วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

สั่งย้ายด่วน'ร.ต.ท.'เหตุฉาวทำร้ายแฟนนศ.

"บิ๊กนครบาล3"สั่งย้าย"ร.ต.ท."เหตุฉาวทำร้ายแฟนนักศึกษา เจ้าตัวอ้างโมโหเพราะถูกหลอก แถมด่าโง่เป็นควายเอง

จากกรณี น.ส.เจ(นามสมมติ) อายุ 22 ปี นักศึกษามหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่ง ถูกแฟนหนุ่มนายตำรวจทำร้ายร่างกาย และพยายามข่มขืน และทำให้อับอาย ได้ไปร้องเรียนยังนางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณา หงสกุล เพื่อเด็กและสตรี เมื่อวันที่ 3 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อมาเมื่อวันที่ 4 พฤศจิกายน ล่าสุดเมื่อเวลา 13.30 น.วันที่ 4 พฤศจิกายน พ.ต.อ.สันทัด ลยางกูร ผกก.สน.ร่มเกล้า พ.ต.อ.วิเชียร สว่างแจ้ง ผงส.ผทค.สน.ร่มเกล้า กล่าวเปิดเผยว่า หลังผู้เสียหายเข้าแจ้งความได้ลงบันทึกประจำวันไว้เป็นหลักฐาน หลังจากนี้จะได้ให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ร่มเกล้า ลงพื้นที่ตรวจหากล้องวงจรปิดในพื้นที่เกิดเหตุและพื้นที่ใกล้เคียง รวมทั้งรอผลตรวจร่างกายผู้เสียจากโรงพบายาลลาดกระบัง ซึ่งทางแพทย์ผู้ตรวจได้นัดผู้เสียหายเข้าตรวจร่างกายโดยละเอียดอีกครั้งในวันนี้ (4 พ.ย.) และจะได้เชิญตัวผู้เสียหายมาสอบปากคำเพิ่มเติมในบางประเด็นที่ยังไม่ชัดเจน

พ.ต.อ.สันทัด กล่าวอีกว่า สำหรับ ร.ต.ท.ผดุง หล่อนิล พนักงานสอบสวน สน.มีนบุรีคู่กรณี จะได้ทำหนังสือไปยังผู้บังคับบัญชาของ ร.ต.ท.ผดุงเพื่อเชิญตัวมาให้ปากคำและรับทราบข้อกล่าวหาในวันที่ 6 พ.ย.เวลาประมาณ 10.30 น.เนื่องจากทราบว่ายังอยู่ระหว่างลาพักงานอยู่ โดยเบื้องต้นได้แจ้งไป 3 ข้อหา คือ ทำร้ายร่างกาย ทำให้เสียทรัพย์ และ กระทำการอันขายหน้าต่อสาธารณะชน ภายหลังสอบสวนแล้วหากพบว่ามีการกระทำความผิดอื่นก็จะได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติมต่อไป ในส่วนของคดีความก็จะให้ความเป็นธรรมกับทั้ง 2 ฝ่าย ไม่มีการโอนเอียงหรือเข้าข้างฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง จะต้องทำงานอย่างรัดกุมที่สุดเนื่องจากคดีนี้เป็นคดีที่ละเอียดอ่อน หรือหากใครมีเบาะแสหรือข้อมูลกรณีดังกล่าวสามารถเข้ามาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ร่มเกล้า ได้ตลอดเวลา

ขณะที่ พ.ต.อ.สมประสงค์ เย็นท้วม รรท.ผบก.น.3 กล่าวว่า เบื้องต้นได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนเรื่องที่เกิดขึ้นให้แล้วเสร็จภายใน 30 วัน และได้ออกคำสั่งให้ ร.ต.ท.ผดุง ไปปฎิบัติหน้าที่ บก.น.3 เป็นเวลา 30 วัน จนกว่าจะแล้วเสร็จ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้มีเสียงวิพากษ์วิจารณ์สำหรับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายใน สน.ร่มเกล้า โดยมีนายตำรวจพนักงานสอบสวนรุ่นเดียวกันท่านหนึ่งเล่าให้ฟังว่า ก่อนหน้านี้ หมวดแก๊สและแฟนสาวได้มีการเปิดตัวคบหากัน โดยเป็นที่รู้จักในหมู่ของเพื่อนฝูง ซึ่งที่ผ่านมาก็ไม่เคยเกิดเหตุความรุนแรงแต่อย่างใด และก่อนหน้าที่จะเกิดเรื่องขึ้น ก็ได้มีการรับแฟนสาวไปทานข้าวตามปกติ โดยไม่เชื่อว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์ได้รุนแรงขนาดนี้

ด้าน ร.ต.ท.ผดุง เปิดเผยว่า ในวันที่เกิดเหตุตนได้ขับรถไปรับฝ่ายหญิงที่ทำงาน ซึ่งอยู่ในลักษณะมึนเมา ตนจึงให้นอนพัก ระหว่างนั้นได้มีโทรศัพท์ดังขึ้นแต่ฝ่ายหญิงหลับอยู่จึงไม่ได้รับสาย จากนั้นได้มีเสียงไลน์ดังขึ้น ตนจึงแอบดูโทรศัพท์ พบข้อความมีการนัดหมายกับผู้ชายคนหนึ่งชื่อ "เบนซ์" ซึ่งเป็นนักศึกษารุ่นน้องโดยนัดหมายไปเจอกันย่านสุวรรณภูมิ ลักษณะจะไปเปิดห้องรอ ตนจึงค้นข้อความเก่าในไลน์ พบมีการพูดคุยกันในลักษณะชู้สาว มีการแทนตัวเองว่า "ที่รัก" ตอนนั้นจึงเกิดความโมโห ปลุกฝ่ายหญิงขึ้นมาสอบถาม ว่าทำไมต้องหลอกลวงกันด้วย ฝ่ายหญิงได้ตอบโต้มาว่า ตนโง่เอง เป็นควายให้ถูกหลอก

ร.ต.ท.ผดุง กล่าว จากนั้นได้มีเพศสัมพันธ์กัน จนทำให้เกิดรอยจ้ำสีแดงที่บริเวณคอ ก่อนที่จะไล่ฝ่ายหญิงออกจากบ้าน พร้อมกับบอกว่า ต่อไปนี้จะไม่ยุ่งเกี่ยวกันอีก โดยต้องการที่จะยึดโทรศัพท์มือถือไว้ เนื่องจากเป็นโทรศัพท์ที่ตนซื้อให้ และต้องการใช้เป็นหลักฐานว่าฝ่ายหญิงนอกใจ พร้อมกับมีการบอกว่าไม่ให้ใส่เสื้่อผ้าที่ตนซื้อให้รวมถึงชุดที่ฝ่ายหญิงใส่มาในวันเกิดเหตุด้วย จึงได้เกิดการโต้เถียงกันทั้งสองฝาย มีการยื้อยุดฉุดกระชากผลักกันไปมาบนเตียงนอน

"ผมผลักเขาล้มบนที่นอน พร้อมกับเหนี่ยวรั้งโทรศัพท์ เพราะผมต้องการโทรศัพท์มือถือคืน เพราะสามารถนำไปใช้เป็นหลักฐานได้ว่าฝ่ายหญิงมีการชักชวนผู้ชายคนอื่นไปเที่ยว แต่ทางฝ่ายหญิงก็พยายามที่จะเอาโทรศัพท์คืน มีการทำร้ายข้าวของ โดยฝ่ายหญิงกระชากสายโทรทัศน์ขาด จอภาพได้รับความเสียหาย ผมยืนยันได้ว่าผมไม่ได้ตบตีเธอเลย ที่ว่าผมตัดผมเขาผมไม่ได้ตัด แต่ฝ่ายหญิงต่อผมใส่แฮร์พีช ระหว่างการยื้อยุดฉุดกระชากทำให้ผมที่ต่อไว้หลุด" ร.ต.ท.ผดุงกล่าว

ร.ต.ท.ผดุง ระบุอีกว่า ในขณะที่เกิดการโต้เถียงกัน ผมได้หยิบเสื้อผ้าเป็นเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีแดง กางเกงขาสั้นสีดำ และกางเกงชั้นในซึ่งเป็นของฝ่ายหญิงที่เคยทิ้งไว้ที่บ้านให้ใส่ออกจากบ้าน ผมไม่ได้ให้เขาเปลือยออกจากบ้าน เพราะระยะทางจากบ้านไปยังหน้าปากซอย จะต้องผ่านร้านสะดวกซื้อ วินมอเตอร์ไซด์ ร้านค้าขายอาหาร ถ้าผมทำแบบนั้นจริงจะต้องมีคนเห็นแน่ ๆ เมื่อฝ่ายหญิงวิ่งออกจากบ้านไปได้สักพัก ได้วิ่งย้อนกลับมาอีกครั้ง เพื่อที่จะอ้อนวอนขอโทรศัพท์มือถือคืน แต่ตนไม่ให้ จึงเกิดการผลักกันเล็กน้อย ตนยืนยันได้เลยว่า ไม่มีการตีฝ่ายหญิง ถึงแม้ใจคิดอยากจะตีแต่ไม่มีการตีแต่อย่างใด มีแต่เพียงการผลักกันเท่านั้น

"ยอมรับว่าใช้เท้ายันไปที่หน้าฝ่ายหญิง แต่ผมได้ผลักลงไปกับเตียงนอนแล้วใช้เท้ายันที่หน้า เพราะฝ่ายหญิงพยายามที่จะดึงโทรศัพท์มือถือคืนให้ได้ ระหว่างนั้น ฝ่ายหญิงได้ส่งเสียงดังร้องโวยวายลั่นห้อง ผมรู้สึกอายเพื่อนบ้าน จึงยอมให้โทรศัพท์มือถือไปและไล่ให้ออกจากบ้านไป จากนั้นได้ส่งไลน์ไปหาระบุว่า อย่ามายุ่งกับผมอีก เหตุการณ์รุนแรงที่เกิดขึ้นผมรู้นิสัยเขาเลยว่า เขาจะต้องอาย และเอาเรื่องผมคืนแน่ๆ ผมไม่อยากยุ่งกับเขาแล้ว และอย่ามายุ่งกับผมอีก " ร.ต.ท.ผดุง ระบุ