(รายงาน) หนุนปฏิรูป"ระบบประกันสังคม" ชี้แรงงาน20ล้านคนเป็นเดิมพัน
ระบบประกันสังคม เป็นระบบที่มีขึ้นเพื่อเป็นหลักประกันให้ลูกจ้างหรือผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครองในกรณีต่างๆ เช่น เจ็บไข้ไม่สบาย ประสบอุบัติเหตุ ทุพพลภาพ ชราภาพ หรือเสียชีวิต ซึ่งระบบประกันสังคมของไทยได้นำมาใช้กันอย่างเต็มรูปแบบ ตั้งแต่ปี 2547 เป็นต้นมา
แม้ว่าที่ผ่านมา ระบบประกันสังคมของไทยจะมีการพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขเพื่อให้สิทธิครอบคลุมประชาชนทุกกลุ่มมาอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ต้องยอมรับว่าการพัฒนาเป็นไปอย่างเชื่องช้าและยังไม่ทั่วถึง
ด้วยเหตุนี้ เมื่อสังคมไทยเข้าสู่ยุคแห่งการ "ปฏิรูปประเทศ" ประเด็นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นกับ "ระบบประกันสังคม" จึงถูกหยิบยกมาพูดกันอีกครั้ง โดยกระทรวงแรงงานเตรียมเสนอ ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคม พ.ศ. ... ต่อคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อเห็นชอบเสนอต่อไปยังสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) พิจารณาต่อไป
ทว่าเมื่อเร็วๆ นี้ เครือข่ายประกันสังคมคนทำงาน (คปค.) ได้เสนอให้ "ปฏิรูปประกันสังคม" โดยเรียกร้องให้คุ้มครองผู้ทำงานทุกคนทุกอาชีพทั้งภาครัฐและเอกชนที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป และต้องได้รับประโยชน์ทดแทนเหมือนกัน
นอกจากนี้ต้องเป็นอิสระในการบริหารจัดการแบบกระจายอำนาจ เช่น ให้มีการเลือกตั้งกรรมการบริหารประกันสังคมรวมทั้งมีระบบตรวจสอบเพื่อความโปร่งใส
นายมนัส โกศล ประธานองค์การแรงงานแห่งประเทศไทย บอกว่า ก่อนหน้ากระทรวงแรงงานเสนอร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมเป็น 1 ใน 38 ร่างกฎหมายเร่งด่วนที่จะเข้าสู่การพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) แต่ขาดการมีส่วนร่วม จึงอยากให้มีการบูรณาการข้อเรียกร้องของเครือข่ายแรงงานเข้าไปด้วย ซึ่งหากไม่รับข้อเสนอก็จะล่ารายชื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี
ด้าน นางสาววิไลวรรณ แซ่เตีย รองประธานคณะกรรมการสมานฉันท์แรงงานไทย เสริมว่า เครือข่ายฯ ได้เสนอร่าง ร่าง พ.ร.บ.ประกันสังคมฉบับผู้ใช้แรงงานต่อกระทรวงแรงงานแล้ว หลังจากที่นำเสนอมาอย่างต่อเนื่องแต่ก็ถูกยกเลิกไป อีกทั้งในช่วง 24 ปีที่ผ่านมาระบบประกันสังคมพัฒนาไปไม่มากนัก
อย่างไรก็ดี นายรักษ์ศักดิ์ โชติชัยสถิตย์ รองเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม รักษาราชการแทนเลขาธิการสำนักงานประกันสังคม บอกว่า กองทุนประกันสังคมนั้นเป็นกองทุนที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในประเทศ ซึ่งขณะนี้มีเงินเข้ากองทุนฯ ประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท โดยให้คุ้มครองประชาชนทั้งหมด 12.9 ล้านคน แต่ยังเหลืออีกกว่า 20 ล้านคนที่ไม่ได้เข้าระบบ จึงเป็นเรื่องท้าทายที่ต้องทำงานต่อ
"ปกติเราอยากจะเป็นข้าราชการ เพราะมีเงินบำเหน็จ บำนาญ แต่คนส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าการที่เข้าระบบประกันสังคม ก็เหมือนมีเงินทั้งบำเหน็จและบำนาญ ซึ่งเงินบำเหน็จเราจ่ายมาหลายปีแล้ว ขณะที่เงินบำนาญ เราเพิ่งจ่ายปีนี้เป็นปีแรก"
ส่วนการปรับปรุงแก้ไขสิทธิเพื่อให้ครอบคลุมกลุ่มอาชีพต่างๆ นั้น ก็มีการพัฒนาเรื่อยมา โดยเฉพาะในกลุ่มแรงงานประมง เกษตรกร หรือคนที่รับงานกลับไปทำที่บ้าน หรือกลุ่มผู้ที่มีอายุเกิน 60 ปีขึ้นไปนั้น ก่อนหน้านี้ประกันสังคมไม่ครอบคลุม แต่ตั้งแต่เดือน พ.ค.2554 เป็นต้นมา สำนักงานประกันสังคมได้ปรับปรุงและประกาศใช้ตามกฎหมายประกันสังคม มาตรา 40 ให้รองรับกลุ่มดังกล่าวแล้ว
"มาตรานี้ถือว่าได้เปิดกว้างให้กับลูกจ้างมากขึ้น โดยลูกจ้างไม่จำเป็นต้องมีนายจ้างหรือแม้กระทั่งลักษณะของงานเป็นอย่างไรก็สามารถเข้าเป็นสมาชิกประกันสังคมได้ทันที"
อย่างไรก็ตามเขายอมรับว่าในด้านการบริการเพื่อจ่ายเงินประกันสังคมของผู้ประกันตนตามมาตรา 40 นั้นยังมีปัญหาอยู่ เนื่องจากบางพื้นที่ยังไม่สามารถเข้าถึงช่องทางจ่ายเงินได้ เช่น คนงานเรือประมง ต้องออกเรือไปอยู่ในกลางทะเล หรือบางคนที่อยู่ในหมู่บ้านที่ห่างไกลสำนักงานประกันสังคม ซึ่งสำนักงานประกันสังคมเข้าไม่ถึงทุกหมู่บ้าน แต่ตอนนี้ก็แก้ไขโดยการจัดให้มีหน่วยบริการเคลื่อนที่เข้าไปในชุมชนและหมู่บ้านแล้ว
นอกจากนี้การจ่ายเงินกรณีที่ผู้ประกันตนเจ็บป่วย ทุพพลภาพ เสียชีวิต ประกันสังคมก็ต้องจ่ายสิทธิประโยชน์ให้บุคคลเหล่านั้น แต่บางครั้งผู้ประกันตนอยู่ไกลจากสำนักงานประกันสังคมจะให้เดินทางมารับเงินเองก็ไม่คุ้มค่า ซึ่งปัญหาเหล่านี้ก็ต้องเร่งปรับปรุงแก้ไข
เขาเห็นว่า ทุกวันนี้คนในสังคมเริ่มตื่นตัวเกี่ยวกับประกันสังคม แต่ก็ยังไม่มากเท่าที่ควร ทั้งที่ในอนาคตสังคมจะเข้าสู่การเป็นสังคมผู้สูงอายุ ดังนั้นหลักประกันรายได้ตอนสูงอายุนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมาก
"สังคมควรเริ่มตระหนักได้แล้ว แต่ระบบของประกันสังคมของเรายังตามไม่ทัน จึงเป็นปัญหาที่จะต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่ เพื่อให้ประชาชนทุกคนในประเทศไทยมีหลักประกัน"








