วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

รวบแก๊งค์ฉ้อโกง100ล้านได้ยกครัว

ตร.หันคา รวบแก๊งค์ฉ้อโกง100ล้านได้ยกครัว หลังชาวบ้านรวมตัวกันเกือบ30-40 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์

ตามที่มีชาวบ้านรวมตัวกันเกือบ30-40 คน เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กรณีถูกนางสาวดวงกมล อินทองคุ้ม หรือ จอย หลอกลวงยืมเงินไปลงทุนนับร้อยล้านบาท

เมื่อวันที่ 2 พ.ย.2557 ร.ต.อ.อัสนีชัย เร่งเทียน ร้อยเวร สภ.หันคา กล่าวว่า พฤติกรรมของคนร้ายใช้ความสนิทสนมมาอ้างกับผู้เสียหายว่าให้หาเงินไปทำธุรกิจปล่อยเงินกู้ได้ผลตอบแทนภายใน 1-2 สัปดาห์ อย่างเงินต้น 1 แสนบาทจะได้ตอบแทนประมาณ 2-3 หมื่นบาท และให้หาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆโดยการบอกต่อ หลักฐานขณะนี้มีสลิปการโอนเงินจากธนาคาร มีผู้เสียหายมาแจ้งความประมาณ 40 คน แต่ที่ไม่ปรากฎตัวอีกจำนวนมาก คาดยอดเงินรวมประมาณกว่า 100 ล้านบาท สำหรับกรณีนี้ตั้งขอหาร่วมกันฉ้อโกง จากการสอบสวนทราบว่าที่อยู่ของคนร้ายอยู่ที่ดอนเมือง กทม. และมีผู้เสียหายในพื้นที่ดอนเมืองมาแจ้งความแล้ว

ทางด้าน พ.ต.ท.สิทธิพงษ์ ม่วงแจ่ม รองผกก.สส.สภ.หันคา กล่าวว่า เตรียมตั้งทีมสืบสวนสอบสวนในคดีนี้ เนื่องจากมีผู้เสียหายเป็นจำนวนมาก เพื่อรวบรวมข้อมูลเพื่อส่งให้ศาลจังหวัดชัยนาทออกหมายจับผู้กระทำผิดต่อไป

นางกัญญา สิงห์งาม อายุ 65 ปี อยู่หมู่ 4 ต.หันคา ผู้เสียหายรายหนึ่งกล่าวว่า บ้านของตนเองกับ บ้านของจอยอยู่ใกล้กัน พ่อแม่ของเขาก็สนิทกันดี โตมาด้วยกัน เห็นจอยมาตั้งแต่เล็กๆ ไปมาหาสู่กันทุกวันมีอะไรก็แบ่งปันกันกินมาตลอด มีผักมีน้ำพริกก็มาให้ แต่ไม่รู้ว่าจอยไปทำงานอะไร ใหม่ๆก็มาขอยืมเงินห้าหมื่นบาท เมื่อปลายปีที่แล้ว ต่อมาขอเพิ่มเรื่อยๆ พูดจาดีประมาณขอความช่วยเหลือ ขอยืมไปซื้อทาวเฮาส์ มีแบบบ้านให้ดูด้วย ถ้าป้าช่วยหนูจะไม่ลืมบุญคุณเลย มีครั้งหนึ่งมาเอาไป 3 แสนบาท ช่วงหลังอีก 2 ครั้ง ครั้งละ 3 แสนบาท โดยเฉพาะเดือนกรกฎาคม เป็นช่วงที่มีการจ่ายเงินค่าจำนำข้าวของ คสช.เขาโทรมาหาบ่อยมาก แล้วมารับเป็นเงินสดไปจากมือเลย พ่อของจอยเป็นคนรับประกันให้ บอกว่า "เอาหัวเป็นประกันเลย" แรกๆเขาก็ให้สมนาคุณเป็นแสนบาท แต่ไม่นานเขาก็ขอยืมกลับไปอีกหลายแสน

นางกัญญากล่าวอีกว่า ตนเองมีอาชีพทำนาหลายสิบไร่ พอเขารู้ว่าขายข้าวได้ก็จะมาขอให้นำเงินไปลงทุนด้วยอีกอ้างว่าจะให้เงินสมนาคุณเป็นจำนวนมาก เขาทำธุรกิจอะไรก็ไม่เคยถามเขา รวมเสียเงินไป 2.3 ล้านบาท เป็นเงินของตนเองกับเงินของลูกๆรวมกัน เวลาเขามาพูดก็ไม่รู้เป็นอะไรเชื่อเขาไปหมด บอกไม่ถูก เขาหลอกได้ทั้งหมู่บ้าน มารู้เรื่องว่าถูกหลอกเมื่อวันที่ 12 สิงหาคมนี้เอง เพราะโทรศัพท์ไปหาจอย กลับบอกว่าไปล้มถูกมีดแทง แล้วบอกว่าจะส่งเงินมาให้วันที่ 15 สิงหาคม ขณะที่คนอื่นรู้เรื่องว่าถูกโกงตั้งแต่วันที่ 3 สิงหาคม แล้วพ่อแม่ของจอยก็ขนของหนีออกจากบ้านที่หันคาแล้ว แต่ก็ยังไม่เชื่อเพราะเขาเป็นครอบครัวใหญ่ จอยเองก็ท้องแก่ แต่ปกติถ้าครอบครัวนี้ไม่อยู่จะฝากที่บ้านให้ข้าวหมา และเปิด-ปิดกรองหมาให้ด้วย เชื่อใจกันมาตลอด แต่เห็นว่าเขาหนีไปแล้วจริงๆ จึงมาแจ้งความที่ สภ.หันคา

นางบังอร ลี้วิไล อายุ 50 ปี อยู่หมู่ 3 ต.หันคา อ.หันคา กล่าวว่า แรกเขามาขอให้เอาเงินไปลงทุนมีค่าตอบแทนดี เพียง 7 วัน ถ้าลงทุนกับเขา 1 แสน จะได้เงินคืน 2 หมื่นบาท จึงนำเงินของตัวเองส่งให้เขาไป 2 แสนบาท พอครบ 7 วันเขาก็ส่งเงินคืนมาให้จริง แต่เพียง 2 วันก็โทรศัพท์มาขออีก บอกว่าขอยืม เมื่อเห็นว่าเขาให้ค่าตอบแทนดีจึงหาเงินมาให้อีก โดยไปรวบรวมจากเพื่อนบ้าน พอครบแสนก็ส่งไปให้เขา เขาก็ส่งเงินสมนาคุณมาให้แบ่งกับเพื่อนบ้าน มาเอะใจเมื่อปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โทรศัพท์มาหาอีก เพิ่มค่าตอบแทนให้ หากหาได้ 1 แสนจะให้ค่าตอบแทน 4 หมื่นบาท เขาได้อ้างเรื่องความเดือดร้อนหากไม่ได้เงินอาเขาจะทำร้าย และยังอ้างจะตายอย่างโน้นอย่างนี้ จากนั้นก็ขาดการติดต่อไปเลย รวมเสียเงินไปรวม 1.62 ล้านบาท หากรวมของเพื่อนๆด้วยกว่า 4 ล้านบาท

จากการสืบสวนสอบสวนของตำรวจชุดสอบสืบสวน ภ.จว.ชัยนาท รวมกับชุดสืบสวน สภ หันคา โดยคำสั่ง ของพล.ต.ต. ภวัต พรมมะกฤต ผบก ภ.จว.ชัยนาท ได้ติดตามรวบแก๊งค์ฉ้อโกง ที่หลอกให้ชาวบ้านใน ต.หันคา อ.หันคา จ.ชัยนาท นำเงินไปร่วมลงทุนปล่อยกู้แล้วเชิดเงินหนีไป ทำชาวบ้านเสียหายรวมเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท

โดยหัวหน้าแก็งค์ คือ น.ส.ดวงกมล อินทองคุ้ม อายุ 33 ปี ซึ่งกำลังท้องแก่ใกล้คลอด นายอานนท์ อ่อนสุด อายุ 28 ปี สามี นายสนั่น อินทองคุ้ม อายุ 63 ปี นางแจ้ง อินทองคุ้ม อายุ 67 ปี พ่อและแม่ของนางสาวดวงกมล ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 4 คน เป็นผู้ต้องหาในข้อหาฉ้อโกง ตามหมายจับศาลจังหวัดชัยนาท ที่ได้หลบหนีไปจากหมู่บ้านเมื่อเดือนสิงหาคม 2557 ที่ผ่านมา หลังหลอกเงินเพื่อนบ้านรวมทั้งญาติพี่น้องในหมู่บ้าน ให้นำเงินไปร่วมลงทุนเพื่อไปปล่อยกู้ และทำธุรกิจซื้อขายบ้านจัดสรรเพื่อเก็งกำไร

โดยได้เงินจากคนที่หลงเชื่อไปหลายสิบรายเป็นเงินกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งผู้ต้องหาได้หลบหนีไปเช่าบ้านอยู่ที่ อำเภอบางสะพาน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ตำรวจชุดสืบสวน ภ.จว.ชัยนาท จึงได้ประสาน ตชด ที่ 14 ติดตามไปรวบตัวผู้ต้องหาได้ทั้งหมด และนำส่งพนักงานสอบสวน สภ.หันคา เจ้าของคดีให้ดำเนินคดีต่อไป ซึ่งจากการสอบสวนเบื้องต้น น.ส.ดวงกมล ยอมรับว่าเป็นผู้กระทำการเพียงผู้เดียว พ่อแม่ไม่เกี่ยวข้อง

ด้านชาวบ้านผู้เสียหาย จำนวน 10 ราย หลังทราบว่า ตำรวจจับตัวผู้ต้องหาได้แล้ว ก็เดินทางไปที่ สภ.หันคา เพื่อขอพบกับ น.ส.ดวงกมล และต้องการพูดคุยให้นำเงินที่เอาไปทั้งหมดมาคืน แต่ทางตำรวจเกรงผู้ต้องหาจะไม่ปลอดภัย จึงไม่ให้ผู้เสียหายพบกับผู้ต้องหา ทำให้ผู้เสียหายหลายคนไม่พอใจ มีการต่อว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ พ.ต.ท.ชูชาติ โสภา พนักงานสอบสวนผู้ชำนาญการพิเศษ สภ.หันคา ได้ออกมาพูดคุยและทำความเข้าใจกับผู้เสียหาย ทั้งหมดจึงยอมกลับไป

ส่วนการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาทั้งหมด เบื้องต้นพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกัน และในวันพรุ่งนี้ (3 พ.ย.) ตำรวจจะนำผู้ต้องหาทั้งหมดไปขอฝากขังและผัดฟ้องต่อศาลจังหวัดชัยนาท