พลังผู้บริโภคสามารถผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆ ในสังคมได้ : กรธวัช อยู่ยัง
"ผักปลอดสาร อาหารปลอดภัย" ข้อความนี้เริ่มกล่าวถึงกันมากในช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เพราะสังคมเริ่มตื่นตัวในเรื่องสุขภาพ หลังกระแส "บริโภคนิยม" อย่างที่เป็นอยู่ในปัจจุบัน ส่งผลให้ต้องเร่งผลิตเพื่อตอบสนองความต้องการจนละเลยคุณภาพของอาหาร ทำให้เกิดผลกระทบต่อภาวะสุขภาพและภาวะโภชนาการของคนไทยทั้งในระยะสั้นและระยะยาวอย่างหลีกเลี่ยงไม่พ้น
อุทัย อัตถาพร นายกสมาคมเสริมสร้างพัฒนาชุมชนและสังคม มองว่า กระแสผักปลอดสาร อาหารปลอดภัยนั้นยังอยู่ในกลุ่มของคนระดับกลางที่อยู่ในเมืองใหญ่ๆ ส่วนคนระดับล่างยังไม่นิยมมากนัก อาจจะเป็นเพราะปัญหาเรื่องของเศรษฐกิจ ที่สินค้าประเภทนี้มีราคาจะสูงกว่าปกติ ทั้งที่ความจริงมีสินค้าฟุ่มเฟือยอื่นๆ ที่ราคาแพงมาก คนก็ยังซื้อหากันได้ แม้แต่คนระดับล่างเองก็ยังใช้ ดังนั้นเราต้องมองว่าอาหารเป็นสินค้าพิเศษที่แตกต่างจากสินค้าทั่วไป
เขาบอกว่า ส่วนผู้ผลิตจะต้องคำนึงถึงผู้บริโภคว่าจะมีสุขภาพอย่างไร จะได้รับผลกระทบจากอาหารแค่ไหน ฉะนั้นการตลาดจึงขึ้นอยู่กับผู้บริโภคว่าจะเอาจริงเอาจังเกี่ยวกับเรื่องการบริโภคเพื่อสุขภาพมากน้อยแค่ไหนด้วย
ขณะที่การจัดจำหน่ายพบว่า ร้านที่จำหน่ายสินค้าจากธรรมชาติ สินค้าที่ปลอดสารพิษมีมากขึ้นซึ่งนับเป็นเรื่องที่ดี เพราะถ้าหากว่าผู้บริโภคไม่หลีกเลี่ยงการบริโภคสินค้าที่มีสารพิษตกค้างที่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ในระยะสั้น อาจทำให้แพ้สารพิษ หรือในระยะยาวก็จะทำลายไต และเป็นมะเร็ง ฉะนั้นถ้าหากเราหลีกเลี่ยงอาหารที่มีสารพิษได้ก็จะเป็นผลดีต่อสุขภาพ
เมตตา คำพิบูลย์ เจ้าหน้าที่จากสำนักโภชนาการ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข มองว่า การได้บริโภคผักต่างๆ ที่ปลอดภัยจากสารพิษในปริมาณที่เหมาะสมเป็นประจำจะช่วยให้ร่างกายมีสุขภาพที่ดี และแข็งแรง ไม่เจ็บป่วยง่าย มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
ในทางตรงกันข้ามหากร่างกายขาดอาหารประเภทผักหรือได้รับไม่เพียงพอ หรือ บริโภคผักที่มีสารพิษตกค้างในปริมาณมากเข้าไปจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ ระบบต่าง ๆ ของร่างกาย ทำงานได้ไม่ปกติ อาจเกิดอาการผิดปกติขึ้น ทำให้ความต้านทานโรคต่าง ๆ ของร่างกายลดลง
เพราะฉะนั้นผักจึงเป็นพืชที่นิยมบริโภคกันทุกครัวเรือน โดยจะสังเกตได้จากอาหารเกือบทุกชนิดจะต้องมีผักเป็นส่วนประกอบในการชูรสอาหารจานโปรดให้มีรสชาติดีขึ้น หรือใช้ประดับจานอาหารให้สวยงามน่ารับประทานยิ่งขึ้น
เจ้าหน้าที่สำนักโภชนาการผู้นี้ เห็นว่า ในสังคมทุกวันนี้ ทุกคนต่างมองเห็นความสำคัญเฉพาะหน้าที่ งานของตัวเอง โดยลืมมองให้เลยไกลออกไปถึงวิถีชีวิตและการงานของผู้อื่นบ้าง
อย่างผู้ผลิตก็ทำหน้าที่ผลิตไป ทำอย่างไร วิธีใดก็ได้ขอให้มีผลผลิตออกมา จะใส่สารเคมีให้ผู้บริโภคได้รับไปบ้างก็ไม่ต้องเป็นห่วงเป็นใยอะไร เมื่อคนเราเห็นอาหารเป็นเพียงสินค้า ผู้ผลิตจะไม่คำนึงถึงผู้บริโภคว่าจะได้รับพิษภัยจากอาหารนั้นแค่ไหน
ด้านผู้บริโภคเองก็ทำหน้าที่บริโภคอย่างเดียว พยายามขวนขวายหาเงินหาทองเพื่อให้ได้ซื้อสินค้าหน้าตาสวยๆ ซึ่งเชื่อว่าเป็นสิ่งที่ดีที่สุด แต่มิได้มองว่ากว่าที่ผู้ผลิตจะได้ผลผลิตเหล่านั้นมา ต้องผ่านขั้นตอนกระบวนการที่ยากลำบากมากมายเพียงใด
"ถึงเวลาแล้วที่ศีลธรรมทางการผลิตและบริโภคต้องเกิดขึ้นเพื่อความเอาใจใส่ต่อกันและกันของทั้งผู้ผลิตและผู้บริโภค และเมื่อนั้นอาหารจะเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพสำหรับทุกคน"
ขณะที่ กรธวัช อยู่ยัง เจ้าหน้าที่โครงการพ่อค้าแม่ขายเพื่อความอยู่เย็นเป็นสุข ภายใต้การสนับสนุนของสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ มองว่า การใช้ปุ๋ยเคมีและสารพิษมีผลต่อระบบนิเวศ คือต้องใช้เพิ่มปริมาณมากขึ้นเรื่อยๆ เกษตรกร และผู้บริโภคเองก็ต้องได้รับพิษภัยจากสารพิษเหล่านั้น ยิ่งใช้ปุ๋ยก็ยิ่งทำให้พืชอ่อนแอ เหมือนคนกินมากจะอ้วนแต่ไม่แข็งแรง ศัตรูของพืชก็ทำลายได้ง่าย จึงต้องใช้สารเคมีในการกำจัด และต้องเพิ่มปริมาณมากขึ้นเมื่อแมลงเกิดการพัฒนาภูมิต้านทานขึ้นเรื่อยๆ
"เกษตรกรบางครั้งเขาเองก็ไม่กินข้าวที่เขาปลูก ผักเขาที่ปลูกไว้กินเองก็ไม่ใช้สารเคมี ฉะนั้นผู้บริโภคจึงเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากการใช้สารเคมีมากที่สุด ผู้บริโภคเองก็ต้องกิน กินต่อเนื่อง ชีวิตก็ย่ำแย่ เรื่องนี้เราต้องสร้างมาตรฐานทางศีลธรรม จริยธรรม เรื่องของการผลิตและการบริโภคขึ้นมาใหม่"
เขาระบุว่า ตอนนี้ตลาดผักปลอดสารพิษเกิดขึ้นแล้ว ราคาก็ถูกลงกว่าแต่ก่อนมากเพราะเราช่วยกันซื้อมากขึ้น กลุ่มเกษตรกรสนใจทำมากขึ้น ราคาก็เลยถูกลง อย่างเช่นที่ตลาดตลิ่งชัน ตลาดคลองสวน 100 ปี ตลาดสามชุก สุพรรณบุรี ตลาดบางน้ำผึ้ง สมุทรปราการ ตลาดดอนหวาย นครปฐม
พร้อมกับเห็นว่า พลังของผู้บริโภคนั้นสามารถเป็นแรงผลักดันให้มีการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมต่างๆ ที่สำคัญในสังคมได้ การช่วยกันซื้อสินค้าปลอดสารพิษจากตลาดต่างๆ ก็จะได้สินค้าที่มีราคาถูกลง เนื่องจากปริมาณซื้อเป็นจำนวนมาก ค่าใช้จ่ายในการขนส่งก็จะลดลงไป
"ถ้าทุกคนช่วยกันซื้อสินค้าปลอดสารพิษมากๆ ในอนาคตตลาดของสินค้าประเภทนี้มีโอกาสเติบโตขึ้นมาทดแทนสินค้าที่เจือปนสารพิษได้ จึงถึงเวลาแล้วที่ทุกคนจะต้องช่วยกัน" เขาทิ้งท้าย









