วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

เตรียมถอนวีซ่าต่างชาติจดทะเบียนสมรสปลอม

ผบ.ตม.4 เผยผลตรวจสอบได้รายชื่อชาวต่างชาติแล้ว193ราย เตรียมยื่นถอดถอนวีซ่า เตือนจนท.รัฐเข้าเกี่ยวข้องเจอม.157

ผู้สื่อข่าวประจำจังหวัดนครราชสีมา รายงานความคืบหน้า กรณีมีนายทะเบียนลักลอบนำรายชื่อของสาวไทยจำนวน 611 คน ไปจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติโดยมิชอบตามกฎหมาย ภายหลังจากที่มีหญิงไทยวัย 40 ปี ชาวจังหวัดขอนแก่น ได้ยื่นจดทะเบียนพบว่าชื่อตัวเองได้มีการจดทะเบียนสมรสกับชาวมาเลเซียไปแล้วเมื่อปี 2554 ที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู โดยที่เจ้าตัวไม่ทราบเรื่อง จนเมื่อช่วงต้นเดือนตุลาคมที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ตำรวจจับได้ว่ามีนายทะเบียนใน อ.โนนสัง เป็นผู้ลักลอบจดทะเบียนอย่างผิดกฎหมาย และได้ดำเนินคดีกับนายทะเบียนดังกล่าวไปแล้ว

ล่าสุด กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ต.หนองบัวศาลา อ.เมือง จ.นครราชสีมา พล.ต.ต.ชาติชาย เอี่ยมแสง ผู้บังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 เปิดเผยว่า จากการส่งเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ไปทำการตรวจสอบข้อมูลที่ อ.โนนสัง จ.หนองบัวลำภู ก็ปรากฏว่าได้รายชื่อชาวต่างชาติที่ทำการจดทะเบียนมาทั้ง 611 ราย แต่เนื่องจากว่ารายชื่อทั้งหมดเป็นภาษาไทย ไม่ได้เขียนเป็นภาษาอังกฤษ จึงทำให้แนวทางการตรวจสอบเป็นไปด้วยความยากลำบาก เพราะไม่สามารถตรวจสอบตามบัญชีรายชื่อชาวต่างชาติในระบบได้ ตนจึงได้ประสานขอเอกสาร และหลักฐานข้อมูลอื่นๆ เพื่อประกอบการตรวจสอบ

โดยเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา (13 พ.ย. 57) ทางสารวัตรตรวจคนเข้าเมือง จ.อุดรธานี ก็ได้รายงานผลการตรวจสอบว่า ขณะนี้สามารถยืนยันตัวบุคคลตามเอกสารพาสปอตได้แล้วจำนวน 193 ราย ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวต่างชาติในประเทศเป้าหมายที่ไทยไม่อนุญาตให้วีซ่าง่ายๆ โดยมีชาวอินเดียมากที่สุด นอกจากนั้นก็จะเป็น ไนจีเรีย, เนปาล, คาแมรูน และอิหร่าน ซึ่งคนจากชาติเหล่านี้ส่วนใหญ่จะมาประกอบอาชีพค้าขายเล็กๆ น้อยๆ รวมทั้งตั้งแก๊งค์มิจฉาชีพ และค้ายาเสพติดด้วย ทั้งนี้สำหรับเหตุผลที่ชาวต่างชาติเหล่านี้ มาขอจดทะเบียนสมรสกับสาวไทย เนื่องจากต้องการขอวีซ่าอยู่ดูแลภรรยาชาวไทย ซึ่งจะมีอายุวีซ่า 1 ปี และสามารถต่ออายุวีซ่าได้ทุกปี จึงอาจจะส่งผลให้เกิดอาชญากรรมต่างๆ สร้างความเสียหายให้กับประเทศไทยเป็นอย่างมากในอนาคต ดังนั้นตนก็จะรายงานข้อมูลเหล่านี้ไปให้ผู้บัญชาการตรวจคนเข้าเมือง เพื่ออนุมัติให้มีการยกเลิกการต่อวีซ่าบุคคลเหล่านี้ในปีถัดไป

สำหรับชาวต่างชาติที่นิยมทำการจดทะเบียนปลอมลักษณะนี้ ส่วนมากจะเป็นกลุ่มประเทศเป้าหมายที่ไทยจะต้องตรวจอย่างเข้มข้น และให้วีซ่ายาก ดังนั้นจึงทำให้เกิดการกระทำผิดดังกล่าว ซึ่งเรื่องนี้จะเกิดขึ้นไม่ได้หากไม่ได้รับความร่วมมือจากเจ้าหน้าที่ของรัฐ ดังนั้นจึงขอฝากถึงเจ้าหน้าที่ของรัฐทุกหน่วยงานว่า ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว เพราะหากตรวจสอบพบจะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญามาตรตรา 157 อีกทั้งในปีหน้าทางตำรวจตรวจคนเข้าเมือง จะมีการแสกนลายนิ้วมือ และแสกนใบหน้าด้วย ซึ่งจะสามารถตรวจสอบได้ง่ายขึ้น หรือหากประชาชนได้พบเบาะแส ก็สามารถแจ้งมาได้ที่เบอร์โทรศัพท์ 1178 ฟรีตลอด 24 ชั่วโมง ซึ่งจะเป็นสายตรงมาที่กองบังคับการตรวจคนเข้าเมือง 4 ทันที เพื่อที่จะได้ช่วยกันตรวจสอบ และป้องปรามเหตุไม่เกิดขึ้นซ้ำอีกในอนาคต พล.ต.ต.ชาติชายฯ กล่าว