ธารน้ำใจหลั่งไหลช่วยสองแม่ลูก ที่อาศัยบนแพพุพังใกล้จมน้ำริมเขื่อนสิริกิติ์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าจากกรณีที่มีสองแม่ลูก คือ นางสาวบังออน เกตุเล็ก อายุ 44 ปี อาศัยอยู่บนแพเลขที่ 288 หมู่ 8 ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา จ.อุตรดิตถ์ กับลูกชาย คือ เด็กชายพงษ์พัฒน์ อินป็อก อายุ 9 ปี บนแพสภาพเก่าและเริ่มพุพัง ทรุดโทรมใกล้จมน้ำ ริมฝั่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ ใกล้อุทยานแห่งชาติลำน้ำ น่าน หมู่ 8 ต.ผาเลือด อ.ท่าปลา โดยนั่งเรือออกจากฝั่งไปประมาณ 15 นาที ซึ่งเป็นหมู่บ้านชาวประมงน้ำจืด จะพบแพดังกล่าวลอยอยู่เหนือน้ำอยู่ห่างไกลจากกลุ่มเพื่อนบ้าน
โดยหลังสามีเสียชีวิต ได้อยู่กับลูกชายสองคน มีสมบัติคือแพและเรือยางหางไว้สำหรับออกลงข่ายดักปลา 1 ลำ จะออกกู้ข่ายกับลูกชายตีสามของทุกวัน ได้แต่ปลาขนาดเล็กขายมีรายได้ 50-100 บาท/วัน เก็บออมไว้เป็นใช้จ่าย โดยเฉพาะค่าเรียนหนังสือของลูกชาย ที่ตอนนี้เรียน ป.3 หลังช่วยแม่กู้ข่าย แม่จะขับเรือไปส่งขึ้นฝั่ง และจ้างรถจักรยานยนต์ชาวบ้านเดือนละ 200 บาทไปส่งลูกชายที่โรงเรียนบ้านห้วยเจริญ ตำบลเลือด ส่วนปลาที่ดักข่ายได้จะนำไปขาย หากเจอปลาที่ลอยตามน้ำ และปลากระชังที่เจ้าของตักทิ้ง จะเก็บมาทำอาหาร และทำปลาร้าไว้รับประทาน เป็นอาหารหลักของครอบครัว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่านายชัช กิตตินภดล ผู้ว่าราชการจังหวัดอุตรดิตถ์ นำคณะเหล่ากาชาดจังหวัดอุตรดิตถ์ นายธวัช นโนนุเมธากูล ผอ.ศูนย์พัฒนาสังคมหน่วยที่ 72 จังหวัดอุตรดิตถ์ นายพยุงศักดิ์ สุวรรณโณ นายอำเภอท่าปลา นายชาญณรงค์ สังข์เงิน นายก อบต.ผาเลือด และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้นั่งเรือจากอุทยานแห่งชาติลำนำน่าน เพื่อไปเยี่ยมและให้กำลังใจ มอบเงินสงเคราะห์และสิ่งของเครื่องใช้ที่จำเป็นในการดำรงชีพให้กับสองแม่ลูก
ขณะเรือได้ใกล้ถึงแพอาศัยของสองแม่ลูก นางสาวบังออน และ ลูกชายต่างช่วยกันดึงเชือกซึ่งเจ้าหน้าที่โยนให้เพื่อลากเรือเทียบแพของตัวเอง ด้วยความยินดี และให้การต้อนรับคณะด้วยรอยยิ้มแห่งความปลาบปลื้มใจ ขณะที่ผู้ว่าฯอุตรดิตถ์และคณะเพียง 4 คนเดินลงแพ ปรากฏว่าแพเกิดทรุดตัว น้ำทะลักขึ้น เนื่องจากแพมีสภาพเก่า ไม้ไผ่ที่ทำทุ่นใต้แพ พุพังและไม่สามารถรับน้ำหนักได้มากนัก เจ้าหน้าที่จึงหมุนเวียนลงแพเพื่อมอบเงินและสิ่งของให้กับนางสาวบังออนและลูกชาย
นายชัช กล่าวว่า หลังทราบเรื่องชีวิตความเป็นอยู่ที่นางสาวบังออนและลูกชาย ที่อาศัยอาศัยอยู่บนแพที่พุพัง ริมฝั่งอ่างเก็บน้ำเขื่อนสิริกิติ์ จึงประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าให้ความช่วยเหลือเป็นการเร่งด่วน เมื่อไปถึงเห็นสภาพแพแล้วน่าสงสาร แพทั้งเก่าและพุพัง ไม่มีความแข็งแรง ไม่ปลอดภัย จากการสอบถามนางสาวบังออน เบื้องต้นทราบว่าไม่ประสงค์จะอาศัยอยู่บนฝั่งเพราะไม่รู้จะทำมาหากินอย่างไรดี ขอเพียงได้อยู่กับลูกชาย ส่งเสียให้ได้รับการศึกษาจะได้หางานดีๆทำ เลี้ยงตัวเองได้ในยามที่ไม่มีตัวเอง
"เบื้องต้นจึงมอบเงินสงเคราะห์ และมอบหมายให้ อบต.ผาเลือดจัดงบประมาณช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส ในการทำแพอาศัยหลังใหม่ ซึ่งทำจากวัสดุที่ทนทานอยู่ในน้ำได้ นานถึง 20 ปี พร้อมหาช่องทางเรื่องทุนการศึกษาให้กับเด็กชายพงษ์พัฒน์ อินป็อก ลูกชาย นอกจากนี้ ให้เจ้าหน้าที่พาไปเปิดบัญชีธนาคารออมสิน สาขาท่าปลา หมายเลขบัญชี 020 128 954 334 น.ส.บังออน เกตุเล็ก ซึ่งเป็นสมุดบัญชีธนาคารเล่มแรกในชีวิตของครอบครัวนี้”นายชัชกล่าว
นางสาวบังออน เกตุเล็ก กล่าวทั้งน้ำตาว่า ไม่คิดว่าชีวิตนี้จะได้รับความ อนุเคราะห์ การให้ความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญหลายหน่วยงาน ทำให้ตัวเองและลูกชายมีกำลังใจในการต่อสู้ชีวิต เงินและสิ่งของที่มอบให้ตนจะใช้อย่างประหยัด เก็บออมเป็นทุนการศึกษาให้ลูกชาย และยังจะยึดอาชีพหาปลาสร้างรายได้ เลี้ยงชีพต่อไป









