่งน้ำของฤดูนาปี จะเริ่มฤดูแล้งวันที่ 1 ม.ค.2558
ขณะที่มาตรการเสริมที่หน่วยงานต่างๆ อยู่ระหว่างดำเนินการ เช่น การอบรมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมอาชีพด้านประมงเกษตรกร 3,574 ราย การอบรมและสนับสนุนปัจจัยการผลิตเพื่อส่งเสริมอาชีพด้านปศุสัตว์ 13,389 ราย การสนับสนุนเมล็ดพันธุ์พืชตระกูลถั่วแก่เกษตรกรในพื้นที่ 2 ลุ่มน้ำพื้นที่ 150,000 ไร่ การฝึกอาชีพด้านการเกษตรและด้านอื่นๆ รวมทั้งให้จังหวัดกำแพงเพชร อุตรดิตถ์ พิษณุโลก รณรงค์งดเลี้ยงปลาในกระชังเขตลุ่มน้ำปิง และน่าน
พัฒนาแหล่งน้ำใน-นอกเขตชลประทาน
อย่างไรก็ตาม กระทรวงเกษตรฯ ได้เตรียมแผนพัฒนาแหล่งน้ำขนาดเล็ก อาทิ โครงการชลประทานขนาดเล็ก 181 แห่ง โครงการแหล่งน้ำในไร่นานอกเขตชลประทาน 50,000 บ่อ โครงการพัฒนาแหล่งน้ำชุมชน 8 แห่ง การก่อสร้างแหล่งน้ำในเขต ส.ป.ก. 82 แห่ง การก่อสร้างคันคูน้ำ 47 รายการ การขุดลอกและกำจัดวัชพืช การจัดทำแก้มลิงเพื่อกักเก็บน้ำไว้ใช้ การปฏิบัติการฝนหลวง รวมถึงการพัฒนาระบบข้อมูลสารสนเทศเพื่อการพยากรณ์และแจ้งเตือนภัย ให้คำแนะนำทางวิชาการ รวมถึงการสำรองเมล็ดพันธุ์พืช 171 ตัน เป็น พร้อมสั่งการให้ทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรฯ ติดตามสถานการณ์ผลกระทบภัยแล้ง กับภาคเกษตรอย่างใกล้ชิด รวมถึงสำรวจความเสียหาย เพื่อเร่งให้ความช่วยเหลือ
วางแผนรับมือภัยแล้ง
สำหรับแผนการจัดสรรน้ำฤดูแล้ง ปี 2557 / 2558 กรมชลประทาน ได้วางแผนการใช้น้ำจากโครงการชลประทานขนาดใหญ่และขนาดกลางทั่วประเทศในช่วงฤดูแล้ง ปี 2557/2558 (วันที่ 1 พ.ย.57 - 30 เม.ย. 58) ณ วันที่ 1 พ.ย. 2557 ปริมาตรน้ำต้นทุนสามารถใช้การได้ 24,526 ล้าน ลูกบาศก์เมตร(ลบ.ม.) โดยวางแผนจัดสรรน้ำทั้งประเทศ 13,784 ล้าน ลบ.ม. ตามลำดับความสำคัญ คือ เพื่อการอุปโภค-บริโภค 1,981 ล้าน ลบ.ม. รักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 5,531 ล้าน ลบ.ม. ด้านเกษตรกรรม 5,992 ล้าน ลบ.ม. และอุตสาหกรรม 280 ล้าน ลบ.ม. โดยจัดสรรน้ำในลุ่มเจ้าพระยา 2,900 ล้าน ลบ.ม. ใช้เพื่อการอุปโภค - บริโภค 1,100 ล้าน ลบ.ม. เพื่อการรักษาระบบนิเวศน์และอื่นๆ 1,385 ล้าน ลบ.ม. และเพื่อการเกษตร 400 ล้าน ลบ.ม.









