"พล.อ.อนุพงษ์" รมว.มหาดไทย กำชับ "ปภ." ประสานจังหวัด เร่งแก้ปัญหาน้ำท่วม - ช่วยเหลือปชช. 5 จว.ภาคใต้
พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย เปิดเผยว่า ตนได้รับรายงานจากกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ถึงผลกระทบจากหย่อมความกดอากาศต่ำปกคลุมภาคใต้ตอนล่าง โดยมีพื้นที่ประสบภัย 5 จังหวัด ได้แก่ กระบี่ ชุมพร นครศรีธรรมราช พัทลุง และปัตตานี โดยจ.กระบี่ เกิดน้ำป่าไหลหลากจากอ.ลำทับ และอ.คลองท่อมลงสู่คลองสินปุน อ.เขาพนม จนเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมพื้นที่หมู่ที่ 4 หมู่ที่ 5 ต.สินปุน อพยพประชาชนออกจากพื้นที่แล้ว 30 ครัวเรือน ส่วนอีก 100 ครัวเรือนไม่สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้ เนื่องจากถนนทางเข้าหมู่บ้าน 3 สาย ระดับน้ำท่วมสูงกว่า 1 เมตร พื้นที่การเกษตรถูกน้ำท่วมกว่า 100 ไร่ หากมีฝนตกในพื้นที่สถานการณ์น้ำท่วมจะขยายวงกว้าง
ด้านจ.ชุมพร น้ำเซาะคอสะพานขาด และเสาตอม่อสะพานทรุดตัว บริเวณหมู่ที่ 6 บ้านห้วยเคียน ต.หาดยาย อ.หลังสวน ประชาชนได้รับความเดือดร้อน 70 ครัวเรือน 290 คน เบื้องต้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ติดตั้งสะพานแบรี่เพื่อใช้สัญจรชั่วคราวแล้ว
ขณะที่จ.นครศรีธรรมราช เกิดน้ำท่วมขังเนื่องจากระบายน้ำไม่ทัน มีพื้นที่ได้รับผลกระทบ 5 อำเภอ ได้แก่ อ.ฉวาง อ.ช้างกลาง อ.พิปูน อ.ลานสกา และอ.พระพรหม รวม 14 ตำบล 40 หมู่บ้าน 2,408 ครัวเรือน 7,237 คน ถนน 6 สาย พื้นที่การเกษตร 2,000 ไร่
พล.อ.อนุพงษ์ กล่าวอีกว่า ปัจจุบันยังคงมีน้ำท่วมขังเล็กน้อยบนถนนสายหลัก ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำของอ.พระพรหม เชื่อมต่อกับอ.เมืองนครศรีธรรมราช ขณะที่ลำน้ำสายต่างๆ ในพื้นที่มีปริมาณน้ำเต็มพื้นที่และกำลังระบายลงสู่ที่ต่ำ ปัจจุบันไม่มีน้ำจากต้นน้ำไหลลงมาเพิ่มเติม ทำให้น้ำที่ท่วมขังระบายลงสู่ทะเลได้ดี นอกจากนี้ ยังเกิดลมกระโชกแรงในพื้นที่อำเภอขนอม บ้านเรือนเสียหาย 1 หลัง ผู้บาดเจ็บ 1 ราย สำหรับ จ.พัทลุง เกิดน้ำท่วมใน 2 อำเภอ ได้แก่ อำเภอเมืองพัทลุง และอำเภอควนขนุน รวม 3 ตำบล 4 หมู่บ้าน ปัจจุบันสถานการณ์คลี่คลายแล้ว เเละจ.ปัตตานีคลื่นลมแรงทำให้เรือประมงล่มบริเวณนอกชายฝั่งระหว่างจังหวัดปัตตานี - นราธิวาส จำนวน 1 ลำ ส่งผลให้ลูกเรือประมงสูญหาย 4 ราย
"ผมได้สั่งการให้ปภ.ประสานการปฏิบัติการแก้ไขปัญหากับจังหวัดอย่างใกล้ชิด ให้การช่วยเหลือผู้ประสบภัยด้วยความรวดเร็วทั่วถึง ครอบคลุมทุกพื้นที่ โดยให้ความสำคัญกับการดูแลชีวิตความเป็นอยู่และความปลอดภัยของประชาชนเป็นหลัก และเร่งสำรวจความเสียหาวางแผนแก้ไขปัญหาได้สอดคล้องกับสภาพปัญหา มุ่งเน้นการเร่งระบายน้ำ กำจัดสิ่งกีดขวางทางน้ำเปิดทางน้ำให้น้ำระบายลงสู่ทะเลโดยเร็วที่สุด ควบคู่กับการเตรียมพร้อมรับมือป้องกันน้ำท่วมพื้นที่สำคัญ ที่สำคัญ ได้เน้นย้ำให้ทุกจังหวัดภาคใต้จัดเจ้าหน้าที่ติดตามเฝ้าระวังสถานการณ์ อย่างเต็มกำลัง ให้สามารถแก้ไขปัญหาและช่วยเหลือผู้ประสบภัยได้อย่างรวดเร็วและทันท่วงที" รมว.มหาดไทย กล่าว






