ชาวเลหลีเป๊ะ1,300คนเดือดร้อนถูกนายทุนรุกที่ทำกินทำธุรกิจรีสอร์ท หวั่นทำวิถีชาวเล วัฒนธรรมประเพณีเปลี่ยน
นางสมศรี รักนุ้ย วัฒนธรรมจังหวัดสตูล กล่าวว่า ในจังหวัดสตูล มีกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลอาศัยอยู่ในเกาะต่างๆ ประมาณ 1,300 คน ส่วนใหญ่อยู่ที่เกาะหลีเป๊ะ แต่ปัจจุบัน เมื่อนักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติ มาเที่ยวในมากขึ้น ก็ทำให้ชาวเลมีวิถีชีวิตเปลี่ยนไป ทั้งด้านที่อยู่อาศัย การประกอบอาชีพ ตลอดจนวัฒนธรรมประเพณี โดยทางสำนักงานวัฒนธรรมจังหวัดสตูล พยายามบูรณาการร่วมกับจังหวัด และองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น ในการร่วมดูแลวิถีชีวิตชาวเล แต่ก็ไม่สามารถแก้ปัญหาได้ทุกเรื่อง เพราะขณะนี้ ต้องยอมรับว่า มีกลุ่มนายทุนเข้ามาบุกรุกพื้นที่ทำกินของชาวเลจำนวนมาก โดยการบีบให้ขายที่ดิน เพื่อสร้างรีสอร์ท โฮมสเตย์ บ้านพัก ร้านอาหาร และแหล่งบริการด้านต่างๆแก่นักท่องเที่ยว อีกทั้งคนชาวเลเอง กำลังปรับเปลี่ยนเป็นชาวเรา ไม่ได้รับการดูแลดีเท่าที่ควร เปลี่ยนอาชีพประมง มาทำงานรับจ้างแทน ซึ่งเป็นการเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตดั้งเดิมของกลุ่มชาวเลเกือบหมดแล้ว
วัฒนธรรมจังหวัดสตูล กล่าวอีกว่า ขณะนี้ สวจ.สตูล สามารถดูแลได้ในส่วนการอนุรักษ์ประเพณีลอยเรือ การแสดงรองเง็ง และส่งเสริมอาหารชาวเล เท่านั้น โดยมีการจัดอบรมเพื่อสืบสานประเพณี โดยให้บรรพบุรุษสอนและถ่ายทอดให้เด็กในชุมชน เท่านั้น ส่วนเรื่องอื่นๆ ในด้านการบุกรุกที่ดิน หรือ ด้านการท่องเที่ยว ซึ่งต้องใช้กฎหมายต่างๆ มาควบคุม คงจะต้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้ง กระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เข้ามาร่วมดูแลในส่วนนี้ด้วย
ศ.ดร.อภินันท์ โปษยานนท์ ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กล่าวว่า ตนได้มอบหมายให้ศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร (องค์การมหาชน) จัดสัมมนาเปิดเวทีแลกเปลี่ยนความรู้ ปัญหาและอุปสรรค ของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลในจังหวัดต่างๆ ของภาคใต้ เพื่อหาแนวทางแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ต้องยอมรับว่าแม้ว่า การบริหารจัดการวิถีชีวิตชาวเล จะออกมาเป็นมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งให้หน่วยงานต่างๆ มาร่วมดูแลแล้ว แต่การทำงานที่ผ่านมา ต่างคนต่างทำ และไม่มีการหารือร่วมกันอย่างจริงจัง ดังนั้น ในรัฐบาลชุดใหม่นี้ จะขับเคลื่อนการบูรณาการของ วธ. ซึ่งเป็นเจ้าภาพร่วมกับกระทรวงต่างๆ ทั้งกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ กระทรวงการท่องเที่ยวฯ และกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้มาร่วมกันทำงาน ในการดูแลวิถีชีวิตทั้งระบบ โดยมีเป้าหมายว่า ทำอย่างไรให้ชาวเลคืนสู่ทะเล พัฒนาคุณภาพชีวิตให้ดีขึ้น มีพื้นที่ทำกินเป็นของตนเอง ที่ไม่ถูกบีบ ซึ่งตนคิดว่า เรื่องการถูกไล่ที่ดินทำกินของชาวเล เป็นเรื่องสำคัญ หากปล่อยไว้เรื่อยๆ วิถีชีวิตของกลุ่มชาติพันธุ์ชาวเลก็จะสูญสิ้นไปด้วยผลประโยชน์ของกลุ่มนายทุน ดังนั้นเราจะต้องเร่งจัดระเบียบพื้นที่ให้เร็วที่สุด









