วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

อาการ'ป้าสังเวียน'ยังวิกฤติ แพทย์หวั่นปอดบวม-ติดเชื้อ

อาการ"ป้าสังเวียน"หญิงเผาตัวหน้าทำเนียบยังวิกฤติ แพทย์หวั่นอาจเกิดปอดบวมอักเสบเฉียบพลัน-ติดเชื้อในกระแสเลือด

ส่งผลให้เกิดอาการช็อกสูง ด้าน"มหาดไทย"ขานรับนโยบายรัฐบาล เร่งรัดพัฒนางานบริการประชาชน

กรณีนางสังเวียน รักษาเพ็ชร์ อายุ 52 ปี ชาวนาจากจ.ลพบุรี ก่อเหตุใช้น้ำมันราดใส่ตัวเองก่อนจุดไฟเผาจนได้รับบาดเจ็บสาหัส ระหว่างที่มายื่นหนังสือร้องทุกข์กรณีหนี้สินนอกระบบ ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ ทำเนียบรัฐบาล โดยเจ้าหน้าที่ได้ให้การช่วยเหลือนำตัวส่งโรงพยาบาลวชิระพยาบาล เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้าของวันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมานั้น

เมื่อวานนี้(19 ต.ค.) นพ.พลเลิศ พันธุ์ธนากุล รองคณบดีฝ่ายบริการ ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระพยาบาล กล่าวถึงอาการบาดเจ็บของนางสังเวียนว่า หากเทียบกับอาการจากเมื่อ 18 ต.ค.ที่ผ่านมา ถือว่ายังน่าเป็นห่วง และต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ตอนนี้ผู้บาดเจ็บยังมีไข้ อุณหภูมิแกว่งไปมา แต่อยู่ที่ 39 องศา และยังต้องใช้เครื่องช่วยหายใจแบบพิเศษ

ด้านการรักษา ทางโรงพยาบาลพยายามให้ผู้ป่วยได้รับสารอาหารที่เหมาะสมและเพียงพอ เพื่อที่ร่างกายของนางสังเวียน จะได้สร้างภูมิคุ้มกันในการสู้กับเชื้อโรคที่อยู่ภายใน ส่วนที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือจากที่ผู้ป่วยถูกไฟไหม้จนมีบาดแผลเป็นบริเวณกว้างขนาดนี้ อาจเกิดอาการปอดบวมอักเสพเฉียบพลันได้ ซึ่งทีมศัลยแพทย์มีความกังวลเป็นอย่างมาก แต่ทางนางสังเวียนยังไม่พบอาการนี้ ซึ่งคณะแพทย์วชิระพยาบาลก็ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

"ตอนนี้ทางทีมแพทย์กังวลการติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งอาจทำให้เกิดอาการช็อกสูง ทางทีมแพทย์ต้องทำแผลทุกวัน ซึ่งใช้เวลานาน ต้องล้างทำความสะอาดบาดแผลและเขี่ยเซลล์ที่ตายออกไปไม่ให้เป็นแหล่งเพาะเชื้อ ตอนนี้ก็ได้ส่งเชื้อไปตรวจแล้ว คงต้องใช้เวลาสักพักถึงจะทราบผล หากทราบผลเชื้อ ก็จะรู้ว่าต้องใช้ยาใดไปจัดการ แต่ถ้ายังไม่ทราบก็ต้องรักษาเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิดต่อไป" นพ.พลเลิศ กล่าว

ด้านพล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย(มท.1) กล่าวว่า ตามที่รัฐบาลได้มีนโยบายว่า ในห้วงระยะเวลา 3 เดือนจากนี้ ให้ทุกส่วนราชการเร่งรัดดำเนินโครงการที่มีประโยชน์ต่อประชาชนนั้น ได้เร่งรัดขับเคลื่อนภารกิจสำคัญ คือ การพัฒนาการให้บริการประชาชนให้เห็นผลเป็นรูปธรรม โดยพัฒนางานของศูนย์ดำรงธรรม ทั้งในเรื่องระบบงาน และการให้บริการ จะเร่งปรับปรุงระบบฐานข้อมูล ระบบการรับเรื่องร้องเรียน ร้องทุกข์ ระบบการติดตาม การเชื่อมโยงศูนย์ข้อมูลของศูนย์ดำรงธรรม ซึ่งจะดำเนินการให้แล้วเสร็จภายในเดือนต.ค.นี้ รวมทั้งปรับปรุงการทำงานเชิงรุก ให้ทุกจังหวัดมีหน่วยเคลื่อนที่เร็ว พร้อมแก้ไขปัญหาให้กับประชาชนถึงในพื้นที่ โดยเฉพาะปัญหาหนี้นอกระบบ

ส่วนการปรับปรุงงานบริการ ต้องปรับวิธีการให้บริการด้วยหัวใจ ให้คำนึงถึงความสะดวกของประชาชนเป็นสำคัญ ตามแนวคิด "บริการด้วยใจ คนไทยยิ้มได้"