ตร.พบวงจรปิดจับภาพแก๊งอุ้มเศรษฐีจีน มี 3-4 คน พุ่งเป้าแก๊งข้ามชาติ ปมขัดแย้งยังไม่สามารถระบุได้
จากกรณีนายเฉิน จี้ นักธุรกิจสองสัญชาติกัมพูชา-จีน ถูกกลุ่มชายฉกรรจ์อ้างตัวเป็นตำรวจอุ้มหายไปที่อาคารใบหยกทาวเวอร์ 2 ถนนพญาไท แขวงทุ่งพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ ตั้งแต่เมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 11 พ.ย. ที่ผ่านมา จนเพื่อนได้เข้าแจ้งความที่ สน.พญาไท เมื่อวันที่ 12 พ.ย.ที่ผ่านมา เหตุเกิดในพื้นที่ สน.พญาไท นั้น
ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 14 พฤศจิกายน ที่ สน.พญาไท พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ วรรณภักตร์ ผบก.น.1 พร้อมด้วย พ.ต.อ.ปิยะวัฒน์ บุญยืนอนนต์ รอง ผบก.น.1 รรท.ผกก.สน.พญาไท พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.บช.น. พ.ต.ต.ประภาส แก้วฉีด สว.สส.และชุดสืบสวนร่วมประชุมคดีดังกล่าว โดยในที่ประชุมได้มีการนำสำนวนการสอบสวน หลักฐานที่ได้มาจากภาพกล้องวงจรปิด ตรวจสอบเพื่อหาแนวทางการติดตามตัวนายเฉิน จี้ โดยใช้เวลาในการเข้าประชุมนานกว่า 3 ชั่วโมง ซึ่งมีกลุ่มเพื่อนนักธุรกิจชาวจีนเดินทางมาติดตามความคืบหน้าของคดีด้วย
พล.ต.ต.พงษ์พันธุ์ เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งความดังกล่าวแล้ว เมื่อช่วงกลางดึกคืนที่ผ่านมาได้ประสาน พล.ต.ต.สมบัติ มิลินทจินดา ผบก.สส.บช.น. พร้อมชุดสืบสวนประชุมสืบสวนคดี โดยจากแนวทางการสืบสวนทราบว่านายเฉิน ประกอบธุรกิจเกี่ยวกับอสังหาริมทรัพย์อยู่ในประเทศกัมพูชา และพักอาศัยในกัมพูชา ซึ่งนายเฉิน มักจะเดินทางเข้ามาในประเทศไทยบ่อยครั้ง
โดยปีนี้เดินทางมาแล้ว 4-5 ครั้ง และจะพักอยู่ในประเทศไทยครั้งละประมาณ 10 วัน ซึ่งล่าสุดได้เดินทางเข้ามาในประเทศเมื่อช่วงค่ำของวันที่ 10 พ.ย. โดยใช้หนังสือเดินทางของประเทศกัมพูชา ในวีซ่านักท่องเที่ยว อย่างไรก็ตาม จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าเกิดเหตุการณ์ลักษณะดังกล่าวขึ้นจริง ส่วนเรื่องของปมขัดแย้งนั้น ยังไม่สามารถระบุได้ ส่วนในรายละเอียดเชิงลึกยังไม่สามารถให้ข้อมูลได้ เนื่องจากเรื่องดังกล่าวเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน
ด้าน พล.ต.ต.สมบัติ กล่าวว่า คดียังไม่คืบหน้าเท่าที่ควร แต่จากการไล่ตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดบริเวณโดยรอบอาคารใบหยก เบื้องต้นพบภาพชายฉกรรจ์กลุ่มหนึ่งประมาณ 3-4 คน ที่เป็นคนพาตัวนายเฉิน ขึ้นรถยนต์ยี่ห้อโตโยต้า ฟอร์จูนเนอร์ ขณะนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบหารถยนต์คันดังกล่าว รวมทั้งยังนำภาพบุคคลต้องสงสัยทั้งหมดไปเปรียบเทียบกับทะเบียนประวัติอาชญากร โดยเน้นไปที่กลุ่มอาชญากรข้ามชาติที่มักจะมีเป้าหมายลงมือกับนักธุรกิจชาวต่างชาติ









