ความคืบหน้าเหตุระเบิดดอยเต่า จนท.เข้าตรวจสอบและช่วยเหลือ
พ.ต.ครรชิต เวฬุวนารักษ์ หัวหน้าชุดบรรเทาสาธารณะภัยพร้อมเจ้าหน้าที่จากศูนย์บรรเทาสาธารณภัย สำนักงานพัฒนาภาค 3 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา (ดอยหล่อ) ได้นำเครื่องค้นหารังสีความร้อนเข้ามาตรวจหาความร้อนบริเวณรอบบ้านที่เกิดเหตุเพื่อค้นหาสิ่งมีชีวิตหรือผู้ที่คาดว่าจะรอดชีวิต
พ.ต.ครรชิต กล่าวว่า เบื้องต้นสามารถทำการตรวจรังษีความร้อนได้เฉพาะบริเวณรอบนอกแนวเขตหวงห้ามที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกั้นไม่ให้บุคคลภายนอกเข้า-ออก และพบว่าอุณหภูมิความร้อนอยู่ที่ระดับ 25-27 องศาเซลเซียส ซึ่งเบื้องต้นสันนิษฐานได้ว่าในพื้นที่จะไม่มีสิ่งมีชีวิตอยู่ในพื้นที่แล้วและไม่พบสัญญานชีพของผู้รอดชีวิตแล้ว และขณะนี้รอทางเจ้าหน้าที่ตรวจพิสูจน์เข้าตรวจสอบในพื้นที่เพื่อหาสาเหตุการระเบิดทีีแท้จริงต่อไป
ส่วนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ปกครอง อ.ดอยเต่า ได้ตั้งศูนย์รับแจ้งเหตุความเสียหายจากระเบิดเพื่อรอให้ความช่วยเหลือต่อไป โดยมีชาวบ้านทยอยเข้าแจ้งความเสียหายอย่างต่อเนื่อง
ทางด้านนายชัชวาล ปัญญา นายอำเภอดอยเต่า กล่าวว่า จะเร่งทำเรื่องส่งทางจังหวัดเชียงใหม่ เพื่อประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติฉุกเฉินให้ เพื่อให้ชาวบ้านได้รับความช่วยเหลือต่อไป สำหรับผู้ที่ได้รับบาดเจ็บทั้ง 7 คน ได้รับการยืนยันจากผู้อำนวยการโรงพยาบาลดอยเต่าว่าทั้งหมดมีอาการปลอดภัยและบาดเจ็บเพียงเล็กน้อยและคาดว่าวันนี้จะออกจากโรงพยาบาลได้ อีกทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้สร้างความตื่นตระหนักให้กับชาวบ้านในพื้นที่ ใกล้เคียงอย่างมาก ซึ่งทางอำเภอจะได้ประสานกับจิตแพทย์ลงพื้นที่พูดคุยกับชาวบ้าน
ส่วนสาเหตุการระเบิด นายอำเภอดอยเต่า บอกว่า เบื้องต้นทราบว่าเจ้าของบ้านได้เก็บสารโปรแตสเซียมคลอเรท ซึ่งเป็นสารเคมีที่ใช้เร่งดอกและผลของลำไยไว้ชั้นใต้ถุนบ้านและใกล้กันก็พบว่ามีการประกอบอาหาร จึงอาจเป็นสาเหตุของการเกิดระเบิดได้ อย่างไรก็ตาม ต้องรอเจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานสรุปอีกครั้ง
ทั้งนี้ ที่ผ่านมา จ.เชียงใหม่ เคยเกิดเหตุการณ์สารโปรแตสเซียมคลอเรตระเบิดครั้งใหญ่ที่ อ.สันป่าตอง เมื่อวันที่ 19 กันยายน 2542 ระหว่างการขนย้ายสารดังกล่าวเข้าไปในโรงงาน ซึ่งระเบิดครั้งนั้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 45 ราย บาดเจ็บ 102 ราย และบ้านเรือนเสียหาย 571 หลังคาเรือน






