"ชาวนา"จี้พาณิชย์ดูแลเสถียรภาพราคาข้าว เตือนเลิกอุ้มผู้ส่งออกกลุ่มเดียว เมินโรงสีกับชาวนา
"ชาวนา"จี้พาณิชย์ดูแลเสถียรภาพราคาข้าว เตือนเลิกอุ้มผู้ส่งออกกลุ่มเดียว เมินโรงสีกับชาวนา ด้าน“พาณิชย์”ดิ้นดันราคาข้าววางแผนดันส่งออกตั้งเป้า 3 ล้านตัน
นายประสิทธิ์ บุญเฉย นายกสมาคมชาวนาไทย เปิดเผยว่า ตนอยากให้รัฐเข้มงวดมาตรการข้าวเพื่อดูแลราคาข้าวเปลือกให้มีเสถียรภาพ โดยขณะนี้ราคาข้าวหอมมะลิอยู่ที่ 1.2-13 หมื่นต่อตันจากเป้าหมาย 1.5 หมื่นต่อตัน
"ถ้าผู้ส่งออกไปกดราคาโรงสีก็ส่งผลกระทบกับชาวนากระทรวงพาณิชย์จะต้องเข้ามาดูแล และทำให้ทุกฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลง ให้ความสำคัญกับผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้าวทุกภาคส่วน ที่ผ่านมาเห็นว่าจะมีแค่ผู้ส่งออกเท่านั้น ที่ได้รับความเอาใจใส่ดูแล แต่โรงสีกับชาวนา รัฐไม่ค่อยให้ความสำคัญ"
รายงานข่าวกระทรวงพาณิชย์ว่า กระทรวงพาณิชย์ได้เตรียมแผนผลักดันราคาข้าวเปลือกภายในให้ปรับตัวสูงขึ้นตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยจะเร่งรัดการส่งออกข้าว เพื่อระบายผลผลิตที่กำลังออกสู่ตลาด มีเป้าหมายผลักดันส่งออกให้ได้ประมาณ 3 ล้านตัน ทั้งข้าวขาว ข้าวหอมมะลิ ข้าวนึ่ง และปลายข้าว เริ่มดำเนินการตั้งแต่เดือนต.ค.นี้เป็นต้นไป เชื่อว่าจะช่วยให้ราคาข้าวเปลือกภายในประเทศปรับตัวสูงขึ้น
เป้าหมายการผลักดันส่งออก 3 ล้านตัน แยกเป็นการส่งออกข้าวหอมมะลิ ข้าวนึ่ง และปลายข้าว ไปยังตลาดแอฟริกา และตะวันออกกลางเป้า 2 ล้านตัน ตลาดจีน จะเน้นข้าวหอมมะลิฤดูกาลใหม่ตั้งเป้า 3 แสนตัน ฮ่องกงและสิงคโปร์ 2 แสนตัน ส่วนที่เหลือจะเน้นตลาดอาเซียน เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซียและฟิลิปปินส์ ตั้งเป้า 7 แสนตัน มีทั้งข้าวหอมมะลิและข้าวขาว
ทั้งนี้ หากสามารถผลักดันส่งออกได้ตามเป้า บวกกับมาตรการดึงราคาข้าวที่กำลังดำเนินการอยู่ ทั้งการชดเชยดอกเบี้ยให้ผู้ประกอบการค้าข้าว 3% ในการเก็บสต๊อกข้าว 6 ล้านตัน การจัดตลาดนัดข้าวเปลือกของกระทรวงพาณิชย์ใน 56 จังหวัด จำนวน 240 ครั้ง และการให้สินเชื่อเพื่อเก็บข้าวไว้ในยุ้งฉาง จะช่วยให้ราคาเป็นไปตามที่กำหนดไว้ โดยข้าวเปลือกเจ้า 5% จะอยู่ที่ตันละ 8,500 บาท ข้าวเปลือกหอมมะลิตันละ 15,000 บาท ข้าวเปลือกเหนียวตันละ 13,000 บาท









