(รายงาน) สศก.ชี้รัฐรณรงค์เลี่ยงภัยแล้ง ผลผลิตนาปรังลดเหลือ4ล้านตัน
สถานการณ์ภัยแล้งที่คุกคามอย่างหนักส่งผลให้รัฐบาลต้องวางแผนสกัดการทำนาปรังในฤดูการผลิตหน้าไปจนสิ้นสุดเดือนเม.ย.ปีหน้า โดยให้ระงับการทำนาปรังในเขตชลประทานและปรับเปลี่ยนไปปลูกพืชใช้น้ำน้อยแทน เพราะการทำนาปรังเสี่ยงต่อความเสียหายที่จะเกิดขึ้นสูงมาก
ผลจากการรณรงค์ดังกล่าวทั้งของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ร่วมกับกระทรวงมหาดไทย ทำให้ชาวนาจำนวนมากไม่เสี่ยงเพาะปลูกข้าว โดยประมาณการล่าสุดจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรหรือสศก.ลดลงไปมาก โดยเหลือเพียง 6 ล้านไร่ทั่วประเทศมีผลผลิตแค่ 4 ล้านตันเท่านั้น
นายเลอศักดิ์ ริ้วตระกูลไพบูลย์ เลขาธิการสศก. กล่าวว่า ปริมาณน้ำฝนภาคเหนือและภาคกลาง ซึ่งเป็นที่ตั้งของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปีนี้มีน้อย โดยปริมาณสะสมถึงเดือนต.ค. 2557 ระดับต่ำกว่าค่าเฉลี่ย ทำให้มีปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อนน้อย อีกทั้งยังต้องระบายน้ำจากเขื่อนเพื่อส่งน้ำเสริมน้ำฝนให้กับพื้นที่เพาะปลูกข้าวนาปีมากกว่าปกติ จึงส่งผลต่อปริมาณน้ำต้นทุนในเขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน และเขื่อนปาสักชลสิทธิ์ ดังนั้น กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน จึงมีความจำเป็นต้องงดส่งน้ำเพื่อป้องกันการขาดแคลนน้ำทั้งในฤดูแล้งปี 2557/58 ต่อเนื่องถึงต้นฤดูฝนปี 2558 ในการเพาะปลูกข้าวนาปีต่อเนื่องและข้าวนาปรังในพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยา ตั้งแต่ต.ค. 2557- เม.ย. 2558
สศก. คาดว่าจะส่งผลให้เนื้อที่นาปรังทั่วประเทศเหลืออยู่ประมาณ 6 ล้านไร่ ผลผลิต 4 ล้านตัน ข้าวเปลือก หรือ ลดลง 50 % เมื่อเทียบกับผลพยากรณ์เดิม ในกรณีที่ไม่มีนโยบายงดทำนาปรัง ที่คาดว่าจะมีเนื้อที่เพาะปลูก รวมทั้งประเทศ 12.567 ล้านไร่ ลดลง 19.50% มีเนื้อที่เก็บเกี่ยว รวมทั้งประเทศ 12.446 ล้านไร่ ลดลง 17.32% โดยผลผลิตรวมทั้งประเทศ 8.411 ล้านตันข้าวเปลือก ลดลง 16.61% ส่วนผลผลิตต่อเนื้อที่เพาะปลูก ทั้งประเทศอยู่ที่ 669 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้น 3.56% ด้านผลผลิตต่อเนื้อที่เก็บเกี่ยว ทั้งประเทศอยู่ที่ 676 กิโลกรัมต่อไร่ เพิ่มขึ้น 0.90%
“ เนื้อที่เพาะปลูกที่ปรับลดลงส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณลุ่มเจ้าพระยา และลุ่มน้ำแม่กลอง ที่มีการทำนาปรังกันมาก แต่คาดว่าเกษตรกรบางราย จะยังมีการดื้อปลูกอยู่บ้างในเขตที่ลุ่ม ซึ่งจะส่งผลให้เนื้อปลูกข้าวในแถบนี้ยังมีบ้างไม่หายไปทั้งหมด เบื้องต้นจึงพยากรณ์โดยรวมไว้ที่ 6 ล้านไร่ ซึ่งจะสำรวจอีกครั้งหลังมีการเริ่มปลูกแล้ว แต่ทั้งหมดจะไม่ส่งผลต่อการบริโภคในประเทศและการส่งออก เนื่องจากโดยรวมแล้วผลผลิตข้าวทั้งปีจะอยู่ที่ 31 ล้านตันข้าวเปลือกถือว่ายังสูงอยู่ อีกทั้งยังจะเป็นผลดีต่อราคาที่คาดว่าจะขยับตัวสูงขึ้น และทำให้รัฐบาลสามารถระบายข้าวในสต็อกได้ "
ทั้งนี้ภาพรวมการทำนาปรังเมื่อปริมาณน้ำในเขื่อนขนาดกลางและขนาดใหญ่ที่ใช้การได้มีน้อยกว่าในปี 2556 โดยเฉพาะภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออกและภาคตะวันตก ซึ่งปริมาณน้ำที่ใช้การได้ ณ เดือน ส.ค. 2557 มีเพียง 30% ประกอบกับราคาข้าวมีแนวโน้มลดลง ทำให้เกษตรกรลดเนื้อที่เพาะปลูกลง เนื่องจากเห็นว่าผลตอบแทนไม่คุ้มค่าความเสี่ยง
สำหรับผลผลิตต่อไร่คาดว่าเพิ่มขึ้นจากปีที่แล้ว เนื่องจากปีที่แล้วประสบกับสภาพอากาศหนาวเย็นยาวนาน กระทบต้นข้าวในช่วงตั้งท้องถึงออกรวง ส่งผลให้ต้นข้าวชะงักการเจริญเติบโต เมล็ดลีบ
อย่างไรก็ตาม ปี 2558 คาดว่าเกษตรกรจะไม่ปลูกเกินกว่าแผนที่กำหนด โดยกระทรวงเกษตรฯ ได้จัดหาให้เพาะปลูกพืชฤดูแล้งเพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ ทำให้ได้รับน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
พิจารณาในแต่ละภาค พบว่า ภาคเหนือ เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลง เนื่องจากมีน้ำไม่เพียงพอต่อการเพาะปลูก และราคาข้าวเปลือกไม่จูงใจให้เกษตรกรขยายเนื้อที่เพาะปลูก
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลง เนื่องจากเกษตรกรต้องงดปลูกข้าวนาปรังจากปริมาณน้ำไม่เพียงพอ โดยเกษตรกรจะปลูกมากในเดือน ม.ค. 2558 ส่วนผลผลิตต่อไร่คาดว่าเพิ่มขึ้น เพราะแหล่งปลูกส่วนใหญ่ได้รับน้ำเพียงพอต่อการเจริญเติบโต
ภาคกลาง เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลง เนื่องจากปริมาณน้ำที่ใช้การได้ในเขื่อนขนาดใหญ่ ได้แก่ เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิตติ์มีปริมาณน้ำใช้การได้ลดลงจากปีที่แล้ว สำหรับผลผลิตต่อไร่คาดว่าเพิ่มขึ้น เนื่องจากเกษตรกรให้การดูแลและไม่ปลูกเกินแผนการจัดสรรน้ำ
ภาคใต้ เนื้อที่เพาะปลูกคาดว่าลดลง เนื่องจากแนวโน้มราคาข้าวเปลือกลดลง เกษตรกรบางส่วนจึงปรับเปลี่ยนไปปลูกยางพารา และปาล์มน้ำมัน ที่ให้ผลตอบแทนดีกว่า







