สลด! พระลูกวัดหลงรักดญ.วัย 15 ปี แค้นไม่เล่นด้วยชักลูกซองยิงดับคาวัด
พ.ต.ท.พงษ์เทพ พรหมดี พนักงานสอบสวน สภ.เมืองนครสวรรค์ ได้รับแจ้งมีเหตุผู้ถูกยิงเสียชีวิตภายในบริเวณวัดวังไผ่ ต.นครสวรรค์ตก อ.เมือง จ.นครสวรรค์ จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนจะเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพร้อมกับ ร.ต.ท.เกรียงศักดิ์ วัฒนสุข รอง สว.สส. กำลังเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน หน่วยแพทย์เวรโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ และเจ้าหน้าที่อาสาหน่วยกู้ภัยนครสวรรค์
ที่เกิดเหตุอยู่กลางลานวัดหน้าศาลาการเปรียญ พบว่ามีกลุ่มชาวบ้านเป็นจำนวนมากกำลังจับกลุ่มยืนมองศพผู้เสียชีวิต คือ ด.ญ.น้อย (นามสมมติ)อายุ 15 ปี บ้านอยู่อ.เมือง จ.นครสวรรค์ นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นในสภาพมีรอยบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนลูกซอง เบอร์ 12 เข้าที่ใต้คางซ้าย และที่ศีรษะด้านหลังจนเป็นรูพรุน
ตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบปลอกกระสุนปืนลูกซองขนาด 12 ตกอยู่ 1 ปลอก จึงเก็บไว้เป็นหลักฐาน พร้อมกับให้นำศพส่งไปตรวจพิสูจน์ยังโรงพยาบาลอย่างละเอียดอีกครั้ง ส่วนมือปืนผู้ก่อเหตุ ทราบว่า เป็นพระลูกวัดวังไผ่ ชื่อพระฟอน หรือนายฟอน มิ่งเหล็ก อายุ 53 ปี ชาว อ.ดงเจริญ จ.พิจิตร ถูกเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนจับกุมตัวไว้ได้ก่อนที่กำลังเตรียมจะหลบหนี
จากการสอบสวนบิดาของ ด.ญ.น้อย ผู้เสียชีวิต ให้การว่า ก่อนเกิดเหตุ ตนและชาวบ้านกำลังช่วยกันจัดเตรียมงานประเพณีทอดกฐินอยู่บนศาลาการเปรียญ โดยมีบุตรสาวมาช่วยงานด้วย ซึ่งก็ไม่คาดคิดว่า บุตรจะมาถูกพระฟอน ยิงจนเสียชีวิตขณะกำลังจะเดินขึ้นมาบนศาลาวัด โดยไม่ทราบสาเหตุว่าเกิดจากอะไร แม้ตนกับพระฟอนจะเคยมีความคิดเห็นไม่ตรงกันบ้าง แต่ก็ไม่น่าที่จะต้องใช้อาวุธปืนมายิงบุตรสาวของตนจนเสียชีวิต
อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังสอบสวนมือปืนผู้ก่อเหตุอย่างเร่งเครียด เพื่อหาประเด็ดสาเหตุจูงใจในการใช้อาวุธปืนยิง ด.ญ.น้อย จนเสียชีวิต แต่ในเบื้องต้น ทราบว่า พระฟอนเกิดมาชอบพอ ด.ญ.น้อย โดยพยายามโทรศัพท์หาผู้ตายเพื่อพูดคุยสานความสัมพันธ์อยู่หลายครั้ง แต่ถูกปฏิเสธเรื่อยมา
จนกระทั่งล่าสุดได้โทรไปหา ด.ญ.น้อย แล้วถูกต่อว่าด่าทอกลับมาอย่างรุนแรง จึงทำให้พระฟอนเกิดความแค้นเมื่อเจอหน้ากันจึงนำปืนมาใช้ก่อเหตุยิงดังกล่าว โดยทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ พระฟอนได้ทำการสึกจากพระเอง และเก็บข้าวของเพื่อเตรียมจะหลบหนีไว้ก่อนหน้าแล้ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียด พร้อมกับนำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ และควบคุมตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป









