ชุมพรน้ำป่าทะลักท่วมถนนสายเอเชีย ประสานทหารเรือช่วยค้นหา 4 ลูกเรือประมงล่ม
ด้าน"ภูเก็ต-กระบี่"สั่งทุกอำเภอเฝ้าระวังน้ำท่วม-ดินถล่ม ชาวบ้าน 4 ตำบลใน 2 อำเภอ อุตุฯเตือน10จังหวัดใต้ระวังต่อเนื่อง
แม่ทัพภาคที่ 4" สั่งทหารเตรียมแปรสภาพเป็นหน่วยบรรเทาสาธารณภัย ออกช่วยเหลือประชาชนในภาคใต้
กรมอุตุนิยมวิทยา ประจำ จ.สงขลา ออกประกาศฉบับที่ 11 เมื่อวานนี้ (9 พ.ย.) ระบุว่า หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณภาคใต้ตอนกลางกำลังเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลอันดามัน จะทำให้ในช่วงวันที่ 9-10 พ.ย.นี้ ภาคใต้ตอนกลางมีฝนตกชุกกับมีลมกระโชกแรง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากและคลื่นลมแรงในฝั่งอ่าวไทย โดยจะมีคลื่นสูง 2-4 เมตร จึงขอให้ประชาชนในภาคใต้ฝั่งอ่าวไทยบริเวณ จ.สุราษฎร์ธานี จ.นครศรีธรรมราช จ.พัทลุง จ.สงขลา จ.ระนอง จ.พังงา จ.ภูเก็ต จ.กระบี่ จ.ตรัง และจ.สตูล ระวังอันตรายจากฝนตกหนัก ชาวเรือในอ่าวไทยควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง และเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง
ด้านนายศุภชัย วรรณะ ผู้อำนวยการโครงการชลประทานชุมพร เปิดเผยช่วงเช้าเมื่อวานนี้ว่า หลังจากกรมอุตุนิยมวิทยาได้ประกาศเตือนทาง จ.ชุมพร ได้ติดตามการเคลื่อนตัวของหย่อมความกดอากาศดังกล่าวอย่างใกล้ชิด พร้อมตรวจวัดปริมาณน้ำฝนและน้ำท่าของคลองทุกสาย ที่เสี่ยงต่อการเกิดอุทกภัย ส่วนโครงการแก้ลิงหนองใหญ่ ซึ่งเป็นโครงการตามพระราชดำริ ป้องกันอุทกภัยตัวเมืองชุมพร ได้สั่งการให้เปิดประตูน้ำทุกบานเพื่อพร่องน้ำออกจากคลอง เตรียมรองรับน้ำที่เกิดจากฝนตกหนัก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ฝนที่ตกหนักในช่วงเช้า ทำให้น้ำป่าไหลจากภูเขาแงน ทะลักท่วมถนนสายเอเชีย ทางหลวงหมายเลข 41 ระหว่างหลัก กม.58-59 พื้นที่หมู่ 11 ต.วังตะกอ อ.หลังสวน ฝั่งขาขึ้นกรุงเทพฯ รวมระยะทางกว่า 200 เมตร รถเล็กไม่สามารถผ่านได้
ปัตตานีเรือล่มขณะเข้าฝั่งสูญหาย4
ส่วนสถานการณ์ที่ จ.ปัตตานี นายภูเบศ จันทนิมิ นายกสมาคมประมง จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า ขณะนี้บรรดาเรือประมงต่างๆ ได้ทยอยกลับเข้าฝั่งหลังจากมีคลื่นลมแรง นอกจากนี้ได้รายงานว่า เรือประมง ก.ภู่เงิน ของ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ถูกคลื่นซัดจนเรือล่ม ขณะนำเรือกลับเข้าฝั่งบริเวณชายฝั่งระหว่างปัตตานี-นราธิวาส ทำให้ลูกเรือประมง 5 คนตกลงไปในทะเล โดยมีเรือประมงที่ผ่านมาช่วยเหลือไว้ได้ 1 คน ส่วน 4 คนยังสูญหาย จึงได้ให้สถานีวิทยุชายฝั่งของ จ.ปัตตานี แจ้งเตือนให้บรรดาชาวประมงที่ทำการประมงให้รีบกลับเข้าฝั่งและระหว่างทางให้ช่วยค้นหาลูกเรือประมงที่หายไปด้วย พร้อมทั้งประสานทหารเรือสงขลาให้ช่วยออกตามหาอีกทางหนึ่ง
นายประเทือง ทิพยมาศ นายกสมาคมประมงปากพนัง กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่ทราบชะตากรรมลูกเรือประมงทั้ง 4 คน ที่ประสบอุบัติเหตุเรือประมงล่มล่าสุดได้ประสานกับทัพเรือภาคที่ 2 ซึ่งได้รับความช่วยเหลือจาก พล.ร.ท.นริส ประทุมสุวรรณ ผู้บัญชาการทัพเรือภาคที่ 2 สั่งการนำเรือรบและอากาศยานออกค้นหาแล้ว
นายประเทือง กล่าวด้วยว่า เรือ ก.ภู่เงิน มี นายเริงศักดิ์ ภู่เงิน เป็นเจ้าของ มีขนาดยาว 9 เมตร กว้าง 5.5 เมตร มีนายเริงศักดิ์ หนูพริบตา เป็นไต้ก๋งเรือ ช่วงเกิดเหตุได้ทำประมงอยู่ที่พิกัดตะวันออก 102/800 พิกัดเหนือที่ 700-400 ห่างจากเกาะโลซิน ราว 20 กิโลเมตร เขตระหว่าง จ.ปัตตานี และ จ.นราธิวาส ได้เกิดคลื่นลมแรงจัด มีคลื่นสูงมากกว่า 4 เมตรซัดจนเรืออับปาง
ภูเก็ต-กระบี่สั่งทุกอำเภอเฝ้าระวัง
ขณะที่นายสัญญ์ธวัชช์ ริ้วเหลือง หัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.ภูเก็ต เปิดเผยว่า ขณะนี้ทางจังหวัดได้ออกคำสั่งแจ้งไปยังอำเภอ และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นทั้งจังหวัด ให้แจ้งเตือนประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัยดินถล่มและน้ำท่วมขัง ให้เฝ้าระวังและองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น จัดเตรียมกำลังเจ้าหน้าที่ อุปกรณ์ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนให้ทันท่วงที หากมีการร้องขอ
ส่วนนายพัชรพงษ์ วรประดิษฐ์ ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.กระบี่ กล่าวว่า ฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืนที่ผ่านมา จนกระทั่งเช้าวันที่ 9 พ.ย.ฝนจึงหยุดตก จึงได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปสำรวจตามแหล่งน้ำต่างๆ โดยเฉพาะบริเวณเทือกเขาพนมเบญจา พบว่าน้ำในคลองทับปริก ต.ทับปริก อ.เมืองกระบี่ ที่ไหลลงคลองกระบี่ใหญ่ ในเขตเทศบาลเมืองกระบี่ ก่อนจะไหลลงทะเล น้ำมีสีขุ่นและเริ่มล้นตลิ่งแล้ว
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่า น้ำในคลองสินปุน อ.เขาพนม ได้ล้นตลิ่งเข้าท่วมสวนยางพาราและปาล์มน้ำมันกว่า 200 ไร่ ในพื้นที่หมู่ 3 และหมู่ 4 ต.สินปุน พร้อมให้ชาวบ้าน 6 ครอบครัวที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ลุ่มอพยพไปอยู่ในที่ปลอดภัย ขณะที่คลองน้ำแดง ต.เขาดิน น้ำได้เต็มตลิ่งแล้วหากมีฝนตกลงมา อาจทำให้น้ำล้นตลิ่งไหลเข้าท่วมพื้นที่ ต.เขาพนม และ ต.พรุเตียว ได้ ทั้งนี้ทาง จ.กระบี่ ได้กำชับนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และองค์การบริหารส่วนตำบล ในพื้นที่ 8 อำเภอ เร่งสำรวจและเตรียมความพร้อมในการช่วยเหลือชาวบ้าน
พัทลุงสำรองอาหารสัตว์ รับมือน้ำท่วม
พ.ท.พรรษิษฐ์ สุวรรณภักดี ผอ.ศูนย์บรรเทาสาธารณภัย ค่ายอภัยบริรักษ์ จ.พัทลุง นำกำลังเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมเจ้าหน้าที่จากสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย จ.พัทลุง ลงพื้นที่สำรวจแหล่งน้ำต่างๆ เพื่อเตรียมแผนช่วยเหลือชาวบ้านได้อย่างทันท่วงทีหากเกิดน้ำท่วม ผลสำรวจพบว่าปริมาณน้ำในลำคลองเพิ่มระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง บางแห่งมีน้ำเอ่อล้นตลิ่งเข้าท่วมถนนในหมู่บ้านแต่ยังคงสัญจรไปมาได้ ขณะที่ชาวบ้านริมทะเลสาบลำปำ ต.ลำปำ ต.ชัยบุรี อ.เมืองพัทลุง ต.พนางตุง ต.ทะเลน้อย อ.ควนขนุน เริ่มสำรองอาหารไว้เลี้ยงสัตว์
แม่ทัพภาค4สั่งพร้อมช่วยเหลือ
พล.ท.ปราการ ชลยุทธ แม่ทัพภาคที่ 4(มทภ.4) ในฐานะผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4(ผอ.รมน.ภาค 4) ได้มอบหมายภารกิจให้กองพลทหารราบที่ 15 และหน่วยเฉพาะกิจในพื้นที่ ซึ่งเป็นหน่วยขึ้นตรงกับ กอ.รมน.ภาค 4 สน.เตรียมความพร้อมแปรสภาพเป็นหน่วยบรรเทาสาธารณภัยในการช่วยเหลือประชาชนทันทีหากเกิดภาวะน้ำท่วม
"ขณะนี้มีการจัดส่งเจ้าหน้าที่ไปประสานงานกับศูนย์บรรเทาสาธารณภัย(ปภ.) ของอำเภอ จังหวัด และองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นต่างๆ ในทุกระดับ พร้อมกับจัดเตรียมอุปกรณ์ ยานพาหนะ เจ้าหน้าที่ และยุทโธปกรณ์รวมถึงถุงยังชีพ เพื่อแจกจ่ายให้ประชาชน และเป็นการเตรียมความพร้อมในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยได้" พล.ท.ปราการ กล่าว
นอกจากนี้ได้ประสานกับพี่น้องประชาชนในแต่ละพื้นที่ ให้มีความพร้อมในการป้องกันอุทกภัยในเบื้องต้น เช่น การประกาศแจ้งเตือนทางสถานีวิทยุกระจายเสียง และสถานีวิทยุโทรทัศน์ ในสังกัดกรมประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนเตรียมยกของขึ้นที่สูง พร้อมเปิดหมายเลขโทรศัพท์ฉุกเฉิน 1341 ตลอด 24 ชั่วโมง









