ผู้เสียหายคดีข่มขืนประท้วงค้านประกันตัวผู้ต้องหา นั่งประท้วงหน้าโรงพัก เพื่อคัดค้าน หวั่นจะเกิดความไม่ปลอดภัย
เมื่อช่วงเย็นที่ผ่านมา (11 พย.) ที่ สภ.นาโยง จ.ตรัง ได้มีนางเอ.(นามสมมุติ) อายุ 43 ปี ชาว อ.นาโยง ซึ่งเป็นผู้เสียหายในคดีที่ถูกผู้ต้องหาจำนวน 2 คน ประกอบด้วย นายธเนศ วงศ์มีแสง อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ในจ.สุราษฎร์ธานี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี กับนางสาวกมลวรรณ สุนทรสุข อายุ 28 ปี อาชีพเป็นครูอัตราจ้างสอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร และเป็นแฟนของนายธเนศ อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 11 ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี “ ร่วมหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย,ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” เหตุการณ์เกิดเมื่อวันที่ 16 สิงหาคม 2557 โดยที่ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ใช้รถยนต์เดินทางไปล่อลวงผู้เสียหายจากที่ทำงานแห่งหนึ่งในพื้นที่ อ.นาโยง เพื่อขอพูดคุยด้วยในรถยนต์ ก่อนที่จะลักพาตัวผู้เสียหายออกไปและลงมือข่มขืนก่อนที่จะปล่อยตัวกลับมาในช่วงค่ำของวันเดียวกัน
ทั้งนี้ หลังนางเอ (ผู้เสียหาย)และครอบครัวทราบว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน พร้อมทนายความส่วนตัวและหลักทรัพย์สำหรับการประกันตัวคนละ 500,000 บาท ได้เดินทางเข้ามอบตัวกับพนักงานสอบสวน สภ.นาโยง และมีข่าวว่าทางตำรวจเตรียมจะให้มีการประกันตัวผู้ต้องหา จึงได้เดินทางเข้าพบกับพนักงานสอบสวนด้วยตนเอง เพื่อคัดค้านไม่ให้มีการประกันผู้ต้องหา โดยผู้ต้องหาได้นั่งประท้วงคัดค้านอยู่บริเวณหน้าโรงพัก เพื่อยืนยันไม่ให้ตำรวจอนุญาตให้ผู้เสียหายได้รับการประกันตัวอย่างเด็ดขาด โดยให้เหตุผลว่าการกระทำของผู้ต้องหาทั้ง 2 คน หยามเกียรติเและดูหมิ่นศักดิ์ศรีของตนเป็นอย่างมาก ทำให้เกิดบาดแผลในใจอย่างรุนแรง ในฐานะที่ผู้ต้องหาเคยชอบพอกับบุตรสาวของตนเอง สมัยที่ไปเรียนอยุ่ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในจ.สุราษฎร์ธานี แต่เมื่อจะเลิกรากัน ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ซึ่งก็เป็นแฟนกันได้ผูกใจเจ็บจึงลงมือกระทำระบายแค้นกับตนเอง ที่สำคัญหลังเกิดเหตุผู้ต้องหาทั้ง 2 คนยังได้ย้อนกลับมาข่มขู่ตนเองถึงที่ทำงาน จึงกลัวว่าหากผู้ต้องหาทั้ง 2 คนได้รับการประกันตัวไป เกรงจะเกิดความปลอดภัยแก่ตนเอง บุตรสาวและคนในครอบครัว จึงขอคัดค้านการประกันตัวให้ถึงที่สุด
อย่างไรก็ตาม ทางนายสุริยะ เภรีภาส ทนายความของนางเอ (นามสมมุต) ก็ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือคัดค้านการประกันตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 คนเช่นเดียวกัน และท้ายที่สุดในวันนี้ทางตำรวจยังไม่อนุญาตให้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้รับการประกันตัว พร้อมกับได้สอบปากคำผู้เสียหายเพิ่มเติม และจะส่งฟ้องศาลในวันพรุ่งนี้ (12 พย.) โดยทางทนายความผู้เสียหายก็เตรียมยื่นคัดค้านการประกันตัวในชั้นศาลด้วยในวันพรุ่งนี้
ทางด้านทนายความของผู้ต้องหา กล่าวว่า ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยืนยันว่าไม่ได้ลงมือกระทำกับนางเอ ตามที่ถูกกล่าวหาแต่ประการใด โดยมีพยานยืนยันความบริสุทธิ์ของตนเอง และพร้อมสุ้คดีอย่างเต็มที่
สำหรับfดังกล่าว นางเอ (นามสมมุติ) ได้ออกมาร้องเรียนผ่านสื่อมวลชนถึงการทำงานของเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.นาโยง ว่าทำงานล่าช้า ไม่ยอมดำเนินการจับกุมผู้ต้องหาแม้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ได้ย้อนกลับมาข่มขู่ตนเองและครอบครัวถึงที่ทำงานและทางผู้เสียหายได้โทรศัพท์แจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจในวันที่ถูกย้อนกลับมาข่มขู่แล้วก็ตาม โดยนายเอ (นามสมมุติ) ได้ถูกคนร้าย 2 คน ล่อลวงลักพาตัวไปข่มขืน ภายในโรงแรมม่านรูดแห่งหนึ่งใน อ.เมืองตรัง อย่างทารุณ ด้วยการมัดมือมัดเท้า สวมใส่กุญแจมือ ปิดตา ใช้เชือกรัดคอ ใช้ผ้าอุดปาก และใช้ถุงดำคลุมทับใบหน้าแต่คดีไม่คืบ เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 16 สิงหาคมที่ผ่านมา ต่อมาทางเจ้าหน้าที่ได้ออกหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 2 คน
ประกอบด้วย นายนายธเนศ วงศ์มีแสง อายุ 39 ปี ซึ่งเป็นลูกชายเจ้าของธุรกิจรายใหญ่ในจ.สุราษฎร์ธานี อยู่บ้านเลขที่ 53 หมู่ 6 ต.ปากฉลุย อ.ท่าฉาง จ.สุราษฎร์ธานี ตามหมายจับศาลจังหวัดตรัง จ.276/2557 ลงวันที่ 20 สิงหาคม 2557 กับนางสาวกมลวรรณ สุนทรสุข อายุ 28 ปี อาชีพเป็นครูอัตราจ้างสอนอยู่ที่โรงเรียนแห่งหนึ่งใน อ.หลังสวน จ.ชุมพร และเป็นแฟนของนายธเนศ อยู่บ้านเลขที่ 45 หมู่ 11 ต.หาดยาย อ.หลังสวน จ.ชุมพร ตามหมายจับศาลจังหวัดตรังที่ จ.321/2557 ลงวันที่ 30 กันยายน 2557 ตกเป็นผู้ต้องหาในคดี “ ร่วมหน่วงเหนี่ยวกักขังผู้อื่นให้ปราศจากเสรีภาพในร่างกาย,ข่มขืนกระทำชำเราผู้อื่น โดยผู้อื่นนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้” จนในที่สุดกHได้เดินทางมามอบตัวในวันนี้









