วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชายป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากพุ่ง ชี้ฟาสต์ฟู้ด-กรรมพันธุ์เพิ่มเสี่ยง

ชายไทยป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากเพิ่มขึ้น ขยับจากอันดับ 8 เป็นอันดับ 4 เผยปัจจัยเสี่ยงมาจากพฤติกรรมกินอาหารจานด่วน

หรือนม เนย ชีส และกรรมพันธุ์ แนะหันมาทานพืช ผัก ผลไม้ ช่วยยับยั้งโอกาสป่วย พร้อมเปิดตัวน้ำยาตรวจคัดกรองมะเร็งต่อมลูกหมากตัวใหม่ที่มีความน่าเชื่อถือเพิ่มขึ้น หวังอนาคตบรรจุในสิทธิประโยชน์หลักประกันสุขภาพ

ศ.นพ.บรรณกิจ โลจนาภิวัฒน์ ประธานฝ่ายวิชาการสมาคมศัลยแพทย์ระบบปัสสาวะแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เปิดเผยเมื่อวานนี้ (4 พ.ย.) ว่า ชายไทยที่มีอายุตั้งแต่ 50 ปีขึ้นไปมีโอกาสเสี่ยงจะเสียชีวิตด้วยโรคมะเร็งต่อมลูกหมากมากขึ้น โดยมีอุบัติการณ์อยู่ที่ 2.5-3 รายต่อประชากรแสนคน

ศ.นพ.บรรณกิจ กล่าวว่า เดิมมะเร็งต่อมลูกหมากในชายไทยอยู่ในอันดับ 7-8 แต่ปัจจุบันสูงเป็นอันดับ 4 ของโรคมะเร็งทั่วไปในชาย โดยปัจจัยหนึ่งเกิดจากการรับประทานอาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารที่มีนม เนย ชีส เพิ่มมากขึ้น นอกจากนี้ ผู้ที่มีพ่อ หรือพี่ชายเป็นมะเร็งต่อมลูกหมากจะทำให้มีโอกาสเสี่ยงเป็นโรคนี้สูงกว่าคนทั่วไป 3 เท่า

"อยากให้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการบริโภค ลดอาหารมัน ควบคุมคลอเรสเตอรอล หันมากินอาหารไทยที่อุดมด้วยพืช ผัก ผลไม้ที่มีไลโคปีน เช่น แตงโม มะเขือเทศสุก ผักตระกูลกะหล่ำ ผลิตภัณฑ์จากเต้าหู้และถั่วเหลือง ซึ่งจะสามารถช่วยยับยั้งโอกาสป่วยด้วยมะเร็งต่อมลูกหมากได้" ศ.นพ.บรรณกิจ กล่าว

อย่างไรก็ตามหากตรวจพบในระยะเริ่มต้นสามารถรักษาให้หายขาดได้ และการคัดกรองเพื่อค้นหาผู้ป่วยมะเร็งตั้งแต่เริ่มแรกมีผลให้อัตราการเสียชีวิตลดลงร้อยละ 21 และสามารถลดมะเร็งต่อมลูกหมากระยะลุกลามขณะวินิจฉัยได้

ศ.นพ.บรรณกิจ กล่าวอีกว่า ในการตรวจคัดกรองในปัจจุบันมีการตรวจด้วย Prostate Health Index (พีเอชไอ) ซึ่งเป็นชุดน้ำยาตรวจคัดกรอง โดยถือเป็นนวัตกรรมใหม่ในการคัดกรองผู้ป่วยที่มีความสุ่มเสี่ยงต่อโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก และถือเป็นการเปิดตัวครั้งแรกในประเทศไทย ซึ่งวิธีการจะทำการเจาะเลือดผู้ป่วย 5 ซีซีแล้วใช้ชุดน้ำยาและเครื่องตรวจอัตโนมัติเพื่อหาค่าจำเพาะ ซึ่งแบบนี้มีความน่าเชื่อถือมากกว่าการตรวจแบบเดิม 3.5 เท่า

เขากล่าวด้วยว่า นวัตกรรมนี้เหมาะที่จะนำไปใช้ตรวจผู้ป่วยที่มีค่า PSA อยู่ในช่วง 4-10 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัม ซึ่งถือเป็นโซนสีเทา หากใช้การตรวจด้วย phi แล้วพบว่าค่า phi น้อยกว่า 40 จะไม่ต้องตัดชิ้นเนื้อคนกลุ่มนี้ไปตรวจว่าป่วยเป็นโรคมะเร็งหรือไม่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยลดอัตราเสี่ยงจากภาวะแทรกซ้อนที่เกิดจากการตัดชิ้นเนื้อ ส่วนผู้ที่มีค่า PSA สูงมากกว่า 10 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัม จะต้องตัดชิ้นเนื้อตรวจอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันมีการใช้นวัตกรรมนี้ในโรงพยาบาลเอกชนและโรงเรียนแพทย์บางแห่งเท่านั้น แต่คาดว่าในอนาคตจะมีการใช้ในโรงเรียนแพทย์ทุกแห่ง โดยมีค่าใช้จ่ายในการตรวจด้วยนวัตกรรมนี้อยู่ที่หลักหมื่นบาท แต่หากมีการผลิตมากขึ้นจนราคาถูกลง น่าจะมีการบรรจุในสิทธิประโยชน์ในกองทุนหลักประกันสุขภาพต่างๆ ได้

เขากล่าวถึงการตรวจคัดกรองผู้ป่วยมะเร็งต่อมลูกหมากอีกว่า วิธีเดิมจะใช้วิธีตรวจ PSA เพื่อดูสารเคมีที่พบในเลือด เพื่อบ่งถึงความผิดปกติของต่อมลูกหมากร่วมกับวิธีการตรวจโดยสวมถุงมือคลำต่อมลูกหมากผ่านทางทวารหนัก หากพบความผิดปกติเบื้องต้น คือ มีค่า PSA อยู่ระหว่าง 4.0 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัม ถึง 10 นาโนกรัมต่อมิลลิกรัมจะต้องทำการตัดชิ้นเนื้อต่อมลูกหมากมาตรวจเพิ่มเติม ซึ่งอาจส่งผลให้เกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น เลือดออกมาก หรือเกิดภาวะติดเชื้อในกระแสเลือดและทำให้ผู้ป่วยเสียค่าใช้จ่ายเกินจำเป็น

ศ.นพ.บรรณกิจ กล่าวว่า ในการรักษาโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก มี 2 แนวทาง ได้แก่ 1.ระยะที่ 1-2 มะเร็งยังไม่แพร่กระจายสามารถรักษาให้หายขาดได้ ด้วยการผ่าตัดต่อมลูกหมากออกทั้งหมด การฝังแร่รังสี และ 2.ระยะที่ 3-4 เป็นระยะที่มะเร็งลุกลามไปยังอวัยวะอื่นๆ เช่น กระดูก ตับ ไต ปอดและต่อมน้ำเหลือง อาการจะรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ บางรายถึงขั้นเป็นอัมพาต ทำการรักษาได้เพียงลดภาวะแทรกซ้อน ซึ่งมียาบางชนิดช่วยฉีดประคับประคอง

สำหรับการสังเกตความผิดปกติของต่อมลูกหมาก เช่น ปัสสาวะตอนกลางคืนบ่อย ปัสสาวะยาก ปัสสาวะไม่หมด กลั้นปัสสาวะไม่ค่อยได้ ปวดเวลาปัสสาวะหรือมีเลือดปนออกมา รวมทั้ง ไม่มีแรง อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดหลัง ปวดกระดูก น้ำหนักลด หากมีอาการเหล่านี้ควรรีบปรึกษาแพทย์เพื่อวินิจฉัย