"อาคม" รมช.คมนาคม กำชับกรมการขนส่งทางบกเร่งรัดตรวจสภาพรถแท็กซี่ก่อนให้ปรับราคาค่าโดยสาร
นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ตรวจเยี่ยมกรมการขนส่งทางบก เพื่อมอบนโยบายการทำงาน โดยในส่วนของการปรับราคาค่าโดยสารแท็กซี่มิเตอร์ ซึ่งกระทรวงคมนาคมได้วางแนวทางที่จะมีการออกประกาศให้ปรับราคาภายในเดือนธันวาคมนี้ ขณะเดียวกันปัจจุบันหลังจากประกาศให้ผู้ประกอบการแท็กซี่ทราบว่าแท็กซี่ที่จะปรับราคาได้นั้น จะต้องเข้าสู่หลักเกณฑ์ปรับปรุงคุณภาพ โดยตรวจเช็คสภาพเรื่องงานบริการไม่ว่าสภาพตัวรถ เบาะที่นั่ง และแอร์ปรับอากาศภายในห้องโดยสาร โดยระหว่างวันที่ 3-6 พฤศจิกายน พบว่ามีรถแท็กซี่ตรวจสภาพแล้ว 3,591 คัน ผ่านการตรวจสภาพคิดเป็น 2,759 คัน หรือร้อยละ 76.83 ที่เหลือไม่ผ่าน 383 คัน ในส่วนนี้ผู้ขับรถสามารถนำไปปรับปรุงสภาพ เพื่อตรวจสภาพอีกครั้งภายใน 15 วัน
ทั้งนี้ ได้ให้นโยบายขอให้กรมการขนส่งทางบกเร่งรัดการตรวจสภาพ เนื่องจากฐานตัวเลขปัจจุบันมีแท็กซี่จดทะเบียนมากกว่า 100,000 คัน วิ่งให้บริการจริง 80,000-90,000 คัน จึงจำเป็นต้องเร่งรัดการตรวจสภาพรถก่อนเข้าสู่กระบวนการที่ผู้ขับจะได้สติกเกอร์ เพื่อนำรถมาปรับจูนเป็นค่าโดยสารใหม่อีกครั้ง ล่าสุดกรมการขนส่งทางบกยืนยันว่าขั้นตอนการตรวจสภาพครั้งแรกและตรวจสภาพเพื่อปรับจูนมิเตอร์จะมีการขยายการทำงานและพื้นที่ เพื่อให้สามารถตรวจสภาพรถแท็กซี่จำนวนมากขึ้น ขณะเดียวกันหลักเกณฑ์การปรับราคาค่าโดยสารจะเป็นไปตามที่กระทรวงคมนาคมระบุไว้ หลังจากปรับราคาครั้งแรกร้อยละ 8 สำหรับมิเตอร์ตามระยะทาง หลังจากนั้น 6 เดือนหากภาพรวมบริการแท็กซี่น่าพอใจลดปัญหาการปฏิเสธผู้โดยสารได้ กระทรวงคมนาคมจึงจะพิจารณาให้ปรับค่าโดยสารเต็มเพดานการอนุมัติอีกร้อยละ 5
ขณะที่นายธีระพงษ์ รอดประเสริฐ อธิบดีกรมการขนส่งทางบก กล่าวว่า การปรับค่าโดยสารร้อยละ 8 น่าจะทันภายในเดือนธันวาคมนี้ ส่วนประเด็นจะมีแท็กซี่ที่ไม่ผ่านการตรวจสภาพฉวยโอกาสปรับค่าโดยสารโดยไปจูนเองนั้น หากกระทำการดังกล่าวจะมีโทษหนัก รวมทั้งผู้ขับรถก็จะมีปัญหาในการนำรถเสียภาษีประจำปี ขณะที่ปัญหาแท็กซี่นอกระบบที่มีการตั้งกลุ่มและใช้ระบบสื่อสารในการติดต่อเพื่อมาวิ่งให้บริการ โดยคิดค่าโดยสารหรือมิเตอร์ต่ำกว่าแท็กซี่ทั่วไปนั้น ยืนยันว่าการให้บริการลักษณะดังกล่าวเป็นการกระทำที่ผิดกฎหมายและขณะนี้พยายามประสานให้ผู้ให้บริการเหล่านี้มาชี้แจง แต่ขณะนี้ไม่มีผู้ใดเข้ามาชี้แจง






