วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตือนชาวสุราษฎร์ฯขนของไว้ที่สูงคาดมีฝนตกหนัก

ปภ.สุราษฎร์ธานี เตือนชาวบ้านขนของไว้ที่สูง คาดจะมีฝนตกหนักในพื้นที่ ชาวบ้านพื้นที่ลุ่มเดือดร้อนกรีดยางไม่ได้

วันนี้ (16 พ.ย. 57 )สถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.สุราษฎร์ธานี หลายพื้นที่ยังน่าเป็นห่วง โดยเฉพาะพื้นที่ราบลุ่ม อ.พระแสง โดยน้ำจากคลองอิปัน ซึ่งเป็นต้นน้ำของแม่น้ำตาปีในบางจุดยังเอ่อล้นตลิ่งทำให้ท่วมบริเวณที่ราบลุ่มเป็นบริเวณกว้าง

นอกจากนั้น ยังมี มวลน้ำจำนวนมาก ไหลหลากจากพื้นที่คลองฉวาง อ.ฉวาง และ อ.ทุ่งใหญ่ จ.นครศรีธรรมราช และมวลน้ำจาก อ.เขาพนม อ.ปลายพระยา จ.กระบี่ ที่ไหลหลากมาตามแม่น้ำตาปี ถึง อ.พระแสง ก่อนจะไหลลงสู่พื้นที่ราบลุ่มที่อยู่ในแนวเดียวกันก่อนลงทะเล ทำให้ปริมาณน้ำแม่น้ำตาปี ช่วงอำเภอพระแสง บางจุดยังมีน้ำเอ่อล้นตลิ่ง

โดยพื้นที่ ม.8 บ้านบางหยด ต.อิปัน ยัง ได้รับผลกระทบจากน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่ทำการเกษตร และบ้านเรือนราษฎร ได้รับความเดือดร้อนอย่างหนัก ไม่สามารถประกอบอาชีพได้เป็นเวลากว่าแรมเดือนแล้วแม้ว่าช่วงนี้สภาพอากาศโดยภาพรวมปริมาณฝนจะลดน้อยลงแล้วก็ตาม

สำหรับพื้นที่บ้านบางหยดแห่งนี้จัดเป็นพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก มายาวนานติดต่อกันหลายปีแล้วโดยทุกครั้งเมื่อเข้าสู่ฤดูฝนและน้ำหลาก ชาวบ้านบางส่วนช่วยเหลือตัวเองได้ในเรื่องของการยังชีพเบื้องต้น โดยส่วนใหญ่สร้างบ้านยกพื้นสูง และมีเรือเป็นพาหนะในช่วงน้ำท่วม มีเพียงประมาณ 60 ครัวเรือนที่อาศัยอยู่ตามบ้านญาติ

และเป็นปัญหาหนักสุดคือเรื่องของการประกอบอาชีพ เมื่อถูกน้ำท่วมหนักไม่สามารถประกอบอาชีพได้ ทำให้ไม่มีรายได้ โดยทางภาครัฐช่วยเหลือเฉพาะหน้าในเรื่องของการยังชีพ คือการมอบของยังชีพและยารักษาโรค ส่วนระยะยาวทางจังหวัดกำลังเตรียมแผนช่วยเหลือ

ด้าน นายฉัตรป้อง ฉัตรภูติ ผวจ.สุราษฎร์ธานี เปิดเผย “ผู้สื่อข่าว” ว่า ได้เสนอแนวทางช่วยเหลือพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก แก้ไขระยะยาวงบประมาณกว่า 400 ล้านบาท ในการขุดคลองลัดให้น้ำไหลเร็วขึ้นและลอกคลองอิปัน. ให้น้ำระบายได้ดีขึ้น ซึ่งคาดว่าจะได้รับการจัดสรรงบประมาณเพื่อใช้ในการแก้ไขในเร็วๆนี้ เพื่อ ให้ประชาชนในพื้นที่ราบลุ่ม ได้ประกอบอาชีพได้อย่างปกติสุข

สำหรับสภาพอากาศขณะนี้ในพื้นที่ไม่มีฝน สภาพอากาศปลอดโปร่งตั้งแต่ช่วงเช้า โดยน้ำที่ไหลมาท่วมเป็นน้ำจาก จ.กระบี่และนครศรีธรรมราช ที่ไหลมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งคาดการณ์ว่าอาจยังมีน้ำไหลมาสมทบท่วมขึ้นอีกประมาณ 2-3 วัน ประชาชนที่อยู่ริมฝั่งตาปี ตอนล่างได้แก่ อ.เคียนซา ,บ้านนาสาร , อ.บ้านนาเดิม อ.พุนพิน ควรติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด เตรียมขนย้ายทรัพย์สินไว้ในที่สูงได้ทัน

นายธนกร ตระบันพฤกษ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.สุราษฎร์ธานี (ปภ.) กล่าวว่า ลักษณะมวลน้ำดังกล่าวจะส่งผลทำให้ พื้นที่ราบลุ่มริมฝั่งแม่น้ำลำคลองทุกสายโดยเฉพาะ คลองอิปัน คลองสาขาของแม่น้ำตาปี ช่วงอำเภอพระแสง จะได้รับผลกระทบจากมวลน้ำที่ไหลทะลักมาเป็นจำนวนมาก จึงได้ย้ำเตือน ประชาชนที่อาศัยอยู่ในบริเวณที่ราบลุ่มริมแม่น้ำโดยเฉพาะพื้นที่เสี่ยงที่ประสบเหตุน้ำท่วมบ่อยครั้ง ควรยกทรัพย์สินมีค่าขึ้นที่สูง เพราะ คาดว่าปริมาณน้ำจะเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

ด้านนายโชตินรินทร์ เกิดสม ผู้อำนวยการศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 11 สุราษฎร์ธานี (ปภ.เขต 11 ) กล่าวว่า ในส่วนพื้นที่รับผิดชอบ 4 จังหวัดภาคใต้ฝั่งอ่าวไทย คือ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช และพัทลุง สถานการณ์โดยรวมคลี่คลายลงมากแล้ว โดยที่ชุมพร ยังเฝ้าระวังใน อ.หลังสวน ส่วนที่ นครศรีธรรมราช ปริมาณฝนลดลงที่ผ่านมามีชาวบ้านได้รับกระทบจากน้ำท่วมกว่า 5 หมื่นคน ในพื้นที่ 9 อำเภอ สำหรับพัทลุงฝนลดลงเช่นเดียวกัน แต่บริเวณที่ลุ่มยังมีน้ำท่วมขังอยู่บ้างและยังเฝ้าระวังอีกระยะหนึ่ง

สำหรับที่สุราษฎร์ธานี ได้รับอิทธิพลจากปริมาณน้ำจากฝนตกที่ อ.ฉวาง ผ่าน อ.ทุ่งใหญ่ เข้า อ.พระแสง จากนั้นน้ำจะไหลผ่าน อ.เคียนซา อ.พุนพิน ออกทะเลที่ปากอ่าวบ้านดอน ซึ่ง พื้นที่ริมตลิ่งต้องเฝ้าติดตามสถานการณ์ใกล้ชิด โดยจะเป็นในลักษณะน้ำเอ่อล้นตลิ่ง ซึ่งที่ลุ่มอาจจะกระทบในระดับหนึ่งโดยเฉพาะพื้นที่น้ำท่วมซ้ำซาก อย่างไรก็ตามสถานการณ์โดยภาพรวมไม่น่ามีความรุนแรงมากนัก แต่ไม่ประมาท

ส่วนพื้นที่ชายทะเลยังต้องเฝ้าระวังคลื่นลมแรงจัดในบางช่วง ย้ำเตือนให้ติดตามข่าวพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เรือเล็ก ควรงดออกจากฝั่งในช่วงนี้ก่อน