อธิบดีปภ.แจ้งเตือนปชช. สั่งจนท.-เตรียมอุปกรณ์ ตั้งทีมกู้ชีพช่วยเหลือ รับมือมรสุมฝนถล่มภาคใต้ช่วง3วัน
นายฉัตรชัย พรหมเลิศ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) กล่าวถึงมาตรการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเหตุมรสุสมเคลื่อนตัวเข้าสู่ภาคใต้ในช่วงวันที่ 8-10 พ.ย. 57 ว่า ขณะนี้ได้ออกมาตรการในการป้องกันไว้ตั้งแต่อาทิตย์ที่แล้ว หลังจากได้รับข้อมูลการแจ้งเตือนจากกรมอุตุนิยมวิทยา และ สถาบันสารสนเทศทรัพยากรน้ำและการเกษตร จึงได้แจ้งเตือนเบื้องต้น (early warning) ไปยังจังหวัดต่างๆที่อยู่ในการประกาศเตือน รวมถึงหน่วยปฏิบัติงานของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ส่วนราชการที่เกี่ยวข้อง ให้ดำเนินการเตรียมความพร้อมทั้งเรื่อง คนและเครื่องมือ โดยเราได้แจ้งประชาชนในพื้นที่เสี่ยงภัย ให้ได้รับทราบถึงแนวโน้ม และโอกาสที่จะเกิดภาวะฝนตกหนัก ดินโคลนถล่ม หรือน้ำป่าไหลหลาก ที่สำคัญที่สุดทางใต้บางที่เป็นแอ่งลึก 2-3 เมตร บางจุด มากถึง 4 เมตร ที่เหล่านี้ทั้งหมดเป็นความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติภัยขึ้นทั้งต่อ คน เรือเล็ก สถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นเกาะ ถ้ำลอดต่างๆ ทางกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยก็ได้ทำการแจ้งเตือนไป จนกระทั่งเมื่อวานนี้ (7 พ.ย. 57) เริ่มมีสถานการณ์ฝนตกมากตั้งแต่ ภาคกลางตอนล่าง จ.ประจวบคีรีขันธ์ จ.ชุมพร ลงไปจนถึง จ.ปัตตานี โดยเฉพาะ จ.ปัตตานี ที่มีปริมาณน้ำฝนถึง 140 มิลลิเมตร
นายฉัตรชัย กล่าวว่า ในวันที่ 8 - 11 พ.ย. 57 ภาคใต้จะเข้าสู่สถานการณ์ฝนตกหนักตามจังหวัดต่างๆ ขั้นตอนนี้ก็จะเป็นการปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย ผู้เสี่ยงภัย บางจุดถ้าน้ำมาแรง เราจะทำการแจ้งเตือน หรือทำการอพยพประชาชนไปยังที่ปลอดภัย โดยตอนนี้ทาง ปภ.ได้พยายามทำความเข้าใจกับประชาชนให้ออกจากพื้นที่เสี่ยงภัย หากเห็นว่าพื้นที่เหล่านั้นเป็นจุดเสี่ยง รวมถึงขอให้เรือขนาดเล็กงดออกจากฝั่ง การดำเนินการเหล่านี้ก็เป็นไปตามแผนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยที่มีอยู่ โดยจะร่วมปฏิบัติการกับหน่วยงานอื่น เช่น หน่วยทหารบก ซึ่งประจำอยู่ในพื้นที่ต่างๆ หน่วยทหารเรือก็มีกองเรือที่สามารถช่วยเหลือหากเกิดเหตุขึ้นในทะเล และยังมี กระทรวง ทบวง กรม ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงอาสาสมัครตามจังหวัดต่างๆ ที่พร้อมจะระดมสรรพกำลังที่จะช่วยเหลืออย่างเต็มที่
นอกจากนี้ พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย ได้มีการสั่งการในฐานะผู้บัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ ซึ่งดำเนินการตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ซึ่งพูดได้เลยว่าขณะนี้เรามีความพร้อมในทุกเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น เครื่องมือ อุปกรณ์ ทีมป้องกันภัย ทีมช่วยเหลือ ทีมกู้ภัยต่างๆ ส่วนในเรื่องของการดำรงชีพ ถ้าดูแล้วเสี่ยงก็จำเป็นที่จะต้องอพยพ แต่ในขณะนี้ยังไม่มีพื้นที่ที่เสี่ยงต่อการเกิดภัยจนถึงขั้นต้องอพยพประชาชน ประชาชนก็ยังมั่นใจที่จะคงอยู่ในพื้นที่ และเราก็ได้มีเจ้าหน้าที่ประจำการเพื่อเหตุฉุกเฉินอยู่แล้ว
อธิบดี ปภ. กล่าวอีกว่า ทาง ปภ. ได้มีการตั้งศูนย์ช่วยเหลือไว้แล้ว เช่น ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือ ศูนย์ป้องกันภัย โดยในหลักการนั้นเราได้ทำตามระดับ คือ การเตรียมการตั้งแต่ก่อนเกิดฝนตก ทั้งการแจ้งเตือนเหตุการณ์ทั้งการนำรถ เครื่องมือ ชุดอุปกรณ์กู้ชีพ เรือ รถ ทุ่น เรือยาว ต่างๆ ที่สำคัญ น้ำและอาหารการกิน ผู้ว่าราชการจังหวัดก็ได้มีการแบ่งหน้าที่ในพื้นที่กันแล้วเพื่อเตรียมการช่วยเหลือ ทั้งในส่วนของ ท้องถิ่น และ อปพร. เพื่อยืนยันกับประชาชนว่าทางราชการได้ระดมสรรพกำลังทุกภาคส่วนไปอยู่ในพื้นที่แล้ว
“ ในช่วงนี้ภาคใต้จะเข้าสู่ฤดูฝนอย่างเต็มที่ ตั้งแต่ปลายเดือน ตุลาคม-มกราคม บางจังหวัดจะมีน้ำท่วมสามรอบหรือสี่รอบ เช่น จ. สุราษฎร์ธานีที่ผ่านมาน้ำได้ท่วมไปแล้วสามรอบ ตอนนี้ก็ต้องเฝ้าระวังต่อไป ซึ่งเราคงไปห้ามเรื่องเหล่านี้ไม่ได้ แต่เราจะช่วยเหลือให้ประชาชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุดทั้งชีวิต และทรัพย์สินต่างๆ และอยากฝากสื่อจะได้ประชาสัมพันธ์ให้กับประชาชนได้รู้และเข้าใจโดยตรง”อธิบดี ปภ. กล่าว









