กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดสินเชื่อหมื่นล้าน หนุนสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนชาวสวนยางใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน
กรมส่งเสริมสหกรณ์จัดสินเชื่อหมื่นล้าน หนุนสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชนชาวสวนยาง ใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนรับซื้อยาง มีสหกรณ์ยื่นกู้แล้วกว่า 500 แห่ง วงเงิน 5,078 ล้านบาท คาดรับซื้อยางได้กว่า 7 หมื่นตัน เชื่อดันราคายางขยับแตะกก.ละ 60 บาทได้
นายโอภาส กลั่นบุศย์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ได้เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรชาวสวนยางพาราแล้ว ซึ่งรับผิดชอบใน 2 โครงการ คือโครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียนแก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยาง ภายใต้การพัฒนายางพาราทั้งระบบวงเงินสินเชื่อ10,000 ล้านบาท และโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท
ทั้งนี้ โครงการสนับสนุนสินเชื่อเป็นเงินทุนหมุนเวียน แก่สถาบันเกษตรกรเพื่อรวบรวมยางวงเงินสินเชื่อ 10,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อให้กับสหกรณ์ทุกประเภทกลุ่มเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนที่มีการประกอบการธุรกิจเกี่ยวกับยางพารา นำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการรวบรวมหรือรับซื้อยางจากเกษตรกรชาวสวน
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้มีสหกรณ์กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นขอกู้แล้ว 527 แห่ง เป็นเงิน 5,078 ล้านบาท โดยมีสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร ได้รับอนุมัติวงเงินกู้ยืมจากธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.)แล้ว 70 แห่ง เป็นเงิน 929 ล้านบาท ซึ่งสหกรณ์กลุ่มเกษตรกร ได้เบิกเงินกู้จาก ธ.ก.ส. เป็นเงิน 373 ล้านบาท สามารถรวบรวมรับซื้อยางพาราของสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร มาตั้งแต่ 1 ก.ย. - 29 ต.ค. นี้ รวม 352 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ 40 จังหวัด ปริมาณ 70,669 ตัน มูลค่า 2,865 ล้านบาท
ส่วนโครงการสนับสนุนสินเชื่อสถาบันเกษตรกรแปรรูปยางพารา วงเงินสินเชื่อ 5,000 ล้านบาท เพื่อสนับสนุนสินเชื่อแก่สถาบันเกษตรกร นำไปใช้ในการขยายกำลังการผลิต เพิ่มประสิทธิภาพการผลิตในโรงงานแปรรูปยาง หรือลงทุนจัดสร้างโรงงานใหม่ ล่าสุดโครงการดังกล่าวมีสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกรได้ยื่นความประสงค์ขอกู้เงินเพื่อแปรรูปแล้ว 245 แห่ง
“จากมาตรการดังกล่าว ส่งผลให้ราคายางขยับตัวสูงขึ้นอยู่ที่กิโลกรัมละ 50-55 บาท และมีแนวโน้มที่ราคาจะขึ้นถึงกิโลกรัมละ60 บาท เป็นผลมาจากรัฐบาลให้การสนับสนุนโครงการ ทำให้สหกรณ์และสมาชิกเกิดความเชื่อมั่น ซึ่งแนวโน้มคาดว่าราคายางจะปรับตัวสูงขึ้น รัฐบาลยังให้สหกรณ์เปิดวงเงิน 5,000 ล้านบาท เพื่อขยายปรับปรุงโรงงานยาง ขณะนี้มีสหกรณ์ขอกู้ 200 แห่ง ใช้วงเงิน 4,400 ล้านบาท” นายโอภาส กล่าว
ส่วนมาตรการระยะยาว จะเน้นมาตรการส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความยั่งยืน โดยจะส่งเจ้าหน้าที่เข้าไปแนะนำสหกรณ์ กลุ่มเกษตรกร รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ ให้สมาชิกมีส่วนร่วมในการทำธุรกิจกับสหกรณ์ ยังมีสมาชิกบางส่วนไม่นำผลผลิตมาขายให้กับสหกรณ์ ทำให้ปริมาณวัตถุดิบที่นำมาแปรรูปยางมีไม่เพียงพอ
นอกจากนี้ ให้การสนับสนุนและพัฒนาธุรกิจที่เกี่ยวเนื่อง เพื่อให้เกิดการพัฒนาธุรกิจตามศักยภาพของสหกรณ์แต่ละแห่ง เช่น เกิดการพัฒนาธุรกิจจากการรวบรวม น้ำยางหรือยางแผ่น สู่การแปรรูปเป็นยางรมควัน แล้วพัฒนาไปดำเนินธุรกิจเป็นยางแท่ง หรือยางคอมปาวด์ต่อไป รวมทั้งส่งเสริม สนับสนุนให้เกษตรกรชาวสวนยางรวมกลุ่มจัดตั้งเป็นสหกรณ์/กลุ่มเกษตรกร เพื่อสร้างความมั่นคงให้กับเกษตรกรชาวสวนยาง






